เนชั่นทีวี

ข่าว

ตำรวจ บก.น.2 รวบแล้ว แก๊งวิ่งราวทรัพย์ "ตาต้า" The X Factor Thailand

11 ธ.ค. 2560 | nation_ent

ตำรวจ บก.น.2 รวบแล้ว
แก๊งวิ่งราวทรัพย์
"ตาต้า" The X Factor Thailand

ชุดสืบสวน บก.น.2 โชว์รวบแก๊งวิ่งราวกระเป๋านักร้องดัง "ตาต้า" The X Factor Thailand ย่านลาดพร้าว 42 พร้อมของกลางหลายรายการ พบประวัติอาชญากรรมสุดโชกโชน เคยถูกจับกุมในคดีปล้นทรัพย์


สน.สุทธิสาร - เมื่อเวลา 14.30 น. วันที่ 11 ธันวาคม 2560 พล.ต.ต.สมพงษ์ ชิงดวง รองผบช.น. พร้อมด้วย พ.ต.อ.เอกชัย บุญวิสุทธิ์ รรท.ผบก.น.2 , พ.ต.อ.คณบดี เลิศอมรศักดิ์ ผกก.สส.บก.น.2 , พ.ต.อ.เติมเผ่า สิริภูบาล ผกก.สน.สุทธิสาร และเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน ได้แถลงผลการจับกุม นายเอ (นามสมมุติ) อายุ 17 ปี และ นายบี (นามสมมุติ) อายุ 17 ผู้ต้องหาวิ่งราวทรัพย์ นายภาคิน เดชชาญชัยยุทธ อายุ 28 ปี หรือ ตาต้า นักร้องชื่อดัง ผู้เข้าประกวดดิเอ็กซ์แฟกเตอร์ไทยแลนด์ (The X Factor Thailand)
พล.ต.ต.สมพงษ์ ชิงดวง รอง ผบช.น. กล่าวว่า เมื่อวันที่ 1 ธันวาคม 2560 เวลา 02.15 น. นายภาคิน เดชชาญชัยยุทธ ได้นั่งรถแท็กซี่กลับจากร้องเพลงย่านสะพานควาย และลงจากรถบริเวณปากซอยลาดพร้าว 42 แขวงจันทร์เกษม เขตจตุจักร กทม. จากนั้นได้เดินบนทางเท้ามุ่งหน้ามาทางซอยลาดพร้าว 40 ระหว่างนั้น นายภาคิน ได้สะพายกระเป๋ามาด้วย

ตำรวจ บก.น.2 รวบแล้ว
แก๊งวิ่งราวทรัพย์
"ตาต้า" The X Factor Thailand

ต่อมาได้มีผู้ต้องหา จำนวน 2 คน สวมเสื้อคลุมสีดำ กางเกงขายาว จอดรถจักรยานยนต์ ยี่ห้อฮอนด้าซุปเปอร์คลับ สีฟ้า หมายเลขทะเบียน 6-กก-2356-กรุงเทพมหานคร จอดอยู่บริเวณต้นไม้ห่างจากจุดเกิดเหตุ ประมาณ 3 เมตร พร้อมกับเดินมาด้านหลัง กระชากกระเป๋าแล้วหลบหนีไปทางซอยลาดพร้าว 38 โดยคนร้ายได้ทรัพย์สินเป็นเงินสด จำนวน 3,000 บาท ทั้งนี้ หลังเกิดเหตุผู้เสียหายได้แจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ สน.สุทธิสาร
อย่างไรก็ตาม หลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.สุทธิสาร พร้อมด้วยชุดสืบสวน บก.น.2 ได้ลงพื้นที่สืบสวน จนกระทั่งติดตามจับกุมคนร้ายที่ก่อเหตุเอาไว้ได้ในเวลาต่อมา จากการสอบสวนผู้ต้องหา ให้การว่า ไม่ได้เงินสดจำนวน 3,000 บาท เนื่องจากได้โยนกระเป๋าของเหยื่อทิ้งเอาไว้ข้างทาง โดยได้ของกลางเพียงแบตเตอรรี่สำรองโทรศัพท์ และสายชาร์ท iPhone

ตำรวจ บก.น.2 รวบแล้ว
แก๊งวิ่งราวทรัพย์
"ตาต้า" The X Factor Thailand


ทางด้าน พ.ต.อ.คณบดี เลิศอมรศักดิ์ ผกก.สส.บก.น.2 กล่าวว่า เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน ได้ติดตามผู้ต้องหาผ่านกล้องวงจรปิด ตั้งแต่บริเวณจุดเกิดเหตุใกล้ปากซอยลาดพร้าว 42 ปรากฏว่า ผู้ต้องหาก่อเหตุได้ขับรถจักรยานยนต์หลบหนี มุ่งหน้ามาแยกรัชโยธิน ผ่านหน้าศาลอาญา และเลี้ยวซ้ายไปยังห้าแยกลาดพร้าว ก่อนจะกลับรถมายังถนนวิภาวดีรังสิตขาออก แล้วเลี้ยวซ้ายออกมายังถนนแจ้งวัฒนะ ก่อนจะกลับรถ บริเวณห้างเซ็นทรัลแจ้งวัฒนะ ผ่านหน้าไอที.สแควร์ มาตามถนนโลคอลโรด ก่อนจะออกวิภาวดีแล้วมุ่งหน้าไปยัง จ.ปทุมธานี ซึ่งเจ้าหน้าที่สามารถจับกุมคนร้ายได้ที่บ้านพัก เลขที่3/ 1587 ม6 แขวงคลองถนน เขตสายไหม กทม. และภายในหมู่บ้านหมู่ที่6 ต.ลำลูกกา อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี เมื่อวานนี้ อย่างไรก็ตาม จากการตรวจสอบประวัติอาชญากรรมพบว่า นายต้น เคยถูกจับกุมในคดีปล้นทรัพย์ เมื่อ 2558 คดีอาญาที่ 1773 / 2558 ในท้องที่ สน.สายไหม
ขณะที่ นายภาคิน (ผู้เสียหาย) กล่าวว่า หลังจากร้องเพลงที่ร้านอาหารย่านเลียบทางด่วนเสร็จ ตนจึงรีบเดินทางกลับบ้าน และผ่านบริเวณจุดเกิดเหตุเป็นปกติ ทั้งนี้ ที่ผ่านมาได้ระวังตัวมาโดยตลอด กระทั่งวันเกิดเหตุตนกลัวคนร้ายจะมีอาวุธปืน จึงยินยอมให้กระเป๋าเป้ไป ก่อนเข้าแจ้งความในเวลาต่อมา ทั้งนี้ ต้องขอขอบคุณเจ้าหน้าที่ตำรวจ ที่สามารถจับกุมคนร้ายที่ก่อเหตุได้อย่างรวดเร็ว

ข่าวล่าสุด