เนชั่นทีวี

ข่าว

"ปูติน" ประกาศถอนกองกำลังทหาร ออกจากพื้นที่ทำสงครามในซีเรีย

12 ธ.ค. 2560 | te

"ปูติน" ประกาศถอนกองกำลังทหาร ออกจากพื้นที่ทำสงครามในซีเรีย

ปูตินระบุถึงชัยชนะ และทำเซอร์ไพรส์ในการเยือนซีเรียขณะนี้ ประกาศถอนกองกำลังทหารออกจากพื้นที่ทำสงครามกลับสู่รัสเซีย หลังจากเข้าช่วยรัฐบาลซีเรียต่อสู้กับกลุ่ม ISIS ที่ยึดครองพื้นที่ประเทศในอิรักและซีเรีย ซึ่งเกิดขึ้นมาตั้งแต่ปี 2014 จนเกิดเป็นสงครามกลางเมืองทั้งภายใน 2 ประเทศ


ขณะที่ปูตินเข้าแทรกแซงสงครามกลางเมืองในซีเรียอย่างเต็มรูปแบบ โดยจัดส่งกองทัพและเครื่องบินรบ นวใทั้งอาวธยุทโธปกรณ์ให้การสนับสนุน Bashar al-Assad มาตั้งแต่ปี 2015 โดยผู้นำรัสเซียจะเยือนซีเรียเป็นเวลา 2 วันก่อนบินไปกรุงไคโรเพื่อพบปะและเจรจากับ Abdel Fattah el-Sisi ประธาานาธิบดีแห่งอียิปต์ เพื่อช่วยอียิปต์กลับมาฟื้นฟูประเทศใหม่อีกครั้ง

รัสเซีย-จีน จับมือพลิกฟื้นฟูเส้นทางเชื่อมการค้าของยูเรเซียที่เปิดทางให่เอกชนเข้าร่วมลงทุนสร้างโครงสร้างพื้นฐานในการพัฒนาเส้นทางรถไฟ การพัฒนาเมือง (urban development) เส้นทางขนส่งสินค้า (logistics) และพัฒนาระบบ cross-border ของ e-commerce ซึ่งคาดว่าจะใช้เม็ดเงินสูงถึง 10 ล้านล้านดอลลาร์


1. ประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ประกาศเป็นชัยชนะ และมีการทำเซอร์ไพรส์สั่งการให้กองทัพรัสเซียเริ่มถอนตัวออกจากซีเรียกลับไปยังรัสเซีย หลังจากเสร็จสิ้นภารกิจนาน 2 ปีในการช่วยรัฐบาลซีเรียทำสงครามกลางเมืองกับกุ่ม ISIS จนสามารถทำลายกองกำลังรัฐอิสลาม (IS) แต่จะจะยังคงรักษาฐานทัพอากาศมีย์มิมในซีเรีย รวมทั้งฐานทัพเรือในเมืองท่าตาร์ตุสของซีเรีย
ประธานาธิบดีปูตินมีคำสั่งในระหว่างการเดินทางเยือนซีเรียเป็นเวลา 2 วัน โดยที่ไม่ได้มีการประกาศล่วงหน้า พร้อมกับได้มีการหารือกับประธานาธิบดี Bashar al-Assad และกล่าวปราศรัยต่อทหารรัสเซียที่ประจำการในซีเรียระหว่างเดินทางไปยังฐานทัพอากาศมีย์มิมในจังหวัดลาตาเกียของซีเรีย


2. ขณะที่ ไฮเดอร์ อัล-อบาดี นายกรัฐมนตรีอิรัก ก็ประกาศอย่างเป็นทางการว่า อิรักเป็นอิสระจากกลุ่มติดอาวุธ ISIS โดยสมบูรณ์แล้ว หลังกองทัพได้ยึดพื้นที่ทั้งหมดที่เคยถูกไอเอสยึดครองกลับคืนมาได้เป็นผลสำเร็จ จากการต่อสู้ในสงครามกลางเมืองใกรุงแบกแดดที่ดำเนินมาในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา

นายกรัฐมนตรี อัล-อบาดี ได้แถลงผ่านโทรทัศน์ประกาศให้ชาวอิรักและทั่วโลกรับรู้ว่า กองทัพของเราปฏิบัติภาระกิจสุดท้ายเสร็จแล้ว และได้ชักชาติธงอิรักขึ้นเหนือพื้นที่ทางตะวันตกออกจังหวัดอันบาร์ซึ่งเป็นดินแดนสุดท้ายที่ถูก IS ยึดครองไป

ส่วนทางด้านโฆษกกระทรวงต่างประเทศสหรัฐแถลงยอมรับความสำเร็จของอิรัก แต่ยังย้ำว่าไม่ได้หมายความถึงการต่อสู้กับกลุ่มก่อการร้ายในอิรักได้สิ้นสุดลง ซึ่งสหรัฐจะคอยให้คำปรึกษาและช่วยการฝึกฝน รวมทั้งสนับสนุนกองกำลังของรัฐบาลอิรักต่อไป เพื่อป้องกันไม่ให้ IS ย้อนกลับมาอีก


3. กลุ่มกองกำลังติดอาวุธ ISIS ประกาศจัดตั้งรัฐอิสลามในอิรักและซีเรียตั้งแต่ปี 2008 แต่ตอนนี้ฐานที่มั่นของ ISIS ในเมืองโมซุลถูกยึดคืน ท่ามกลางอิรักที่ออกมาประกาศชัยชนะเหนือกลุ่ม ISIS โดยยึดคืนพื้นที่ส่วนใหญ่คืนกลับมาแล้ว รวมถึงการปลดปล่อยซีเรียจาก ISIS

จึงเป็นความท้าทายในการสร้างเอกภาพและความเป็นปึกแผ่นให้เกิดขึ้นในอนาคต รวมทั้งการเตรียมพร้อมของทั้งรัฐบาลอิรักและรัฐบาลซีเรียในการรับมือกับเหตุก่อการร้ายที่มีการแตกตัววเล็กลง

โดยหลังจากที่ผู้นำรัสเซียเยือนซีเรียเป็นเวลา 2 วัน ก่อนบินไปกรุงไคโรเพื่อพบปะและเจรจากับ Abdel Fattah el-Sisi ประธาานาธิบดีแห่งอียิปต์ เพื่อช่วยอียิปต์กลับมาฟื้นฟูประเทศใหม่อีกครั้ง


4. ขณะที่รัสเซีย-จีน จับมือฟื้นฟูเส้นทางเชื่อมการค้าของยูเรเซียที่เปิดทางให่เอกชนเข้าร่วมลงทุนสร้างโครงสร้างพื้นฐานในการพัฒนาเส้นทางรถไฟ การพัฒนาเมือง (urban development) เส้นทางขนส่งสินค้า (logistics) และพัฒนาระบบ cross-border ของ e-commerce ซึ่งคาดว่าจะใช้เม็ดเงินสูงถึง 10 ล้านล้านดอลลาร์ ตามยุทธศาสตร์ The Chinese Belt and Road Initiative (BRI) และนโยบายฟื้นฟูเส้นทางสายไหมใหม่กาแก่

ยูเรเซียเป็นทวีปที่เป็นผืนแผ่นดินดั้งเดิม ซึ่งปัจจุบันถูกแยกออกมาเป็นเอเชีย ยุโรป และตะวันออกกลาง แต่เป็นความพยายามร่วกันของรัสเซียและจีนที่จะเชื่อมเอาเส้นทางการค้าเก่าแก่นี้กลับมาใหม่ โดยคาดว่าจะเริ่มดำเนินการอย่างจริงจังในปี 2020


5. เกิดเหตุระเบิดช่วงเช้าวันจันทร์เมื่อเวลา 7.30 น. ที่ Port Authority Bus Terminal ใกล้ไทม์สแควร์ ในนิวยอร์ก โดยตำรวจเชี่อเป็นเหตุก่อการร้าย และจับกุมชายต้องสงสัยชื่อว่า Akayed Ullah วัย 27 ปี เป็นชาวบังคลาเทศ ที่อพยพเข้ามาอยู่ในสหรัฐ 7 ปีแล้ว โดยระเบิดที่ใช้เป็นระเบิดตัดตัว ทำให้มีผู่้บาดเจ็บ 4 ราย

ชายต้องสงสัยดังกล่าวไม่มีประวัติทางด้านอาชญากรรม แต่คาดว่ามีแรงบันดาลใจจากกลุ่ม ISIS นี้ โดยทางการสหรัฐกำลังสอบสวนว่ามีส่วนเชื่อมโนงกับการประท้วงต่อต้านการที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศรับรองกรุงเยรูซาเล็มเป็นเมืองหลวงของอิสราเอล ซึ่งที่กำลังขยายวงการประท้วงรุนแรงในหลายประเทศ รวมถึงการเดินขบวนประท้วงของบังคลาเทศและปากีสถานขณะนี้ด้วย

ข่าวล่าสุด