เนชั่นทีวี

ข่าว

"ตูน" ฮีโร่ของสังคมไทย

11 ธ.ค. 2560 | jirasin_yin

"ตูน" ฮีโร่ของสังคมไทย

โครงการก้าวคนละก้าวเพื่อ 11 โรงพยาบาลทั่วประเทศ ของ ตูน บอดี้สแลม นักร้องชื่อดัง เริ่มต้นตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน ล่าสุดปัจจุบัน (8 ธันวาคม 2560) ได้ยอดบริจาครวมเกือบ 700 ล้านบาท และคาดว่าจะได้เงินเกินเป้าที่ตั้งไว้ ซึ่งเงินเหล่านี้จะนำไปช่วยเหลือโรงพยาบาลที่ขาดแคลนทุนทรัพย์ทั่วประเทศ

นับตั้งแต่การออกวิ่งในอำเภอเบตง จังหวัดยะลา เรื่อยมาจนกระทั่งจังหวัดสุพรรณบุรีที่เป็นตำแหน่งปัจจุบัน ตูน บอดี้สแลม ได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่นจากชาวบ้านตามท้องถนน ในโลกโซเชียล ก็มีกระแสชื่นชมตูน และร่วมให้กำลังใจ จนเรียกได้ว่าตูน เป็น "ฮีโร่" อีกคนหนึ่งของประเทศไทย

ผศ.ดร.พรรณระพี สุทธิวรรณคณบดีคณะจิตวิทยา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย อธิบายว่า "ฮีโร่" เป็นคำที่ใช้เรียกคนที่ต้องการช่วยเหลือผู้อื่น และใช้ความสามารถ ศักยภาพของตนเองอย่างเต็มที่ในการช่วยเหลือผู้อื่น

ลักษณะเด่นของคนที่จะเป็นฮีโร่ได้ ต้องมีความกล้าหาญ มีความเสียสละ ศรัทธาแรงกล้า และต้องทำเพื่อผู้อื่น ไม่ได้เสแสร้ง จึงจะชักจูงตอบสนองกระบวนใจของสังคมให้เกิดพลังเชิงบวก และเป็นแรงบันดาลใจให้คนในสังคมมองว่าโลกยังมีอะไรดีๆ อยู่

"ลักษณะอีกประการที่ต้องมีคือต้องกล้าเสี่ยงที่จะโดนด่า การลุกขึ้นมาทำอะไรต้องมีทั้งคนชมคนด่าเป็นเรื่องปกติ แต่ฮีโร่ที่ยิ่งใหญ่ต้องแยกแยะ ตั้งมั่นในสิ่งที่ทำ ไม่สนใจทั้งคำชมและเสียงวิพากษ์วิจารณ์ ซึ่งดิฉันถือว่าคุณตูนเป็นหนึ่งในนั้นที่ทำสำเร็จ"

อาจารย์พรรณระพีกล่าวต่อว่า การเป็นฮีโร่ในสังคมไทยไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะสังคมไทยเป็นสังคมแบบ Collectivism หรือสังคมรวมหมู่ การมีบุคคลใดบุคคลหนึ่งลุกขึ้นมาบอกว่าจะสร้างความเปลี่ยนแปลงในสังคม อาจถูกคนหมั่นไส้

"เคยได้ยินไหมว่าจงทำดีแต่อย่าเด่นจะเป็นภัยคำนี้ตรงมากในสังคมไทย ฮีโร่ในไทยส่วนใหญ่มักเป็นกลุ่มคนเล็กๆ ไม่กี่คน ตรงข้ามกับสังคมต่างประเทศโดยเฉพาะในประเทศแถบตะวันตกที่เขามีความปัจเจกบุคคล หรือIndividualismมากกว่า สังคมเมืองนอกเขาไม่แคร์ว่าเขาจะเด่นหรือโดนอะไร เขาแสดงออกได้มากกว่าเรา"

สังคมรวมหมู่แบบสังคมไทย กำหนดให้คนลุกขึ้นมาทำอะไรบางอย่างได้ไม่ง่ายนัก อาจารย์พรรณระพีระบุว่า คนที่ลุกขึ้นมาสร้างความเปลี่ยนแปลงแบบฮีโร่ในไทย ต้องมีความเข้มแข็งทั้งกายและใจ หรือไม่ก็เป็นคน "ติสต์แตก" ทำอะไรไม่สนใจ ไม่แคร์โลก

การที่กระแสตูน กลายเป็นปรากฏการณ์ทางสังคมครั้งใหญ่สามารถมองได้หลายมุม สำหรับในเชิงจิตวิทยา กระแสตูนฟีเวอร์ เป็นภาพสะท้อนการโหยหาฮีโร่ของคนไทย หมายความว่า ขณะนี้คนในสังคมมีความไม่มั่นใจ ไม่ปลอดภัย ไม่มั่นคง หรือผิดหวังบางอย่างในชีวิต เลยต้องการฮีโร่มากอบกู้

"ในภาษาทางจิตวิทยาเราเรียกว่าSense of Controlหรือความต้องการความสงบสุข สิ่งนี้จะหายไปถ้าเราควบคุมสถานการณ์ไม่ได้ เช่น เราไปสัมภาษณ์งาน ตื่นเต้นกังวล หวั่นไหว ไม่มั่นคง และเกิดการโหยหาเครื่องยึดเหนี่ยวจิตใจ"

เครื่องยึดเหนี่ยวจิตใจ มีทั้งการนับถือศาสนา การหันไปปฏิบัติธรรมเพื่อหาความสงบในจิตใจ รวมถึง "ฮีโร่" เองก็เป็นเครื่องยึดเหนี่ยวจิตใจรูปแบบหนึ่งที่เป็นคนมีชีวิต และมักเกิดขึ้นเป็นระยะๆ ในสังคมไทย

"กรณีมิสยูนิเวิร์สถ้าไทยได้ตำแหน่ง เขาก็จะเป็นฮีโร่ของคนไทย หรือก่อนหน้านั้นมีนักกีฬาไทยที่ไปแข่งกีฬาโอลิมปิก ก็ได้รับการยกย่องสูง แต่ที่ผ่านมาเราอาจมองได้ว่าเป็นปรากฏการณ์สั้นๆ แค่ช่วงเวลาหนึ่ง ส่วนกรณีของคุณตูน ด้วยระยะเวลาที่มากกว่าคนอื่น เลยมีเวลาสั่งสม เป็นกระแสระยะยาว แต่โดยธรรมชาติของสังคม พอมันเลยจุดพีคไปแล้ว ก็จะหายไป แล้วมีเรื่องอื่นมาแทน"

อาจารย์พรรณระพียังระบุอีกว่า กรณีของตูนอาจทำให้คนบางส่วนเห็นด้วยกับตูน และกลับมาวิพากษ์วิจารณ์ประสิทธิภาพการทำงานของรัฐบาลได้ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นการวิจารณ์รัฐเกิดขึ้นเพราะเรื่องของตูน ที่ทำให้รู้สึกว่าเรามั่นคง

"อย่าไปมองว่าพอมีตูนแล้วคนหันมาวิจารณ์รัฐ เพราะเรื่องนี้เป็นเรื่องของปรากฏการณ์ตูน คนมองว่าเห็นไหม ถ้ามีตูนแล้วอะไรๆ ก็ดีขึ้น ตูนเป็นสิ่งหนึ่งที่ทำให้เขารู้สึกว่าเขามีหลักมั่นคง สบายใจ พอสบายใจแล้วก็หันไปมองว่านั่นไม่ดี โน่นไม่ดี บางคนโทษรัฐ บางคนโทษงาน แต่ไม่ได้หมายความว่าเขามองรัฐไม่ดี เลยมองตูนว่าดี เหมือนตอนเราตกน้ำเราก็ตะเกียกตะกายขึ้นฝั่ง แต่พอขึ้นมาแล้วเราก็เริ่มหาเหตุผล น้ำมันลึก น้ำมันสกปรก คนเบียดฉันตกน้ำ หรืออื่นๆ ขึ้นอยู่กับแต่ละคนว่าจะหาเหตุผลของเรื่องนี้อย่างไร"

อาจารย์พรรณระพีกล่าวอีกว่า กระแสฮีโร่หรือคนที่สังคมยึดเหนี่ยวถือว่าเป็นสิ่งที่ดีในการพาคนไปยังจุดมุ่งหมายที่ดีเป็นเรื่องที่น่าชื่นชม แต่ถ้าคนที่คนในสังคมยึดเหนี่ยวเป็นคนไม่ดี หรือมีวัตถุประสงค์บางอย่างที่ซ่อนเร้น จะนำพาสังคมดิ่งลงเหวได้ จึงต้องระวังให้ดี

ข่าวล่าสุด