เนชั่นทีวี

ข่าว

เกษียณไม่จ่ายบำนาญ! ครูอัสสัมชัญนับร้อยฮือเสียสิทธิ์

20 พ.ย. 2560 | wanchat

เกษียณไม่จ่ายบำนาญ! ครูอัสสัมชัญนับร้อยฮือเสียสิทธิ์

มาติดตามเรื่องร้องเรียนที่ส่งมาถึง "ทีมล่าความจริง" กันบ้าง เรื่องนี้เกี่ยวกับแวดวงการศึกษา และเป็นเรื่องไม่น่าเชื่อว่าจะเกิดขึ้น เพราะเกิดกับบรรดาครูในโรงเรียนเอกชนชื่อดังระดับประเทศที่หลายคนรู้จักกันดี นั่นก็คือโรงเรียนอัสสัมชัญ เชื่อหรือไม่ว่ามีครูจำนวนหลายร้อยคนกำลังจะไม่ได้เงินบำนาญหลังจากที่พวกเขาเกษียณ คือถูกบังคับให้รับแต่บำเหน็จ ทั้งที่ตอนสมัครเข้ามาเป็นครู สัญญาจ้างระบุชัดเจนว่าให้ครูเลือกได้ระหว่างรับบำเหน็จหรือบำนาญ แต่มีการออกประกาศของโรงเรียนให้ยกเลิกการรับบำนาญภายหลัง ปัจจุบันครูบางคนป่วย บางคนไม่มีครอบครัว เขาก็วางแผนว่าจะใช้เงินบำนาญสำหรับชีวิตที่เหลือหลังเกษียณ แต่พวกเขาต้องเสียสิทธิ์ทั้งที่ไม่ได้ทำอะไรผิด

"ทีมล่าความจริง" เดินทางไปที่โรงเรียนอัสสัมชัญแผนกประถม ซึ่งเป็นโรงเรียนในสังกัดมูลนิธิเซนต์คราเบรียลแห่งประเทศไทย ท่านผู้ชมหลายคนอาจไม่ทราบว่าโรงเรียนในเครืออัสสัมชัญ ไม่ได้มีเฉพาะที่ใช้ชื่อ "อัสสัมชัญ" เท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงโรงเรียนอื่นๆ ในสังกัดมูลนิธิเซนต์คราเบียลฯด้วย นั่นก็คือ อัสสัมชัญทั้งประถมและมัธยม , อัสสัมชัญธนบุรี , อัสสัมชัญชลบุรี , อัสสัมชัญสมุทรปราการ , มงฟอร์ด ที่เชียงใหม่ รวมถึงโรงเรียนเซนต์คราเบรียล ถนนสามเสนด้วย


ย้อนไปก่อนปี 2534 โรงเรียนอัสสัมชัญไม่ได้มีกฎระเบียบชัดเจนเกี่ยวกับการจ่ายเงินบำเหน็จบำนาญ เป็นสัญญาปากเปล่า หรือที่เรียกกันว่า "สัญญาลูกผู้ชาย" คือถ้าทำงานไปถึงเกษียณ ก็จะได้เงินบำนาญประมาณครึ่งหนึ่งของเงินเดือนสุดท้าย และจะจ่ายจนเสียชีวิต ต่อมาในปี 2534 ทางมูลนิธิเซนต์คราเบรียลฯ เขาออกกฎระเบียบมาบังคับใช้กับโรงเรียนในสังกัดทั้งหมด โดยระบุว่าครูทุกคนไม่ว่าจะบรรจุเข้ามาปีไหนก็ตาม มีสิทธิ์เลือกจะรับเป็นบำเหน็จหรือบำนาญก็ได้เมื่อถึงเวลาเกษียณ เหตุผลนี้ทำให้ครูหลายคนตัดสินใจลงหลักปักฐาน ไม่ย้ายงาน ไม่ลาออกไปเป็นข้าราชการทั้งที่บางคนมีโอกาสเพราะสอบได้แล้ว เนื่องจากถือว่ามีความมั่นคงเหมือนราชการ


ต่อมาปี 2549 ก็เกิดเรื่องขึ้น ตรงนี้สำคัญ เพราะมีประกาศฉบับใหม่จากมูลนิธิเซนต์คราเบรียล ให้ยกเลิกสิทธิ์บำนาญสำหรับคนที่เกษียณหลังปี 2558 ทุกกรณี จุดนี้ทำให้บรรดาครูออกมาเรียกร้อง ทางมูลนิธิฯจึงขยายเวลาเลื่อนการเลิกสิทธิ์บำนาญเป็นปี 2562 เท่านั้น โดยบังคับให้รับแต่บำเหน็จ ขณะที่ครูบรรจุใหม่ตั้งแต่ปี 2558 จะไม่มีสิทธิ์ได้รับทั้งบำเหน็จและบำนาญ


เพราะฉะนั้นครูคนไหนที่เข้ามาทำงานหลังปี 2534 และเกษียณก่อนปี 2562 ยังมีสิทธิ์เลือกว่าจะรับบำเหน็จหรือบำนาญ แต่ใครที่เกษียณตั้งแต่ปี 2563 เป็นต้นไป จะต้องถูกบังคับเลือกเฉพาะบำเหน็จ ซึ่งคิดรวมๆ แล้วได้น้อยกว่าบำนาญหลายเท่าตัว หากคิดอายุขัยเฉลี่ยของคนไทยทุกวันนี้ ซึ่งอยู่ได้ถึง 80 ปี จำนวนของครูกลุ่มนี้ ทั้งอัสสัมชัญประถม และอัสสัมชัญมัธยมรวมกัน มีกว่า 200 คน

ที่ผ่านมาก็มีความพยายามของบรรดาครูที่ออกมาเรียกร้อง เพราะเขามองว่าไม่ได้รับสิทธิ์อันชอบธรรม คล้ายเป็นการเปลี่ยนสัญญาจ้างในภายหลังโดยไม่ได้รับความยินยอม ทั้งที่เขาควรสามารถเลือกได้ว่า ชีวิตบั้นปลายจะได้รับเงินในลักษณะไหน บางคนเริ่มคิดแล้วว่าถ้าเจรจาไม่สำเร็จ อาจต้องไปขับแท็กซี่เลี้ยงตัวยามแก่ บางคนก็ป่วยด้วยโรคที่ต้องรักษาระยะยาว ก็หวังจะเอาเงินบำนาญไปดูแลตัวเอง ลองไปฟังเสียงของบรรดาคุณครูกันค่ะ


สรุปปัญหาคือ เลือกไม่ได้ตามสิทธิ์ เรียกร้องแล้วไม่มีใครสนใจ ส่งผลกับอนาคตโรงเรียน เพราะครูใหม่ก็ถูกตัดสิทธิ์หมด คุณครูหลายคนตั้งคำถามว่า อาชีพครูเป็นอาชีพที่ยิ่งใหญ่และเสียสละ ต้องสอนเด็กทุกคนให้เป็นคนดี ไม่เอาเปรียบ ไม่เห็นแก่ตัว แต่โรงเรียนกลับทำกับครูแบบนี้ แล้วครูจะสอนเด็กได้อย่างไร ที่สำคัญเมื่อครูต้องเผชิญปัญหาความไม่มั่นคงในชีวิต จะมีใจที่ไหนไปสอนนักเรียนให้มีคุณภาพ


พรุ่งนี้ตามกันต่อ เพราะยังมีเรื่องราวน่าเศร้าเกิดขึ้น เมื่อหลายปีก่อน มีครูหลายคนถูกบังคับให้รับแต่บำเหน็จ ทั้งที่ยังไม่มีประกาศออกมาอย่างเป็นทางการ ทำให้เกิดคำถามว่าถูกหลอกหรือไม่ วันนี้ครูบางคนอายุเกือบ 80 ปี ต้องใช้ชีวิตอยู่อย่างยากลำบาก จนไม่อยากเชื่อว่าเคยเป็นครูของโรงเรียนเอกชนอันดับ 1 ของประเทศ

ข่าวล่าสุด