เนชั่นทีวี

ข่าว

จัดชุด "เลขดัง" ต้นตอโกงรางวัลที่ 1

12 ธ.ค. 2560 | wanchat

จัดชุด "เลขดัง" ต้นตอโกงรางวัลที่ 1

ขยายความจากคดีหวยอลวน 30 ล้านกันหน่อย คำถามสำคัญที่สุดตอนนี้มี 2 คำถาม และอาจจะนำไปสู่การคลี่คลายคดีได้ว่าใครเป็นเจ้าของสลากรางวัลที่ 1 ตัวจริง / ก็คือ เมื่อเกิดปัญหาแบบนี้จะมีทางตรวจสอบได้หรือไม่ว่า สลากแต่ละใบถูกส่งไปขายที่ไหนกันบ้าง เมื่อสลากถูกพิมพ์ออกมาแล้ว จะไปถึงมือแม่ค้าคนไหน แต่ละคนได้เลขอะไรบ้าง (ถ้ารู้แน่ๆ ก็ไม่ต้องเถียงกันเลยว่าสลากใบนี้ใครเป็นคนขาย) กับอีกคำถามหนึ่งก็คือ การจัดชุด "เลขสวย" ผิดกฎหมายแน่ๆ แต่หาต้นตอได้หรือไม่

คำถามนี้ถ้าจะไล่เรียงหาคำตอบ เราต้องรู้รูปแบบการกระจายสลากกันก่อน ดูไปพร้อมกันนะคะ แต่ละงวดคือต้นเดือนและกลางเดือน กองสลากเขาจะพิมพ์สลากออกมาจำนวน 80 ล้านใบ จำนวนนี้ถูกแบ่งการกระจายออกเป็น 2 ระบบ

ระบบที่ 1 จำนวนสลาก รวมแล้ว 30 ล้านใบ เป็นการกระจายสู่ผู้ขายผ่านมูลนิธิ และองค์กรการกุศลต่างๆ เช่น สมาคมคนพิการ , สมาคมสังคมสงเคราะห์ คนที่จะได้ไปขายคือสมาชิกของสมาคมพวกนี้ คนที่เป็นสมาชิกที่อยากขายล็อตเตอรี่ ก็จะต้องมารับที่องค์กรของตัวเอง สมาชิก 1 คนจะได้ไม่เกิน 5 เล่ม 1 เล่มมี 100 ใบ (แปลว่าต่อคนได้มากสุดคือ 500 ใบ) และที่สำคัญเลย 500 ใบที่ได้ไป เลขไม่ซ้ำกันเลย

ระบบที่ 2 ก็คือที่เหลืออีก 50 ล้านใบ จะถูกกระจายแบบ "สั่งซื้อและจองล่วงหน้า" โดยกองสลากคิดรูปแบบนี้ เพื่อป้องกันการรวมชุดสลาก "เลขสวย" และการกักตุนสลากเพื่อโก่งราคา ซึ่งแต่เดิม ถ้าคุณผู้ชมยังจำกันได้ มีปัญหาเรือ่ง "5 เสือกองสลาก" ที่ได้โควต้าสลากจำนวนมากทุกงวด

ระบบการ "สั่งซื้อและจองล่วงหน้า" ทำได้ผ่านทางอินเทอร์เน็ต แต่ที่นิยมกว่าคือแบบ "net bank" หรืออินเทอร์เน็ต แบงค์กิ้ง ของธนาคารกรุงไทย / เมื่อจองได้ ก็จะไปรับสลากที่สำนักงานไปรษณีย์ แต่สลากที่ได้ไปก็เหมือนกับระบบแรก คือ ได้ไปคนละไม่เกิน 50 เล่ม เล่มหนึ่งมี 100 ใบ และเลขไม่ซ้ำกัน
นี่คือระบบการกระจายสลากแบบง่ายๆ ถึงตรงนี้หลายคนนึกภาพตามก็อาจสงสัยว่า แล้วที่ขายๆ กันตามแผงทำไมถึงมีเลขเหมือนกันตั้งหลายใบ ส่วนมากมีเป็นชุดๆ ด้วยซ้ำ นี่แหละค่ะ คือต้นตอของปัญหา มาขยายความกัน

หลังจากที่ผู้ขายได้สลากของตัวเองไป และเลขไม่ซ้ำแล้วนะ จะมีกระบวนการหนึ่งที่อยู่นอกเหนือกฎหมาย (คือกฎหมายก็ทำอะไรไม่ได้) เราเรียกว่า "ยี่ปั๊ว" คือพวกตัวกลางที่รับซื้อสลากจากคนที่ไปลงทะเบียนจอง แล้วรวมมาเยอะๆ จากนั้นก็จะมารวมชุด เอาเลขเหมือนกันมารวมกันเป็นชุดๆ เอาไว้ โดยเฉพาะ "เลขดัง" ที่หวยใต้ดินไม่รับแทง หรือ "แทงแบบมีอั้น" จากนั้นก็ปล่อยต่อให้คนขายในเครือข่ายเอาไปขายต่อ ในราคาสูงกว่าที่กฎหมายกำหนด นี่ไงที่ทำให้สลากมันแพงเกินจริง เพราะต้นทุนในการรวมชุดนี่แหละ อย่างกรณีของครูปรีชา ก็รับว่าซื้อสลากมาใบละ 140 บาท จากที่ขายจริง 80 บาท เพราะงวดนั้น เลข 26 เป็นเลขดัง หวยใต้ดินไม่รับแทง
เพราะฉะนั้นสรุปนะคะว่า ถ้าอยากจะรู้ว่าสลากเลขไหนก็ตาม ถูกส่งไปพื้นที่ไหนบ้าง คำตอบคือไม่มีทางรู้เลย เราจะรู้แค่ว่าต้นขั้วคนจองและได้เลขนี้ไปมีใครบ้าง ซึ่งก็แปลว่ามีหลายคนได้เลขเดียวกัน แต่ปลายทางต้องไปผ่าน "ยี่ปั๊ว" เพื่อไปรวมชุด ทำให้ไม่รู้ว่าสลากแต่ละใบ แต่ละเล่ม จริงๆ แล้วไปขายอยู่ที่ไหนกันบ้าง ยกเว้นพวก "ยี่ปั๊ว" ที่จะรู้กันเลยว่า ล็อตเตอรี่ที่ถูกรางวัลที่ 1 เป็นชุดที่ตัวเองจัดหรือเปล่า

การรวมชุดสลากนี่เอง ที่ทำให้สลากแต่ละชุดนอกจากจะมีราคาแพงแล้ว ยังมีมูลค่าสูงมากเมื่อถูกรางวัล อย่างชุด 5 ใบที่เป็นปัญหานี้ พอถูกรางวัลที่ 1 มูลค่ารางวัลก็สูงถึง 30 ล้านบาท น่าจะเป็นสาเหตุให้เกิด "แก๊งตกหวย" เป็นวงจรมิจฉาชีพออกมาอ้างตัวว่าตัวเองเป็นเจ้าของล็อตเตอรี่ตัวจริงจนวุ่นวายไปหมด จากปัญหานี้ ทราบว่าทางกองสลาก เตรียมจัดเลขชุด 5 ใบขายเอง ในราคา 400 บาท จากที่ปัจจุบันต้องซื้อกันถึง 700 บาทแล้ว

ข่าวล่าสุด