บางจาก กรุงเทพธุรกิจ จัดเวทีเสวนา ด้านสิ่งแวดล้อมประเด็น วิกฤติ 2 องศา วิกฤติเศรษฐกิจ วิกฤตสังคม ชี้เชื่อมโยงต่อเนื่องถึงการเพาะปลูก ความมั่นคงทางอาหาร การเกิดโรคระบาด CEO บางจาก ของดแสดงความเห็นเรื่องถ่านหิน ทุกคนมีมุมมองแตกต่างกันออกไป

เกาะติดข่าวสาร >> Nation Online
logoline

29 พ.ย. 2560 ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการผู้ใหญ่  บริษัท บางจากคอร์ปเรชั่น จำกัด (มหาชน) บรรยายพิเศษในเวทีเสวนาด้านสิ่งแวดล้อมประเด็น "วิกฤติ 2 องศา วิกฤติเศรษฐกิจ วิกฤตสังคม" ว่าบริษัทบางจากฯ มีวิสัยทัศน์ในการดำเนินธุรกิจที่มุ่งพัฒนาสู่ความยั่งยืนในทุกด้านทั้งเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม แต่ในปัจจุบันมีการเปลี่ยนแปลงสภาวะภูมิอากาศโลกที่สูงขึ้น ส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศ สิ่งแวดล้อม เชื่อมโยงต่อเนื่องถึงการเพาะปลูก ความมั่นคงทางอาหาร การเกิดโรคระบาดทั้งในมนุษย์และสัตว์ จากปัญหาดังกล่าวเป็นสิ่งที่ทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องจำเป็นต้องร่วมมือกันแก้ปัญหาอย่างจริงจังและหวังผลสัมฤทธิ์ให้เกิดขึ้น ด้วยการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ และควบคุมอุณหภูมิโลกไม่ให้เพิ่มเกิน 2 องศา

"ถ้าเรายังมุ่งเฉพาะพัฒนาเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมให้เติบโตเพียงอย่างเดียว โดยละเลยการดูแลสิ่งแวดล้อมอย่างจริงจัง ก็จะส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศ เศรษฐกิจและสังคมในที่สุด และนับวันจะทวีความรุนแรงมากขึ้น เราต้องเผชิญกับปัญหาที่เกิดขึ้นในรอบๆ ตัวเรา ทั้งภัยพิบัติและโรคภัยต่างๆ ที่ทำให้สุญเสียทั้งชีวิต ทรัพย์สิน และเงินทองเป็นจำนวนมหาศาลในแต่ละปี" นายชัยวัฒน์ กล่าว 

อย่างไรก็ตามเมื่อผู้สื่อข่าวสอบถามกรณีรัฐบาลพยายามผลักดันเดินหน้าโรงไฟฟ้าถ่านหิน จนเกิดกระแสคัดค้านจากชาวบ้านในพื้นที่ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการผู้ใหญ่  บริษัท บางจากคอร์ปเรชั่น จำกัด (มหาชน) บอกว่ารัฐบาลจะทำแล้วหรือ ตนยังไม่เห็นว่าจะเริ่มทำแต่อย่างใด ส่วนตัวเห็นว่าเป็นเรื่องของนโยบาย  

เมื่อถามว่า บริษัท บางจากเป็นองค์กรรักษาดูแลเรื่องสิ่งแวดล้อม? นายชัยวัฒน์ บอกว่าเราจะดูแลตัวเราเอง เราก็พยายามดูแลในส่วนของตัวเราเอง 

ผู้สื่อข่าว ถามต่อว่า แล้วเรื่องถ่านหิน บางจากมีมุมเรื่องนี้อย่างไร? "ผมว่าอยู่ที่การบริหารจัดการนะครับ เรื่องของถ่านหิน มันก็อยู่ที่แต่ละคน ทุกคนมีมุมมองแตกต่างกันออกไป ก๋วยเตี๋ยวบางคนอาจจะบอกว่าอร่อย บางคนอาจจะบอกว่าข้างแกงอร่อย ก็แล้วแต่" นายชัยวัฒน์ กล่าวทิ้งท้าย 


ด้านผู้ประสานงานรณรงค์ด้านพลังงานและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ กรีนพีซ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ นางสาว จริยา เสนพงศ์ บอกว่าการใช้ถ่านหินนำมาซึ่งผลกระทบมหาศาลด้านสิ่งแวดล้อม สุขภาพมนุษย์ และ สังคม ซึ่งเห็นได้ชัดเจนจากผลกระทบที่มีต่อชุมชนผู้ยากจนเป็นส่วนมากที่อาศัยอยู่ใน และรอบๆ เหมือง และโรงไฟฟ้าถ่านหิน   การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เป็นภัยคุกคามที่ร้ายแรงที่สุดที่โลกเผชิญอยู่ คร่าชีวิตผู้คนหลายแสนคนต่อปี และหากไม่ถูกหยุดยั้ง จะทำให้อีกหลายร้อยล้านคนอยู่ในความเสี่ยง โดยกิจกรรมของมนุษย์เป็นสาเหตุ รวมถึงการเผาไหม้เชื้อเพลิงฟอสซิลและการทำลายป่า 

ภาคพลังงานเป็นผู้ปล่อยก๊าซเรือนกระจกทั่วโลกประมาณ 2 ใน 3 ซึ่งโรงไฟฟ้าถ่านหินเป็นตัวการสำคัญที่สุด เนื่องจากถ่านหินเป็นเชื้อเพลิงฟอสซิลที่ก่อมลพิษสูงที่สุด และเป็นตัวปล่อยคาร์บอนไดออกไซต์ ซึ่งเป็นก๊าซเรือนกระจก มากที่สุดในโลก ปัจจุบันการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซต์ 1 ใน 3 ของโลกมาจากการเผาไหม้ถ่านหิน

"เราสามารถหยุดการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศได้ โดยลดการพึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิล โดยเฉพาะถ่านหิน" นางสาวจริยา กล่าว