ก.แรงงาน เร่งฝึกคนทำงานรับ 4.0 ตามความต้องการของตลาด
03 พ.ย. 2560 | te

นายสุทธิ สุโกศล อธิบดีกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน (กพร.) กระทรวงแรงงาน เปิดเผยว่า ประเทศไทยเริ่มมีกำลังแรงงานลดลง โดยปี 2559 มีกำลังแรงงาน 38.7 ล้านคน ปีปัจจุบันเหลือ 37.8 ล้านคน
ข่าว
03 พ.ย. 2560 | te

นายสุทธิ สุโกศล อธิบดีกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน (กพร.) กระทรวงแรงงาน เปิดเผยว่า ประเทศไทยเริ่มมีกำลังแรงงานลดลง โดยปี 2559 มีกำลังแรงงาน 38.7 ล้านคน ปีปัจจุบันเหลือ 37.8 ล้านคน
ทำให้ประเทศไทยต้องเผชิญกับปัญหาขาดแคลนแรงงาน ประกอบกับโครงสร้างของประชากรก้าวสู่สังคมผู้สูงอายุ คนในวัยทำงานเริ่มลดลง การแก้ไขปัญหาส่วนหนึ่งคือการพัฒนาทักษะให้กับคนทำงาน ให้สามารถทำงานได้หลากหลายมากยิ่งขึ้น อีกทั้งปัจจุบันการดำเนินธุรกิจของผู้ประกอบการต่างนำเทคโนโลยีสมัยใหม่มาใช้มากยิ่งขึ้น ธุรกิจบางประเภทนำหุ่นยนต์มาใช้ เพื่อแก้ปัญหาขาดแคลดแรงงานได้ส่วนหนึ่ง ทำให้ตลาดแรงงานมีความต้องการใช้กำลังคนด้านเทคโนโลยีเพิ่มสูงขึ้นไปด้วย
ดังนั้น ผู้ประกอบกิจการและคนทำงาน จึงจำเป็นต้องปรับตัวเพื่อสร้างความพร้อมให้ทันต่อสภาพการเปลี่ยนแปลงของนวัตกรรม ตอบสนองนโยบายไทยแลนด์ 4.0 โดยตำแหน่งงานที่เป็นที่ต้องการของตลาดคือสายงานด้านไอทีและวิศวกรรม หรืออยู่ในกลุ่ม STEM (วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิศวกรรม และคณิตศาสตร์และสถิติ) ซึ่งเป็นแรงงานพื้นฐานของเศรษฐกิจตามแนวเศรษฐกิจดิจิทัล สถานประกอบกิจการจึงมีความต้องการทักษะของพนักงานเปลี่ยนไปจากอดีต อาทิ ต้องการพนักงานที่มีทักษะด้านดิจิทัล สามารถทำงานผ่านระบบเครือข่าย มีความเข้าใจเทคโนโลยีของธุรกิจและซอฟต์แวร์ที่เกี่ยวข้อง หรือมีความสามารถในการใช้โซเชียลมีเดีย ด้วยเทคโนโลยีและระบบการติดต่อสื่อสารถูกพัฒนาไปอย่างรวดเร็ว ธุรกิจใดที่สามารถสื่อสารไปยังกลุ่มเป้าหมายได้อย่างรวดเร็ว นั่นอาจหมายถึงความสามารถในการช่วงชิงส่วนแบ่งทางการตลาดที่เพิ่มขึ้น
นายสุทธิ กล่าวต่อไปว่า นอกจากทักษะดังกล่าวแล้วยังรวมถึงทักษะด้านภาษาอังกฤษ ทักษะความเป็นผู้นำ มีความคิดสร้างสรรค์หรือนวัตกรรม ทักษะพวกนี้เป็นทักษะที่ขาดแคลนและมีความจำเป็นที่พนักงานหรือคนทำงานต้องพัฒนาตนเอง หรือควรได้รับการพัฒนาให้มีศักยภาพสูงขึ้น ในส่วนนี้ กพร. จึงร่วมกับเครือข่ายการพัฒนาฝีมือแรงงาน อาทิ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย สถาบันไทยเยอรมัน สมาคมชิ้นส่วนยานยนต์ไทย สมาคมผู้รับจัดการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศ (TIFFA) หน่วยงานอื่นทั้งภาครัฐ สถานศึกษาและภาคเอกชน จัดทำหลักสูตรร่วมกัน แล้วนำไปใช้ในการฝึกทักษะฝีมือให้กับนักเรียน นักศึกษา และคนทำงาน เพื่อช่วยแก้ไขปัญหาทั้ง 3 ด้านไปพร้อมกัน หลักสูตรรองรับด้านเทคโนโลยีชั้นสูง S-Curve และ New S-Curve อาทิ สาขาอาชีพช่างเชื่อม เทคโนโลยีอัตโนมัติและหุ่นยนต์ สียานยนต์ ดิจิตอล โลจิสติกส์และไฟฟ้า อิเล็กทรอนิกส์และโทรคมนาคม เมคคาทรอนิกส์และระบบออโตเมชัน เกษตรแปรรูป ท่องเที่ยวและบริการ เป็นต้น
นอกจากนี้ยังส่งเสริมให้สถานประกอบกิจการ จัดฝึกอบรมฝีมือแรงงานให้กับพนักงานในด้านที่รองรับเทคโนโลยีชั้นสูง โดยมีสถานประกอบการให้ความร่วมมือกว่า 2,000 แห่ง ที่ผ่านมาในปี 60 มีพนักงานที่ได้รับการพัฒนาในด้านดังกล่าวแล้วกว่า 490,000 คน และสำหรับในปี 2561 มีเป้าหมายเพิ่มศักยภาพแรงงานรองรับไทยแลนด์ 4.0 รวมถึงการฝึกด้านภาษาด้วย 98,800 คน โดยมีสถาบันพัฒนาฝีมือแรงงาน 12 แห่งที่ได้รับการยกระดับให้เป็นสถาบันฯ ด้านเทคโนโลยีชั้นสูงเป็นหน่วยรองรับรวมถึง Excellence center อย่างเช่น AHRDA และศูนย์ฝึกอบรมงานเชื่อมมาตรฐานสากล ที่สมุทรปราการ, ศูนย์ฝึกอบรม MARA ที่ระยอง,ศูนย์ฝึกอบรม TVET ที่ชลบุรี
อีกด้านหนึ่ง กพร.จะปรับปรุง/พัฒนาระบบการให้บริการครอบคลุมทุกมิติผ่านระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ โดยสามารถให้บริการสถานประกอบกิจการ แรงงานได้อย่างทั่วถึง เช่น E-Service ,Mobile Application, E-Testing ,Its Your Choice โดยนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้ นำระบบการฝึกแบบ CBT (Competency-based Training) ซึ่งเป็นการฝึกหรือทำกิจกรรมให้จบเป็นโมดูลๆ ไป ฝึกตามช่วงเวลาที่ตนสะดวก ทั้งนี้เพื่อตอบสนองต่อความต้องการของคนทำงานรุ่นใหม่ มุ่งไปสู่ กพร.ที่ทันสมัย เป็น DSD Digital อธิบดี กพร.กล่าว