เนชั่นทีวี

ข่าว

รวบแก๊งลักตัดสายเคเบิลโทรศัพท์ เสียหายหลายแสนบาท

10 ธ.ค. 2560 | teerawat_cha

รวบแก๊งลักตัดสายเคเบิลโทรศัพท์ เสียหายหลายแสนบาท

พังงา - ตำรวจคุระบุรีรวบแก๊งโจรขโมยตัดสายเคเบิลโทรศัพท์ของบริษัท ทีโอที สร้างความเสียหายมูลค่าหลายแสนบาท

เมื่อวันที่ 10 ธ.ค.60 ที่ สภ.คุระบุรี จ.พังงา พ.ต.อ.นิรัต สวัสดี ผกก.สภ.คุระบุรี พ.ต.ท.สุรศักดิ์ รอดไกร รอง ผกก.ป.สภ.คุระบุรี พ.ต.ต.กิตติศักดิ์ สมมาตย์ สวป.สภ.คุระบุรี นายสนอง มธุรส นายช่าง 7 ตัวแทน บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) ได้จับกุมผู้ต้องหาลักตัดสายเคเบิลโทรศัพท์ TOT สร้างความเสียหายมูลค่ากว่า 300,000 บาท และยังส่งผลกระทบต่อผู้ใช้บริการใช้อินเตอร์เน็ตทั้งประชาชน และโรงแรม รีสอร์ท ในหลายพื้นที่ของจังหวัดพังงา

โดยทางเจ้าหน้าที่บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) ได้ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจจังหวัดพังงา วางแผนจนสามารถจับกุมคนร้ายจำนวน 2 คน คือนายสราวุฒิ กล้าศึก อายุ 29 ปี และนายรอฝาอาด ขุนภักดี อายุ 34 ปี ชาวจังหวัดระนอง พร้อมด้วยของกลางสายเคเบิลโทรศัพท์ TOT น้ำหนักประมาณ 60 กิโลกรัม กระสอบปุ๋ยจำนวน 2 กระสอบ คีมใช้สำหรับตัดสายไฟจำนวน 2 อัน และกระเป๋าสะพายสีน้ำตาลจำนวน 1 ใบ และรถจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้า เวฟ สีแดงดำ ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน 1 คัน 

จากการจับกุมได้ในครั้งนี้ ก่อนเกิดเหตุทาง พ.ต.ต.กิตติศักดิ์ สมมาตย์ สวป.สภ.คุระบุรี ได้รับแจ้งจากทางเจ้าหน้าที่ บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) ว่าในพื้นที่ อ.คุระบุรี ได้มีแก๊งตัดสายเคเบิลโทรศัพท์ TOT จนสร้างความเดือดร้อนกับลูกค้าที่เป็นประชาชน และโรงแรม รีสอร์ท บ่อยครั้ง ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมจึงได้ออกสืบสวนหาข่าว และซุ่มโป่งอยู่หลายครั้ง จนสังเกตเห็นผู้ต้องหาทั้ง 2 คน ขับรถจักรยานยนต์มาจอดบริเวณริมถนนใกล้กับปากซอยเอ็กซ์ซ่า หมู่ 1 ตำบลคุระบุรี อ.คุระบุรี จ.พังงา และผู้ต้องหาทั้ง 2 คน กำลังยกอุ้มกระสอบปุ๋ยที่ซุกซ่อนสายเคเบิลโทรศัพท์อยู่ข้างทางขึ้นรถจักรยานยนต์ เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงจะเข้าตรวจสอบ แต่คนร้ายได้ขับรถหลบหนี เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.คุระบุรี จึงได้ขับรถไล่ติดตามจนสามารถจับกุมผู้ต้องหาพร้อมด้วยของกลาง

โดยผู้ต้องหาทั้งสองให้การรับสารภาพว่าเป็นคนลักตัดสายเคเบิ้ลโทรศัพท์จริงเพื่อนำไปเผาไฟเอาทองแดงแล้วนำไปขายให้ร้านขายของเก่าแห่งหนึ่งในพื้นที่อำเภอสุขสำราญ จ.ระนอง มาแล้วหลายครั้ง ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้แจ้งข้อกล่าวหา ร่วมกันลักทรัพย์ในเวลากลางคืน โดยใช้ยานพาหนะเพื่อสะดวกแก่การกระทำผิด หรือการพาทรัพย์นั้นไป หรือเพื่อให้พ้นจากการจับกุม และร่วมกระทำความผิดตั้งแต่สองคนขึ้นไป หรือร่วมกันรับของโจร พร้อมนำส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ข่าวล่าสุด