เนชั่นทีวี

ข่าว

แพทยสภาชง สปสช.ค้างเงิน ต้องติดสถานะ "ลูกหนี้" รพ.

09 ธ.ค. 2560 | te

แพทยสภาชง สปสช.ค้างเงิน ต้องติดสถานะ "ลูกหนี้" รพ.

แพทยสภาชงข้อเสนอถึงรัฐบาลปรับปรุงเกณฑ์สปสช. ตามหลัก"บัญชีต้นทุน" ระบุหากสปสช.ยังค้างค่ารักษา ต้องมีสถานะเป็นลูกหนี้ของรพ. เชื่อช่วยแก้ปัญหารพ.ไม่มีเงิน

ศ.นพ. อภิวัฒน์ มุทิรางกูร กรรมการแพทยสภา ในฐานะกรรมการและเลขานุการ คณะอนุกรรมการพิจารณาค่าใช้จ่ายกลุ่มวินิจฉัยโรคร่วมเพื่อการรักษาพยาบาลที่มีมาตรฐานของแพทยสภา เปิดเผยว่า ในการประชุมร่วมกันระหว่างรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข(รมว.สธ.) สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ(สปสช.)และแพทยสภา เมื่อวันที่ 8 ธันวาคม 2560 แพทยสภาได้นำเสนอข้อเสนอแนะที่ผ่านความเห็นชอบของคณะกรรมการแพทยสภาเมื่อวันที่ 9 พฤศจิกายน 2560 ต่อรัฐบาลเพื่อปรับปรุงกลุ่มวินิจฉัยโรคร่วมหรือดีอาร์จี (Diagnosis-Related Group :DRG)ของ สปสช.ให้เป็นไปตามหลักการบัญชีที่ถูกต้องไม่ให้เกิดผลกระทบด้านมาตรฐานการประกอบวิชาชีพเวชกรรม ซึ่งดีอาร์จี คือ การจัดกลุ่มโรคของผู้ป่วยที่ใช้ทรัพยากรในการรักษาใกล้เคียงกันไว้ในกลุ่มเดียวกัน และรพ.ใช้เกณฑ์นี้ร่วมกับค่าเฉลี่ยของการใช้ทรัพยากรในการรักษาผู้ป่วยตามดีอาร์จี ที่เป็นการเทียบกับต้นทุนเฉลี่ยของการรักษาผู้ป่วยทั้งหมด หรือค่าอาร์ดับบลิว( Recalibration of weight :RW) ในการเบิกค่ารักษาพยาบาลผู้ป่วยในจากสปสช. ข้อเสนอแนะ ประกอบด้วย การแก้ปัญหาที่ทำได้ทันที 1.ในปีงบประมาณ 2561 ให้คงค่าเฉลี่ยอาร์ดับบลิว ที่ตั้งไว้ตั้งแต่เริ่มปีงบประมาณตลอดทั้งปี โดยยกเลิกการลดค่าอาร์ดับบลิวลงระหว่างปี 2.ยกเลิกค่าปรับจากการวินิจฉัยและรักษาที่ไม่ตรงตามข้อกำหนดของสปสช. แต่ให้ตรวจสอบเวชระเบียนเพื่อปรับแก้การลงเวชระเบียนตามงานจริงและคืนหรือจ่ายเงินตามงานจริง 3. ยกเลิกการไม่จ่ายเมื่อทำรายงานช้า และ4. หาก สปสช. มีเงินไม่เพียงพอไม่สามารถจ่ายให้โรงพยาบาลได้ สปสช.ทำบัญชีเป็นภาระหนี้ที่สปสช. จะต้องจัดหามาคืนโรงพยาบาล การแก้ปัญหาระยะกลาง ในปีงบประมาณ 2562 ควรเพิ่มค่าอาร์ดับบลิวประมาณร้อยละ 6 เพราะต้นทุนค่ารักษาเพิ่มขึ้นหรือใช้ค่าเฉลี่ยต้นทุนค่ารักษาที่เพิ่มขึ้นจริงมาเป็นร้อยละของอาร์ดับบลิวที่ต้องเพิ่มขึ้น การแก้ปัญหาระยะยาว1. รัฐบาลควรพิจารณาว่าอาร์ดับบลิว จะครอบคลุมต้นทุนการรักษาในหมวดไหนบ้างสำหรับโรงพยาบาลใดเพื่อให้ดีอาร์จีมีโครงสร้างการบริหารที่ไม่ซับซ้อนมาตรฐานเดียวกัน อาร์ดับบลิวจะครอบคลุมต้นทุนการรักษาเฉพาะต้นทุนที่ใช้ในการวินิจฉัยและรักษาเท่านั้นโดยรัฐบาลจัดสรรต้นทุนอื่นๆ เช่น ค่าแรงค่าครุภัณฑ์ ค่าน้ำ ค่าไฟผ่านทางกระทรวงสาธารณสุข 2.มีการสำรวจต้นทุนการรักษาพยาบาลแต่ละอย่างและแต่ละลักษณะของโรงพยาบาล โดยพื้นฐานความเข้าใจในข้อเท็จจริงที่ว่าต้นทุนการรักษาของแต่ละลักษณะของโรงพยาบาลไม่เท่ากัน ด้วยขนาดตัวอย่างที่เพียงพอที่จะเป็นตัวแทนและดำเนินการโดยบุคคลที่เป็นกลาง มีความรู้ทางการเงิน การบัญชี การแพทย์ และวิทยาการประกันภัย ที่สำคัญผู้ว่าจ้างและผู้ตรวจสอบการศึกษาการสำรวจต้นทุนต้องมีความเป็นกลาง ที่ผ่านมา สปสช. เป็นแกนหลักในเรื่องนี้ทำให้เกิดผลประโยชน์ทับซ้อน เช่น กำหนดอาร์ดับบลิวต่ำกว่าทุนได้3.สปสช. ต้องวิเคราะห์ว่าค่าใช้จ่ายที่สะท้อนต้นทุนในปีที่ผ่านมาเป็นเท่าไหร่และต้องคำนวณว่างบประมาณในส่วนนี้ต้องมีเท่าไหร่ถึงจะพอเพียงและต้องนำเสนอตัวเลขนี้ต่อรัฐบาลและสังคม 4. โรงพยาบาลของรัฐศึกษาวิธีลดค่าใช้จ่ายโดยไม่กระทบมาตรฐานการประกอบวิชาชีพเวชกรรม5.ตั้งคณะทำงานปรับดีอาร์จี และขบวนการเบิกค่ารักษาเพื่อให้ขบวนการนี้ไม่กระทบมาตรฐานการประกอบวิชาชีพเวชกรรม องค์ประกอบสำคัญของคณะทำงานนี้คือแพทย์ผู้ปฏิบัติงานจริงเพราะเป็นผู้ที่จะให้ความรู้ได้ว่าที่ผ่านมาขั้นตอนที่ผ่านมาขั้นตอนใดได้กระทบมาตรฐานการแพทย์บ้าง6.ตั้งคณะกรรมการร่วม ประกอบด้วย สปสช. สธ. โรงเรียนแพทย์ รพ.แพทย์ทหาร รพ.รัฐสังกัดอื่น รพ.เอกชน และแพทยสภา เพื่อให้มีการต่อรองและลงนามสัญญาทุกปีร่วมทั้งหมด และ7.คณะทำงานเพื่อประเมินผลกระทบและวางแผนการดำเนินงานระยะยาว "คณะอนุกรรมการฯพบว่า สาเหตุหลักของปัญหาเกิดจากวิธีการบริหารดีอาร์จีของ สปสช. ผิดหลักบัญชีต้นทุน อีกทั้ง มีการตั้งค่าอาร์ดับบลิวไว้ต่ำกว่าต้นทุนจริงในการใช้รักษาผู้ป่วย และมีการลดค่านี้ลงอีกในช่วงปลายปี ทำให้รพ.มีเงินไม่เพียงพอ ขณะที่รพ.รักษาผู้ป่วยไปแล้วแต่เบิกเงินได้น้อยหรือไม่ได้เงินจากสปสช.เลย เงินส่วนที่รพ.เบิกจากสปสช.ไม่ได้ ที่ผ่านมาสปสช.ไ่ได้ทำเป็นบัญชีภาระหนี้ไว้ รพ.ก็อดเงินที่เบิกบางส่วนไปเลย รพ.ก็ขาดทุน แต่หาทำเป็นภาระหนี้ไว้ รพ.ก็จะยังได้เงินคืนจากสปสช. แพทยสภาจึงขอเสนอแนวทางการแก้ไขปัญหา เพื่อให้ วิธีการบริหารดีอาร์จีของ สปสช. อยู่บนหลักธรรมาภิบาลที่ถูกต้อง จะทำให้การแพทย์และการสาธารณสุขของไทย มีความมั่นคง ยั่งยืน และพัฒนาได้ โดยการแก้ไขปัญหานี้จะไม่มีผลกระทบทางลบต่อส่วนรวม แต่หากไม่แก้ไขจะทำให้รพ.ขาดทุนรวมปีละราว 8,000 ล้านบาท" ศ.นพ.อภิวัฒน์กล่าว

ข่าวล่าสุด