พร้อมร่วมพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับตัวแทน บริษัท ซีอาร์อาร์ซี ซึ่งเป็นบริษัทรัฐวิสาหกิจ ที่ผลิตขบวนรถไฟของจีน ที่ประเทศไทยจัดซื้อขบวนรถไฟความเร็วสูง โดยพวกเขาอธิบายว่า จีน ใช้เวลาเพียงไม่กี่ปี ก็สามารถพัฒนาเทคโนโลยีการผลิตรถไฟความเร็วสูงเป็นของตัวเองได้ จนทำให้ปัจจุบันรถไฟความเร็วสูง กว่า 2,000 ขบวน ร่วมขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ที่เติบโตไปอย่างก้าวกระโดด
โดยคณะสื่อมวลชนไทย ได้มีโอกาสทดลองนั่งรถไฟความเร็วสูงจากปักกิ่ง-ชิงเต่า ระยะทางกว่า 800 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางแค่ 4 ชั่วโมงครึ่ง ตลอด 2 ข้างทาง ทำให้เราเห็นเมืองที่พัฒนาไปอย่างรวดเร็ว เห็นการเติบโตของการท่องเที่ยว และอสังหาริมทรัพย์ ที่พบตึกสูง ขึ้นอยู่เป็นจำนวนมาก
โดยรองประธานฝ่ายกิจการต่างประเทศ บริษัทซีอาร์อาร์ซี คุณกง หลุยหมิง บอกว่า บริษัทซีอาร์อาร์ซี ที่เป็นผู้ผลิตขบวนรถไฟความเร็วสูงของสาธารณรัฐประชาชนจีน มีความพร้อมสนับสนุน และผลิตรถไฟความเร็วสูง ที่จะก่อสร้างในประเทศไทย
โดยสามารถจัดสร้างขบวนรถได้ตามความต้องการในรูปแบบต่างๆที่เหมาะกับประเทศไทย เหมือนประเทศอื่นๆ อาทิ ลาว ที่บริษัทได้สร้างให้ตามความต้องการ ขณะเดียวกัน เชื่อว่า ถ้ารถไฟความเร็วสูงที่สร้างในระยะเริ่มต้น กรุงเทพ-นครราชสีมา แล้วเสร็จ ประชาชน รวมถึงรัฐบาล จะเห็นประโยชน์ และจะขยายทุกเส้นทาง
ขณะที่ รองผู้อำนวยการฝ่ายประชาสัมพันธ์ บริษัทซีอาร์อาร์ซี คุณหลี่ หมิ่น ได้เล่าให้ฟังถึงวิวัฒนาการรถไฟของจีน ที่เป็นตัวอย่างในการพัฒนารถไฟ แล้วทำให้เมืองต่างๆพัฒนา โดยเริ่มตั้งแต่ปี 2547 ที่เดินรถไฟแบบธรรมดา ผสมกับการขนส่ง ซึ่งมีความเร็ว 3 ระดับ คือ 120 / 140 / และ 160 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
ต่อมาจีน ได้เริ่มนำเข้าเทคโนโลยีจากต่างประเทศ อาทิ ฝรั่งเศส ญี่ปุ่น เยอรมัน เพื่อนำมาเรียนรู้ และพัฒนาเป็นเทคโนโลยีของตัวเอง ซึ่งใช้เวลาประมาณ 3-5 ปี จนสามารถมีเทคโนโลยีผลิตรถไฟความเร็วสูงเป็นของตัวเอง โดยเริ่มที่ความเร็ว 200-250 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ซึ่งเริ่มเส้นทางแรกจากปักกิ่ง - เทียนสิน
คุณหลี่ หมิ่น ยังบอกว่า ปัจจุบันจีน มีระยะทางรถไฟติดอันดับโลก ซึ่งมีกว่า 22,000 กิโลเมตร กว่า 2,000 ขบวน ครอบคลุมทุกภาค ขณะเดียวกัน เมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมา บริษัทได้ทดลองวิ่งรถไฟความเร็วสูงขบวนใหม่ ชื่อว่า ฟู่ชิง โดยทำความเร็วเฉลี่ย 380 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ซึ่งชิ้นส่วนประกอบกว่า 90% ผลิตในจีน ที่ทำให้ขบวนรถไฟมีความปลอดภัยมากขึ้น
โดยหากเกิดเหตุฉุกเฉิน สามารถสั่งหยุดรถระยะไกลได้ และขบวนนี้ ยังสามารถเผชิญทุกสภาพอากาศที่ติดตั้งรองรับตั้งแต่ -40 องศาฯ ถึง 45 องศาฯ ขณะเดียวกัน จีน มีฐานการผลิตที่ใหญ่ที่สุดในโลก สามารถผลิตขบวนรถไฟได้ประมาณ 5,000 ตู้ต่อปี
นอกจากนี้ บริษัทซีอาร์อาร์ซี ยังมีเทคโนโลยีเหนือกว่าระดับโลก เพราะมีการวิจัยพัฒนาในส่วนที่ประเทศอื่น ยังไม่มีผลวิจัยออกมา โดยมีศูนย์วิจัยระดับชาติกว่า 20 แห่ง รวมถึงมีในประเทศไทยด้วย โดยมีหน้าที่ วางแผนในอนาคต ทำงานวิจัยตอบสนองความต้องการของเทคโนโลยี ให้ปลอดภัย มีประสิทธิภาพ และเชื่อมต่อ
โดยอนาคต ปี 2563 ได้วางเป้าหมายที่พัฒนารถไฟความเร็วสูง ความเร็วเฉลี่ยสูงกว่า 400 กิโลเมตรต่อชั่วโมง สามารถวิ่งบนรางที่มีความกว้างขนาดที่แตกต่างกันได้
คุณหลี่ หมิ่น ยังเชื่อว่า รถไฟความเร็วสูง ทำให้การขนส่งมีประสิทธิภาพมากขึ้น และช่วยพัฒนาเศรษฐกิจ สังคม ที่จะช่วยพัฒนาตลอด 2 ข้างทางของรถไฟความเร็วสูง อย่าง อสังหาริมทรัพย์ การท่องเที่ยว พร้อมยืนยัน ในฐานะผู้ถ่ายทอดเทคโนโลยีให้ไทยในการทำรถไฟความเร็วสูง ว่า มีความพร้อมเต็มที่ เพราะนักวิจัยพัฒนาของจีน ก็กำลังร่วมพัฒนากับไทย
นอกจากนี้ ผู้แทนบริษัทซีอาร์อาร์ซี ได้พาชมขั้นตอนการผลิตขบวนรถไฟความเร็วสูง โดยเสนอโปรแกรมวีอาร์ ที่เป็นภาพจำลองขบวนรถไฟอย่างละเอียด สัดส่วนเท่าของจริง และการก่อสร้างขบวนรถไฟ จะเริ่มทำวีอาร์ก่อน เพื่อออกแบบตามความต้องการ ก่อนจะเริ่มก่อสร้างจริง
โดยระบบนี้ ยังใช้ทดสอบชิ้นส่วนต่างๆว่า มีปัญหาหรือไม่ ซึ่งใช้เวลาในการออกแบบวีอาร์ประมาณ 1 เดือน ขณะเดียวกัน ยังได้พาชมเทคโนโลยีประกอบชิ้นส่วนต่างๆ อาทิ ทดสอบแรงดันภายในขบวน ระบบทดสอบความแข็งแรง ระบบทดสอบแรงกระแทก รวมถึงเทคโนโลยีควบคุมเสียงรบกวนภายในขบวน เนื่องจากรถไฟใช้ความเร็ว จะมีเสียงลมรบกวน นอกจากนี้ การก่อสร้างขบวนรถไฟความเร็วสูง จะมีการสร้างขบวนจำลองมาทดสอบกับเครื่องต่างๆ ก่อนที่จะมีการก่อสร้างจริง
ส่วนศูนย์วิจัยเทคโนโลยีรถไฟความเร็วสูงไทย-จีน ผู้แทนบริษัทซีอาร์อาร์ซี บอกว่า ได้เริ่มลงนาม เมื่อปี 2556 โดยการวิจัยจะมอง 2 ทาง คือ การทดสอบ-ทดลอง และบริการหลังการขาย
ซึ่งศูนย์นี้ ยังได้ถ่ายทอดความรู้ ผ่านการอบรม ที่มีทั้งรูปแบบระยะสั้น 1 สัปดาห์ และระยะยาว 6 เดือน โดยเป็นการพยายามช่วยฝ่ายไทยฝึกด้านต่างๆ โดยขณะนี้ ฝึกคนไทยไปแล้วกว่า 100 คน ส่วนใหญ่เป็นวิศกร ส่วนรายละเอียดการถ่ายทอดเทคโนโลยี จะเป็นส่วนใดบ้าง ยังอยู่ในการเจรจาพูดคุย