การฟื้นนโยบายที่ประชาชนชื่นชอบครั้งนี้ ท่านนายกฯลุงตู่ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้สั่งการให้กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร หรือ กอ.รมน. เพิ่มมาตรการการตรวจสอบการทุจริตและประพฤติมิชอบของเจ้าหน้าที่ให้มากขึ้น โดยให้กวดขันการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ในระดับผู้ปฏิบัติงานที่เกี่ยวข้องกับผลประโยชน์ หรือปฏิบัติงานใกล้ชิดกับประชาชน และให้รายงานผลการดำเนินการอย่างต่อเนื่อง
นโยบายนี้ พลตรี พีรวัชฌ์ แสงทอง โฆษก กอ.รมน. บอกว่า ถือเป็นครั้งแรกที่ กอ.รมน.ได้เข้ามารับผิดชอบการตรวจสอบการกระทำของเจ้าหน้าที่รัฐในระดับล่าง จึงได้สั่งการให้ "กอ.รมน.ภาค" และ "กอ.รมน.จังหวัด" บูรณาการประสานงานกับ ป.ป.ช.จังหวัด , ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัด , ศูนย์ดำรงธรรมอำเภอ และทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ เข้มงวดกวดขันปฏิบัติงานตามนโยบาย
อีกเรื่องคือมาตรการจัดระเบียบสังคม กอ.รมน.ได้ตรวจสอบไม่ให้เกิดการฉ้อฉล โดยเฉพาะสถานบันเทิงเปิดเกินเวลา , ค้าประเวณี และการลักลอบเปิดบ่อนการพนันในพื้นที่ต่างๆ กอ.รมน.ได้ตรวจสอบและติดตามพฤติกรรม จึงขอให้ประชาชนช่วยกันแจ้งเบาะแสด้วย
นอกจากนั้น ยังให้ฟื้นมาตรการที่ คสช.เคยจัดระเบียบสังคมเอาไว้ตั้งแต่ช่วงการเข้าควบคุมการปกครองใหม่ๆ เช่น การห้ามขายของบนทางเท้า , การบุกรุกพื้นที่สาธารณะ ต้องขันน็อตการตรวจสอบไม่ให้กลับมาเป็นเหมือนเดิมอีก ขณะเดียวกันก็ได้ประสานงานกับสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ให้ติดตามพฤติกรรมของกลุ่มมาเฟียข้ามชาติ ซึ่งจากงานด้านการข่าวพบว่ามีปัญหาอยู่หลายที่ เช่น เมืองพัทยา จังหวัดชลบุรี และ อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์
จากนโยบายติดตามพฤติกรรมกลุ่มมาเฟียต่างชาติ ล่าสุด สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองได้ประกาศมาตรการ "คนดีอยู่ได้ คนร้ายอยู่ยาก" เพื่อเพิ่มความเข้มงวดการตรวจบุคคลต่างด้าวที่อยู่เกินกว่าระยะเวลาที่ขออนุญาตไว้ หรือที่เรียกว่า "โอเวอร์ สเตย์" ซึ่งมาตรการนี้จะช่วยแก้ปัญหาอาชญากรข้ามชาติได้ด้วย