แนวทางการตอบคำถามครั้งนี้ยังใช้วิธีการเหมือนเดิม ไม่ต่างจากช่วงเดือนพฤษภาคมที่นายกฯลุงตู่ตั้งคำถาม 4 ข้อให้ประชาชนตอบในประเด็นปฏิรูปการเมืองก่อนเข้าสู่โหมดเลือกตั้ง โดยมอบหมายให้ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดและอำเภอกว่าพันแห่ง ประชาสัมพันธ์เชิญชวนให้ประชาชนร่วมแสดงความคิดเห็น จำนวนประชาชนที่ร่วมแสดงความเห็นตั้งแต่วันที่ 12 มิถุนายนจนถึงวันที่ 8 พฤศจิกายน มีมากกว่า 1 ล้านคน แต่เป็นที่น่าสังเกตว่าในจำนวนนั้น กลับมีเสียงของประชาชนชาวกรุงเทพมหานครเพียงแค่ 27,000 คนเท่านั้น
สิ่งที่หลายคนสนใจใคร่รู้ก็คือ แล้วการตอบคำถามชุดใหม่ 6 ข้อ จะได้รับความสนใจมากขึ้นหรือน้อยลง
วันนี้เป็นวันแรกที่ศูนย์ดำรงธรรมทุกจังหวัดทั่วประเทศเปิดให้ประชาชนมาลงทะเบียนตอบคำถาม 6 ข้อที่นายกรัฐมนตรีขอให้คนไทยช่วยตอบ ท่ามกลางกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในแวดวงการเมืองว่าเป็นการเช็คเรทติ้งของ คสช.เพื่อกำหนดอนาคตทางการเมืองของตัวเองหรือไม่
ขั้นตอนการตอบคำถาม เริ่มจากแสดงบัตรประจำตัวประชาชน และกรอกข้อมูลหมายเลขบัตรประจำตัวประชาชน 13 หลัก ตลอดจนรายการอื่น ๆ ตามแบบสอบถามความคิดเห็น พร้อมลงลายมือชื่อผู้แสดงความคิดเห็น จากนั้นจะมีการสรุปผลการตอบแบบสอบถามและแสดงความคิดเห็นทุกๆ 10 วัน รวมถึงเก็บรายงานจำนวนผู้แสดงความคิดเห็นประจำวัน ส่งไปยังสำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทย
นอกจากนี้ ยังมีการนำโจทย์คำถาม 4 ข้อที่นายกฯลุงตู่เคยถามไปแล้ว กลับมาให้ประชาชนได้ตอบกันอีกครั้งด้วย แต่หากใครไม่สะดวกที่ต้องไปรอคิวนานๆ ก็สามารถดาวน์โหลดแบบสอบถามความคิดเห็นได้จากเว็บไซต์ศูนย์ดำรงธรรม
"ทีมล่าความจริง" สอบถามความคิดเห็นของประชาชนที่เดินทางมาตอบคำถามของนายกฯที่กระทรวงมหาดไทย โดยคุณป้าวัย 70 ปีรายนี้ เป็นคนแรกที่มาลงทะเบียนตอบคำถาม เธอบอกว่า การมาลงทะเบียนครั้งนี้เชื่อว่าจะเป็นทางเลือกที่นายกรัฐมนตรีให้กับประชาชนที่ไม่เข้าใจเรื่องต่างๆ ได้ส่งเสียงสะท้อนกลับไปยังรัฐบาล และเชื่อว่าน่าจะสร้างการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองได้
เช่นเดียวกับพ่อค้าขายของชำย่านตรอกหม้อรายนี้ที่มองว่า อยากให้มีนักการเมืองหน้าใหม่มาบริหารประเทศบ้าง เผื่อจะมีความคิดการทำงานที่แตกต่างจากเดิม
"ทีมล่าความจริง" ลงพื้นที่สอบถามความเห็นของประชาชนที่อยู่อาศัยและทำมาหากินใกล้ๆ กับกระทรวงมหาดไทย กลับพบว่ามีความเห็นที่แตกต่างออกไป
อย่างคนขับรถสามล้อรับจ้างรายนี้ มองว่า การตั้งคำถามแบบนี้ไม่ได้ช่วยอะไรกับประชาชนเลย และเสียเวลารทำมาหากิน รัฐบาลควรจัดการเลือกตั้ง และให้ประชาชนได้เป็นคนเลือกผู้นำประเทศ
สอดคล้องกับแม่ค้าในตลาดตรอกหม้อ ที่บอกว่า คงไม่ไปลงทะเบียนตอบคำถาม เพราะไม่มีผลอะไร อยากให้รัฐบาลดูแลเกี่ยวกับปัญหาปากท้องของประชาชนมากกว่า ถ้าทำได้ประชาชนก็จะมีความสุข
แม้การตั้งคำถาม 6 ข้อของ "นายกฯลุงตู่" หลายคนเชื่อว่าไม่ต่างอะไรกับการซาวเสียงเช็คเรทติ้งของรัฐบาลเหมือนครั้งก่อน และอาจนำไปสู่การตัดสินใจทางการเมืองของ คสช.ต่อไป แต่คณะรักษาความสงบแห่งชาติก็ต้องไม่ลืมเหตุผลของการรัฐประหาร และเข้าควบคุมอำนาจการบริหารประเทศ ว่านี่...คือการคืนความสุขให้คนไทยจริงหรือเปล่า