แต่ความพยายามในการหาทางออกเพื่อหยุดปัญหานักเรียนนักเลงยังไม่หมดไป / โดยเมื่อวันหยุดสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา มีการจัดงานเสวนาหัวข้อ "มิติใหม่การศึกษาระบบทวิภาคี เพื่อแก้ปัญหาการขาดแคลนวิศกรปฏิบัติการ" ซึ่งเป็นความร่วมมือกันระหว่างสถาบันเทคโนโลยีปทุมวัน หรือที่รู้จักกันในนาม "ช่างกลปทุมวัน" กับสถานประกอบการและโรงงานทั่วประเทศมากกว่า 600 แห่ง เพื่อแก้ไขปัญหาการขาดแคลนแรงงานและวิศวกรระดับปฏิบัติ และที่สำคัญคือการลดปัญหาการยกพวกตีกันของเหล่านักเรียนเลือดร้อน
อาจารย์ เสถียร ธัญญศรีรัตน์ รักษาราชการแทนอธิการบดีสถาบันเทคโนโลยีปทุมวัน บอกกับทีมล่าความจริงว่า ทางสถาบันกำลังเปิดหลักสูตรการเรียนการสอนรูปแบบใหม่ โดยทางสถาบันจะมอบทุนการศึกษาให้เด็กนักเรียนในระดับชั้น ม.6 / ปวช.และปวส.จนจบการศึกษาระดับปริญญาตรี / จากนั้นจะส่งพวกเขาไปเรียนรู้ประสบการณ์การทำงานจริงจากสถานประกอบการตั้งแต่วันจันทร์ถึงวันศุกร์ ถือเป็นการเรียนภาคปฏิงบัติ / และจะเข้ามาเรียนภาคทฤษฎีแค่วันอาทิตย์เพียงวันเดียว / ซึ่งโครงการนี้จะเป็นการผลิตบุคลากรด้านวิศวกรรมออกมา เพื่อช่วยลดปัญหาการขาดแคลนแรงงานและวิศกรระดับปฎิบัติการ ซึ่งกำลังเป็นวิกฤติของการพัฒนาประเทศ และที่สำคัญยังช่วยลดปัญหาการยกพวกตีกันของนักเรียนได้อีกด้วย
ท่ามกลางสถานการณ์ขาดแคลนแรงงานที่มีประสบการณ์และคุณภาพตรงตามที่ตลาดแรงงานต้องการนั้น นายกสภาสถาบันเทคโนโลยีปทุมวัน มองว่า สถาบันการศึกษาทั่วประเทศควรมีส่วนร่วมในการแก้ไขอย่างเร่งด่วน โดยเฉพาะการเพิ่มความเชี่ยวชาญด้วยประสบการณ์การทำงานจริง
ด้านตัวแทนสมาคมผู้ประกอบการ ซึ่งมีเครือข่ายกว่า 600 แห่งทั่วประเทศ ยอมรับตรงๆ ว่า สถานประกอบการหรือโรงงานส่วนใหญ่ไม่สามารถเลือกแรงงานที่มีความชำนาญทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติ / ที่ผ่านมามักจะได้อย่างเสียอย่าง / เชื่อว่าโครงการนี้จะช่วยอุดช่องโหว่ และเปิดให้เด็กได้รู้ถึงความต้องการของตัวเองว่า อยากเรียนอะไร หรือทำงานแบบไหนในอนาคต
ขณะที่ คณะกรรมการการศึกษา หอการค้าไทย มองว่า โครงการความร่วมมือครั้งนี้ เป็นการสร้างเสริมประสบการณ์ชีวิตด้านการทำงานให้กับนักเรียน และยังเป็นการลดภาระค่าใช้จ่ายผู้ปกครอง รวมถึงตอบโจทย์ความต้องการของตลาดแรงงานกด้วย เรียกได้ว่า "วิชาการรับรอง วิชาชีพรองรับ คือการสร้างทักษะชีวิตตั้งแต่ในช่วงที่อยู่ในวัยเรียน"
การปลูกฝังเรื่องอาชีพ ควบคู่กับระเบียบวินัย และความรับผิดชอบต่อสังคมให้กับเยาวชนคนรุ่นใหม่ น่าจะช่วยกระตุกความคิดของบรรดานักเรียนนักศึกษาเลือดร้อนได้ เพราะเมื่อพวกเขาได้เรียนรู้หน้าที่ และมีความรับผิดชอบต่อตนเองแล้ว ก็คงไม่ยากที่จะก้าวข้ามทัศนคติแบบผิดๆ ที่เป่าหูกันรุ่นต่อรุ่นเหมือนที่ผ่านมา