บุคคลร้อนแรงแห่งปีของสหรัฐในวันนี้ คงหนีไม่พ้น Jeff Bezos เจ้าพ่อแห่ง Amazon ซึ่งร่ำรวยในช่วงเวลาข้ามปี กลายเป็นมหาเศรษฐีร่ำรวยที่สุดในโลก ด้วยมูลค่ามาร์เก็ตแคปของหุ้นที่ถือครองอยู่ในมือพุ่งทะลุ 100,300 ล้านดอลลาร์ไปแล้ว เรียกว่าทิ้งห่างความมั่งคั่งมากขึ้นจากบิลล์ เกตส์ เจ้าพ่อไมโครซอฟต์ และวอร์เรน บัฟเฟตต์

เกาะติดข่าวสาร >> Nation Online
logoline

ขณะที่ Black Friday วันแห่งการจับจ่ายซื้อสินค้าของคนอเมริกันช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา เพิ่มขึ้นถึง 18.4% หรือเป็นมูลค่าราว 7,900 ล้านดอลลาร์ ได้กระตุ้นกำลังซื้อคนอเมริกันกลับมาอีกครั้งหนึ่ง ส่งผลให้มูลค่าหุ้น Amazon พุ่งขึ้นมากกว่า 2,400 ล้านดอลลาร์ จากราคาหุ้นที่พุ่งขึ้น 2.58% หรือเพิ่มขึ้นถึงหุ้นละ 29.84 ดอลลาร์ในวันเดียว จนมาปิดที่ 1,186 ดอลลาร์

ส่วนทีมงานทำเนียบขาวของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ส่อระส่ำ เมื่อนายพล John Kelly หัวหน้าทีมงานทำเนียบขาว หรือ Chief of Staffs โดยปรากฏข่าวว่าถึงกับออกอาการที่อยากให้ Ivanka Trump ลูกสาวของประธานาธิบดีทรัมป์ และ Jared Kushner ซึ่งเป็นลูกเขย ลาออกจากทีมงานทำเนียบขาว



1. Jeff Bezos เจ้าพ่อแห่ง Amazon บุคคลร้อนแรงแห่งปีของสหรัฐในวันนี้ ซึ่งร่ำรวยในช่วงเวลาข้ามปี กลายเป็นมหาเศรษฐีร่ำรวยที่สุดในโลก ด้วยมูลค่ามาร์เก็ตแคปของหุ้นที่ถือครองอยู่ในมือพุ่งทะลุ 100,300 ล้านดอลลาร์ไปแล้ว เรียกว่าทิ้งห่างความมั่งคั่งมากขึ้นจากบิลล์ เกตส์ เจ้าพ่อไมโครซอฟต์ ที่มีความั่งคั่งราว 80,000 ล้านดอลลาร์ และวอร์เรน บัฟเฟตต์ ที่มีความมั่งคั่ง 78,900 ล้านดอลลาร์

เนื่องจากมูลค่าหุ้น Amazon พุ่งขึ้นมากกว่า 2,400 ล้านดอลลาร์ในช่วงเวลาเพียงข้ามคืน จากราคาหุ้นที่พุ่งขึ้น 2.58% หรือเพิ่มขึ้นถึงหุ้นละ 29.84 ดอลลาร์ในวันเดียว จนมาปิดที่ 1,186 ดอลลาร์ โดยที่มีแรงส่งจาก Black Friday วันแห่งการจับจ่ายซื้อสินค้าของคนอเมริกันช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา เพิ่มขึ้นถึง 18.4% หรือเป็นมูลค่าราว 7,900 ล้านดอลลาร์ ได้กระตุ้นกำลังซื้อคนอเมริกันกลับมาอีกครั้งหนึ่ง


2. ขณะที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ต้องเผชิญกับทีมงานทำเนียบขาวที่กำลังส่อระส่ำ เมื่อนายพล John Kelly หัวหน้าทีมงานทำเนียบขาว หรือ Chief of Staffs โดยปรากฏข่าวว่าถึงกับออกอาการที่อยากให้ Ivanka Trump ลูกสาวของประธานาธิบดีทรัมป์ และ Jared Kushner ซึ่งเป็นลูกเขย ลาออกจากทำเนียบขาวภายในสิ้นปีนี้

หลังจากที่ John Kelly นายพลคนสำคัญซึ่งเป็นตัวแทนของฝ่ายทหารที่ไม่ต้องการเห็นใครแบ่งพรรคแบ่งพวก และตั้งตัวเป็นรัฐอิสระในทำเนียบขาว ต้องการที่กำกับดูแลการบริหารของประธานาธิบดีทรัมป์ให้อยู่ในกรอบ แทนที่จะปล่อยให้บริหารงานตามเป้าหมายที่กลุ่มอิลิทได้เตรียมไว้ โดยเฉพาะประธานาธิบดีทรัมป์ซึ่งใกล้ชิดกับลูกสาวและลูกเขยมาก โดยให้อิสระอย่างเต็มที่ในการทำงานเป็นหูเป็นตาให้กับเขา ถึงกับมีโต๊ะทำงานในปีกตะวันตกของทำเนียบขาว

อย่างไรก็ตาม นายพล John Kelly ได้เข้าจัดระเบียบทำเนียบขาวคล้ายกับการรับคำสั่งทางด้านกิจการทหาร โดยรับผิดชอบงานตามที่ได้รับมอบหมายในนโยบายตะวันออกกลาง กิจการทหารผ่านศึก กรณีเกิดวิกฤติยา Opioid และเป็นผู้ประสานงานด้านการค้ากับเม็กซิโก แคนาดา และจีน แทนที่จะเข้านอกออกในในทำเนียบขาวเป็นว่าเล่น โดยที่ประธานาธิบดีทรัมป์กลับมีท่าทีนิ่งเงียบต่อการจัดระเบียบของนายพล John Kelly ในครั้งนี้


3. ส่วนเหตุร้ายจากโจมตีมัสยิดในเมืองอาริช จังหวัดนอร์ท ไซนายของอียิปต์ ซึ่งใกล้ชายแดนอิสราเอลเมื่อวันศุกร์ จนส่งผลกระทบต่อประชาชนที่มียอดผู้เสียชีวิตพุ่งขึ้นเป็น 305 ราย และบาดเจ็บอีก 128 ราย

ขณะที่กระทรวงกลาโหมของอียิปต์ได้เผยแพร่วิดีโอ ซึ่งเป็นภาพขณะที่เครื่องบินเจ็ทและเฮลิคอปเตอร์กำลังโจมตีเป้าหมาย โดยระบุว่าเป็นการกระทำของผู้ก่อการร้าย ที่ก่อเกิดเหตุระเบิดขึ้นด้านนอกของมัสยิด ก่อนที่กลุ่มติดอาวุธจะทำการกราดยิงชาวมุสลิมที่กำลังละหมาด

ทั้งนี้ อับเดล ฟัตตา อัล-ซีซี ประธานาธิบดีอียิปต์ ประกาศว่า จะทำการตอบโต้อย่างรุนแรงต่อผู้ที่ก่อเหตุโจมตีในวันนี้ โดยที่ยังไม่มีฝ่ายใดออกมาอ้างความรับผิดชอบต่อเหตุการณ์ดังกล่าว


4, ขณะเดียวกันประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ประณามเหตุการณ์ความรุนแรงบริเวณมัสยิด ที่่ไซนายของอียิปต์ ว่าถึงเวลาที่ประชาคมโลกควรกดดันผู้ก่อการร้ายด้วยวิธีการทางทหาร โดยได้โทรศัพท์ถึงประธานาธิบดีของอียิปต์ ย้ำถึงการที่สหรัฐจะยืนหยัดเคียงข้างอียิปต์เพื่อเผชิญหน้ากับก่อการร้าย

การโจมตีมัสยิดที่เกิดขึ้น ทำให้มีผู้เสียชีวิตมากที่สุด นับจากกลุ่มนักรบอิสลามบนคาบสมุทรไซนายก่อความไม่สงบในภูมิภาคเพิ่มมากขึ้นตั้งแต่ปี 2013 เป็นตันมา หลัจากเกิดการประท้วงต่อต้านรัฐบาลจากเหตุการณ์ Arab Springs นับตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2013


5, อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ความตึงเครียดที่เกิดขึ้นในบริเวณใกล้กับภูมิภาคตะวันออกกลางนั้น กลับส่งผลให้ทิศทางดอลลาร์เคลื่อนไหวในทางตรงข้ามที่อ่อนค่าลง โดย Dollar Index เมื่อเทียบกับดงอนดยนที่แข็งค่าแตะ 111.40 ต่อดอลลาร์ และยังอ่อนค่าเทียบยูโรที่ 1.19 ดอลลาร์

รวมถึงค่าเงินบาทที่แข็งค่าแตพ 32.66 บาทต่อดอลลาร์ แข็งค่ามากกว่า 8.5% หรือแข็งค่าถึง 3 บาทจากต้นปีซึ่งอยู่ที่ 35.66 บาทต่อดอลลาร์

เช่นเดียวกับที่ Bitcoin เดินหน้าทำนิวไฮเหรือราคา 9,500 ดอลลาร์เป็นการพุ่งขึ้นถึง 850% จากต้นปีจนถึงขณะนี้