ขณะเดียวกันประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ได้แถลถึงการมาเยือนจีนของประธานาธิบดีทรัมป์ในครั้งนี้ จะเป็นการสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ของความต้องการขยายขอบเขตความสัมพันธ์ทางการค้าระหว่างจีนและสหรัฐ อีกทั้งยังต้อนรับบริษัทของสหรัฐให้เข้ามามีส่วนร่วมในยุทธศาสตร์ Belt and Road หรือเส้นทางสายใหม่ใหม่
ทางด้านรัฐมนตรีเศรษฐกิจของ 11 ประเทศที่ยังคงผูกพันในข้อตกลงหุ้นส่วนทางการค้าเอเชีย-แปซิฟิก หรือ TPP มีการเคลื่อนไหวโดยเปิดหารือเมื่อวันพฤหัสฯ ก่อนที่การประชุมเอเปกที่เวียดนามจะเริ่มขึ้น ซึ่งจะมีการร่างแนวทางสานต่อความร่วมมือโดยมีญี่ปุ่นและเวียดพยายามผลักดันให้มีการขับเคลื่อนต่อไป หลังจากที่ประธานาธิบดีทรัมป์ได้ประกาศถอนตัวออกไปตั้งแต่ช่วงเข้ารับตำแหน่งใหม่ๆ
1. ผู้นำสหรัฐได้กดดันให้ผู้นำจีนดำเนินการด้านการค้าอย่างยุติธรรมและเอื้อประโยชน์ต่อทั้งสองฝ่าย รวมทั้งยุติการค้าที่สกัดกั้นคู่แข่งในตลาด พร้อมกับเสนอแนวทางการลงทุน และแก้ไขภาวะไร้สมดุลทางการค้าระหว่าง 2 ประเทศ ซึ่งทั้งจีนและสหรัฐได้ลงนามในข้อตกลงทางธุรกิจมูลค่าถึง 250,000 ล้านดอลลาร์
อย่างไรก็ตาม ข้อตกลงดังกล่าวยังไม่ระบุชัดเจนว่าได้รวมถึงการค้าเก่าด้วยหรือไม่ เนื่องจากก่อนหน้านี้ ทางการจีนโดย China Aviation Supplies Holding Co. ได้ทำสัญญาว่าจะซื้อเครื่องบิน Aircrafts จำนวน 300 ลำจาก Boeing Co. มูลค่า 37,000 ล้านดอลลาร์ก็ไม่ระบุในรายละเอียดที่ชัดแจ้ง
แต่ในขณะที่มีความเคลื่อนไหวในช่วงที่ประธานาธิบดีทรัมป์ อยู่ในระหว่างการเดินทางเยือนจีน เพื่อสร้างสัมพันธ์และยกนะดับทางการค้าระหว่างสหรัฐและจีน
โดยควอลคอม อิงค์ ซึ่งเป็นผู้ผลิตชิพสำหรับสมาร์ทโฟนรายใหญ่ของสหรัฐ ได้ลงนามในข้อตกลงบันทึกความเข้าใจ (MOU) เป็นมูลค่า 1.2 หมื่นล้านดอลลาร์ร่วมกับ 3 บริษัทผลิตอุปกรณ์มือถือของจีน คือ เสียวหมี่ ออปโป้ และวีโว เพื่อจำหน่ายอุปกรณ์ให้กับบริษัทจีน
2. ขณะเดียวกันประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ได้แถลงร่วมกับผู้นำสหรัฐโดยกล่าวว่า การมาเยือนจีนของประธานาธิบดีทรัมป์ในครั้งนี้ จะเป็นการสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ของความต้องการขยายขอบเขตความสัมพันธ์ทางการค้าระหว่างจีนและสหรัฐ อีกทั้งยังต้อนรับบริษัทของสหรัฐให้เข้ามามีส่วนร่วมในยุทธศาสตร์การค้าและการลงทุนในโครงการ Belt and Road
ยุทธศาสตร์ Belt and Road หรือเส้นทางสายใหม่ใหม่ที่จีนต้องการเชื่อมโยงการค้าของ 3 ทวีปขากเอเชีย ยุโรป สู่แอฟริกา ที่ต้องใช้เงินจำนวนมหาศาลถึง 26 ล้านล้านดอลลาร์ในการดำเนินการจนถึงปี 2030
ทางด้านประธานาธิบดีทรัมป์กล่าวให้ยาหอมผู้นำจีนในตอนหนึ่งของคำกล่าวสุนทรพจน์ได้ยกย่องผู้นำจีนว่า เป็นคนที่พิเศษมาก ซึ่งสหรัฐยังหวังว่าจะไม่มีนโยบายการค้าที่เป็นสิ่งที่ไม่ยุติธรรมและเป็นการค้าที่ฝ่ายเดียวได้ผลประโยชน์ พร้อมกับหันไปโทษรัฐบาลสหรัฐ ก่อนหน้านี้แทน
3. นอกจากนี้ ประธานาธิบดีทรัมป์ได้แถลงร่วมกับประธานาธิบดีสี จิ้นผิง เห็นพ้องกันถึงการคงมาตรการคว่ำบาตรเกาหลีเหนือต่อไปจนกว่าจะมีการยกเลิกโครงการพัฒนานิวเคลียร์ ซึ่งผู้นำสหรัฐกล่าวถึงการเพิ่มแรงกดดันทางเศรษฐกิจ จนกว่าเกาหลีเหนือจะยอมยกเลิกแนวทางที่อันตราย โดยย้ำว่า "อย่าลองดีกับเรา"
ผู้นำสหรัฐยังได้เรียกร้องให้ผู้นำจีนเร่งดำเนินการอย่างจริงจังมากขึ้น เพื่อควบคุมโครงการพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ รวมถึงจะหารือกันเกี่ยวกับการปลดอาวุธนิวเคลียร์ของเกาหลีเหนือ
ส่วนประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ย้ำถึงความสำคัญในการเจรจาเพื่อให้เกาหลีเหนือยุติโครงการนิวเคลียร์ และยืนยันว่าจีนได้ทำทุกสิ่งทีทำได้แล้ว และก็ให้ความร่วมมือกับมติคว่ำบาตรเกาหลีเหนือของสหประชาชาติอย่างเคร่งครัดเสมอมา และมุ่งมั่นในการแก้ไขปัญหาในคาบสมุทรเกาหลีผ่านทางการหารือและการเจรจา
ทั้งนี้ ประธานาธบดีทรัมป์ได้เดินทางถึงกรุงปักกิ่งเมื่อวันพุธตามแผนการเดินทางเยือนจีนเป็นเวลา 3 วัน หลังจากนั้นก็จะเดินทางไปเยือนเวียดนามและฟิลิปปินส์
4. ทางด้านรัฐมนตรีเศรษฐกิจของ 11 ประเทศที่ยังคงผูกพันในข้อตกลงหุ้นส่วนทางการค้าเอเชีย-แปซิฟิก หรือ TPP (Trans Pacific Partmerships) ได้เริ่มเปิดหารือก่อนการประชุมเอเปกที่เวียดนามเมื่อวันพฤหัสบดี เพื่อร่างแนวทางในสิ่งที่เป็นข้อคิดเห็นด้วยและข้อคิดเห็นต่าง เพื่อหาทางสานต่อความร่วมมือ โดยมีญี่ปุ่นและเวียดนามพยายามให้มีการขับเคลื่อนต่อไป
โดยคาดหวังว่าในวันหนึ่งข้างหน้า สหรัฐจะกลับเข้ามาร่วมวงใน TPP ใหม่อีกครั้ง หลังจากที่ประธานาธิบดีทรัมป์ได้ประกาศถอนตัวออกไปตั้งแต่ช่วงเข้ารับตำแหน่งใหม่ๆ
11 ประเทศที่ยังคงผูกพันกันในข้อตกลงหุ้นส่วนทางการค้าเอเชีย-แปซิฟิก หรือ TPP ประกอบด้วย ออสเตรเลีย บรูไน แคนาดา ชิลี ญี่ปุ่น มาเลเซีย เม็กซืโก นิวซีแลนด์ เปรู สิงคโปร์์ และเวียดนาม ขณะที่ทั้งเม็กซิโกและแคนาดายังคงมีข้อขัดแย้งอยู่กับสหรัฐในเขตการค้าเสร้อเมริกาเหรือ หรือ Nafta ซึ่งผู้นำสหรัฐเองก็ขู่จ้องจะล้มเลิกจนถึงขณะนี้
5. ความปันปวนของตลาดหุ้นญี่ปุ่นยังคงมีการเคลื่อนไหวในทิศทางผันผวนที่เป็นความเสี่ยงขาลง โดยดัชนีหุ้น Nikkei 225 เปิดตลาดในวันศุกร์ร่วงลงมากกว่า 247 จุดหรือ 1.4% มาอยู่ที่ 22,380 เป็นการดิ่งลงต่อเนื่อง จากวันก่อนหน้าที่ลดลงมากกว่า 860 จุดหรือ 3%
หลังจากที่ขึ้นไปทำสถิติสูงสุดในรอบ 25 ปีทะลุระดับ 23,582 ตามทิศทางของหุ้นสหรัฐที่ปรับตัวลดลงต่อเนื่องมาหลายวัน เนื่องจากกระแสข่าวลบเกี่ยวกับร่างแผนการปฏิรูปภาษีที่จะมีการลดอัตราภาษีนิติบุคคลจาก 35% มาอยู่ที่ระดับ 20% นั้นอาจต้องล่าช้าไปเป็นปี 2019 ส่งผลให้เกิดการเทขายหุ้นออกมา
นอกจากนี้ ความไม่แน่นอนของทิศทาการเคลื่อนย้ายในกระแสเงินทุนในตลาดการเงินโลกที่มีความไม่แน่นอนมากขึ้นจากความตึงเครียดในการอายัดทรัพย์สินต่างๆ ของทางการซาอุดิอารเบียกีบบุคคลที่ถูกจับกุมในการคอร์รัปชันจนนำไปสู้การอายัดทรัพย์สินทั้งในและต่างประเทศ โดยล่าสุดอัยการได้สรุปมูลค่าความเสียหายจากการคแรฺรัปชันสูงถึง 1 ล้านล้านริยาลหรือราว 260,000 ล้านดอลลาร์