เตรียมแก้ - ยกเลิก "กฏหมายขายฝาก"

วาระปฏิรูปที่รัฐบาลกำลังเร่งดำเนินการ ไม่ได้มีเฉพาะเรื่องปฏิรูปตำรวจเท่านั้น แต่ยังรวมการปฏิรูปกฎหมาย ด้วยการปรับแก้หรือยกเลิกกฎหมายที่ไม่เป็นธรรมต่างๆ ด้วย ซึ่งหนึ่งในนั้นคือ "กฎหมายขายฝาก"
ข่าว
แม้ "การขายฝาก" จะมีบัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ในฐานะนิติกรรมสัญญาประเภทหนึ่ง ซึ่งถือว่ามีกฎหมายรองรับ แต่ "การขายฝาก" มักถูกนำมาใช้เป็นเครื่องมือของเจ้าหนี้นอกระบบ เพราะกฎหมายกำหนดให้ "กรรมสิทธิ์" ในทรัพย์สินที่นำมาขายฝากนั้น ตกแก่ผู้ซื้อฝากทันที เพียงแต่มีช่วงเวลาให้ลูกหนี้สามารถไถ่ถอนทรัพย์คืนได้ หากพ้นกำหนดเวลาไถ่ถอน ผู้ซื้อฝาก หรือเจ้าหนี้ก็จะได้ทรัพย์สินไป โดยไม่ต้องโอนกรรมสิทธิ์กันอีก
ด้วยเหตุนี้จึงทำให้เจ้าหนี้หัวใส ทำสัญญาให้ลูกหนี้ต้องไถ่ทรัพย์คืนในระยะเวลาสั้นๆ จนลูกหนี้ไม่สามารถหาเงินมาไถ่ได้ทัน หรือหาเงินมาได้ แต่เจ้าหนี้ก็บิดพลิ้ว ไม่รับเงิน หรือแกล้งไม่อยู่บ้าน เดินทางไปต่างจังหวัด สุดท้ายเจ้าหนี้ก็จะได้กรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินนั้นไปเลย ซึ่งส่วนใหญ่เป็นที่ดิน
สัญญา "ขายฝาก" แตกต่างจากการทำสัญญาจำนอง เพราะการจำนอง กรรมสิทธิ์ของทรัพย์สินยังไม่ตกเป็นของผู้รับจำนองทันที ต้องมีขั้นตอนการบังคับจำนองอีกที
ด้วยเหตุนี้ จึงมีการศึกษาเพื่อแก้ไขหรือยกเลิกกฎหมายขายฝาก โดยคณะอนุกรรมการพิจารณาเสนอกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับประโยชน์ของประชาชน ซึ่งจากสถิติพบว่า แต่ละปีมีรายการจดทะเบียนขายฝาก (เฉพาะที่ทำตามกฎหมายและตรวจสอบได้) มากกว่า 6 หมื่นรายการ มีคดีฟ้องขับไล่ในศาลชั้นต้น เฉลี่ยปีละเกือบ 5 พันคดี
เบื้องต้นคณะอนุกรรมการฯ มีแนวทางที่จะเสนอ 2 แนวทาง คือ 1.แก้ไขกฎหมายขายฝากให้รัดกุมและเป็นธรรมกับลูกหนี้มากขึ้น กับ 2.ยกเลิกกฎหมายขายฝากไปเลย แต่หากเลือกแนวทางที่ 2 ก็ต้องคำนึงถึงการหาช่องทางให้ประชาชนเข้าถึงแหล่งเงินกู้อย่างรวดเร็วมาทดแทนด้วย เพราะที่ผ่านมาสาเหตุสำคัญที่ทำให้ประชาชนยอมเสียเปรียบจากการทำสัญญาขายฝาก ก็คือการสามารถเข้าถึงแหล่งเงินกู้ได้เร็วและง่ายกว่าสถาบันการเงิน