"วิทยา" อดีต สปท.-ส.ส.ปชป. ขอ อสส.ใช้อำนาจตาม รธน.มาตรา 28 ตรวจสอบ ตร.ทำสำนวนคดีหมิ่น สตช. พ้อหมดหวังปฏิรูป ตร. จี้นายกฯดูแลที่สำนักงานอัยการสูงสุด ถ.แจ้งวัฒนะ วันที่ 30 พ.ย.60 เวลา 09.30 น. นายวิทยา แก้วภราดัย อดีตสมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) และอดีต ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ ยื่นหนังสือถึงนายเข็มชัย ชุติวงศ์ อัยการสูงสุด (อสส.) เพื่อขอให้ส่งพนักงานอัยการเข้าร่วมตรวจสอบถ่วงดุลตามบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ กรณีที่ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ได้ให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) ดำเนินคดีนายวิทยาในข้อหาหมิ่นประมาท สตช. จากการให้สัมภาษณ์ในรายการเจาะลึกทั่วไทย อินไซด์ไทยแลนด์

เกาะติดข่าวสาร >> Nation Online
logoline


โดยนายโกศลวัฒน์ อินทุจันทร์ยง และนายประยุทธ เพชรคุณ ในฐานะรองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด ได้เป็นตัวแทนอัยการสูงสุดรับหนังสือไว้ ขณะที่ นายวิทยา อดีต สปท.และอดีต ส.ส.ปชป. กล่าวว่า เมื่อ 4-5 เดือนก่อน ตนให้สัมภาษณ์เรื่องการซื้อขายตำแหน่งใน สตช. จนเป็นที่มาของการตั้งคณะกรรมการสอบดำเนินการกับบุคคลที่เกี่ยวข้องในการซื้อขายตำแหน่ง ซึ่งการสอบดังกล่าวก็ไม่คืบหน้าอะไร ทั้งคนสอบคนถูกสอบเกษียณหมดแล้ว ระหว่างนั้น ผบ.ตร. ได้ให้ตัวแทน สตช.ไปร้องทุกข์ดำเนินคดีกับตนที่ สน.ปทุมวัน 
ในข้อหาหมิ่นประมาท สตช. ก็ไม่มีความคืบหน้า ไม่เคยเชิญตนไปให้การ ทราบแต่ว่าได้เรียกสื่อมวลชนหลายสำนักไปสอบ เมื่อตนไปที่ สน.ปทุมวัน ขอทราบความคืบหน้า มีตัวแทนฝ่ายสอบสวนมาชี้แจงว่าสอบพยานไปแล้วประมาณ 6 ปาก ยังต้องสอบอีกเยอะ เพราะเป็นเรื่องความเห็นว่าหมิ่นไม่หมิ่น ฟังแล้วก็ไม่มีหลักประกันว่าจะเสร็จเมื่อใดจะได้ว่ากันในศาล
ตนไม่ได้เกรงว่าจะต้องขึ้นศาล แต่เกรงว่าคดีที่เกิดขึ้นไม่ใช่คดีแรก พล.ร.อ.พะจุณณ์ ตามประทีป ก็โดน นายสังศิต พิริยะรังสรรค์ ก็โดน พ.ต.อ.วิรุตม์ ศิริสวัสดิบุตร ก็โดน รวมถึงตนก็โดนแจ้งข้อหานี้ เป็นขบวนการของการปิดปากภาคประชาชนในการแสดงความคิดเห็น ที่สำคัญ สตช.เป็นผู้เสียหาย ผู้บังคับบัญชาสูงสุดของ สตช.ไปแจ้งความ แล้วใช้คนของ สตช. สอบตน จะได้รับความเป็นธรรมอย่างไร กระบวนการแบบนี้มีมาโดยตลอด วันที่ สตช.หรือพนักงานสอบสวนมีผลประโยชน์ทับซ้อนใครจะตรวจสอบ
"รัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน ระบุเรื่องการตรวจสอบและถ่วงดุลอำนาจสอบสวนโดยอัยการสูงสุด ตามมาตรา 258 จึงมายื่นต่อ อสส.เพื่อให้ท่านใช้ช่องกฎหมายเข้าไป"
นายวิทยา กล่าวอีกว่า ตนต้องการสะท้อนไปยังคณะกรรมการปฏิรูปตำรวจที่ พล.อ.บุญสร้าง เนียมประดิษฐ์ เป็นประธาน ซึ่งว่ายอยู่ในอ่างจนถึงทุกวันนี้ไม่ขยับไปไหนเลย ตอบคำถามสังคมได้หรือยังว่าการแต่งตั้งโยกย้ายตำรวจด้วยเป็นธรรมมีกระบวนการจบหรือยัง ถ้าโยกย้ายอีกรอบจะมีเรื่องแบบเดิมอีกหรือไม่ จะมีหลักประกันอย่างไร และเรื่องงานสอบสวนที่วนอยู่ในอ่างจะแยกไม่แยก ถ้าเกิดกรณีเช่นตนกับประชาชน ประชาชนมีเรื่องกับ สตช. หรือมีข้อพิพาทกับตำรวจ ประชาชนจะพึ่งใคร ซึ่งตนในฐานะคนที่รณรงค์สู้ตลอดให้ปฏิรูปตำรวจมาตลอด และจะทำจนกว่าจะจบ แต่รู้สึกไม่คืบหน้าเลยแล้วก็เริ่มจะหมดความหวัง คำตอบที่เราต้องการคือปฏิรูปตำรวจ ประชาชนได้อะไร ไม่เคยถกกันในคณะกรรมการเลย ถกกันแต่ว่าตัวเองจะได้อะไร ถ้ายิ่งฝากความหวังไม่ได้ ตนคิดว่านายกรัฐมนตรีต้องลงมาดู เพราะถ้ากระบวนการปฏิรูปตำรวจไม่มีอะไร แล้วประชาชนจะพึ่งพาไม่ได้
ด้านนายโกศลวัฒน์ รองโฆษกอัยการฯ กล่าวว่า จะนำเรื่องถึงอัยการสูงสุด ซึ่งหากผลการพิจารณาเป็นอย่างไรก็จะแจ้งให้นายวิทยาทราบต่อไป โดยกระบวนการในการร้องขอความเป็นธรรมจะต้องมีการสอบสวนดูให้ครบถ้วน อย่างกรณีนี้รัฐธรรมนูญเขียนไว้แต่ไม่มีกฎหมายลูก เราก็จะดูกฎหมายอื่นๆ ที่มีอยู่แล้วว่าจะช่วยดูแลให้ความเป็นธรรมได้อย่างไร