วันลอยกระทงในปี 2560 นี้ ตรงกับวันศุกร์ที่ 3 พ.ย. ซึ่งในแต่ละพื้นที่จะมีการจัดกิจกรรมตามประเพณีและมีประชาชนจำนวนมากร่วมงานดังกล่าว ซึ่งทุกๆ ปี จะมีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตจากอุบัติเหตุต่างๆ โดยเฉพาะการบาดเจ็บจากการจุดพลุ ประทัด ดอกไม้ไฟ ที่ทำให้เกิดการบาดเจ็บรุนแรง และความพิการ
และอุบัติเหตุจากการจมน้ำ ถือเป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับ 1 ของเด็กไทย (เด็กต่ำกว่า 15 ปี)
ดังนั้น จึงมีข้อคำแนะนำเช่น ไม่ปล่อยให้บุตรหลาน (เด็ก) อยู่ตามลำพัง, ไม่ปล่อยให้เด็ก อยู่ใกล้ขอบสระ ขอบตลิ่ง หรือริมแม่น้ำ, ระวังเด็กตกน้ำเมื่อขึ้นเรือลงโป๊ะ หรือท่าเทียบเรือ, ห้ามเด็กเก็บเหรียญในกระทง ฯลฯ
ส่วนคำแนะนำสำหรับผู้ปกครองคือ ควรดูแลเด็กอย่างใกล้ชิดไม่ให้คลาดสายตา และเพิ่มความระมัดระวังเมื่อนำเด็กเข้าใกล้แหล่งน้ำ โดยเฉพาะเด็กอายุต่ำกว่า 5 ปี ต้องอยู่ในระยะที่มองเห็นและเข้าถึง ที่สำคัญ ไม่ปล่อยให้เด็กไปลอยกระทงกันเองตามลำพัง แม้จะอยู่บนฝั่ง เพราะอาจพลัดตกหรือลื่นได้
สำหรับข้อแนะนำสำหรับ หน่วยงานที่จัดเตรียมพื้นที่ให้ประชาชนลอยกระทง ควรดำเนินการ ดังนี้
- กำหนดพื้นที่ในการลอยกระทง ทำรั้ว หรือสิ่งกั้นขวาง เพื่อป้องกันเด็กตกน้ำ และควรมีผู้ดูแลตลอดเวลา
- เตรียมอุปกรณ์ช่วยคนตกน้ำไว้ใกล้แหล่งน้ำเป็นระยะๆ ที่สามารถเข้าถึงได้ง่าย เช่น ถังแกลลอน เชือก ไม้
- ติดป้ายคำเตือนไว้ในพื้นที่เสี่ยง หรือที่ห้ามลงไปลอยกระทง
- ผู้จัดการพาหนะในการเดินทางทางน้ำ ต้องเตรียมชูชีพสำหรับผู้โดยสารให้ครบทุกคน และต้องไม่บรรทุกผู้โดยสาร หรือน้ำหนักเกินจำนวน
นอกจากนี้ ศูนย์วิจัยเพื่อสร้างเสริมความปลอดภัยและป้องกันการบาดเจ็บในเด็ก คณะแพทย์ศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล ก็ได้ออกคำเตือนเฝ้าระวังเด็กจมน้ำ ในช่วงลอยกระทง ดังนี้