พล.ต.อ.วิระชัย กล่าวว่า หลังการลงตรวจสอบในพื้นที่ เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถจับกุมร้านจำหน่าย พลุ ประทัด ดอกไม้เพลิง ได้ 2 ร้าน คือ ร้านย่านถนนบำรุงเมือง และร้านหลังป้อมมหากาฬ ซึ่งเป็นร้านสุดท้าย ปิดตำนานแหล่งขายพลุที่ใหญ่ที่สุดในกรุงเทพฯ เนื่องจากตรวจสอบแล้วพบว่าไม่มีใบอนุญาตจำหน่าย ถือว่ามีความผิดตาม พระราชบัญญัติอาวุธปืน มีอัตราโทษปรับ 1,000 บาท จำคุกไม่เกิน 1 เดือน พร้อมยึดของกลางทั้งหมดภายในร้านจำนวนมาก ส่วนร้านค้าที่มีในอนุญาตจำหน่ายพลุ ดอกไม้เพลิง ที่ออกโดยเจ้าพนักงานสำนักงานเขต ยังคงสามารถจำหน่ายได้ โดยห้ามจำหน่ายให้กับเด็กอายุต่ำกว่า 14 ปี อีกทั้งต้องมีการประชาสัมพันธ์วิธีการเล่น และความเสี่ยงในการเล่นให้ทราบอย่างชัดเจน อย่างไรก็ตาม จากนี้ไปจะไม่มีการอนุญาตให้มีการจำหน่ายพลุ ประทัด ดอกไม้เพลิงย่านภูเขาทองโดยเด็ดขาด
"ส่วนผู้ที่เล่น หรือ จุดพลุ ตะไล โคมลอย ขึ้นสู่อากาศในพื้นที่ที่อาจก่อให้เกิดอันตรายต่อผู้อื่น ถือว่ามีความผิดตามคำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ มีอัตราโทษ จำคุกไม่เกิน 3 ปี ปรับไม่เกิน 60,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ทั้งนี้ อยากจะฝากถึงประชาชน หากพบการเล่นพลุ ประทัด ดอกไม้เพลิง ในช่วงเทศกาลลอยกระทง ให้ถ่ายคลิปวิดิโอ และแจ้งเบาะแสมายังเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพื่อจะได้ติดตามจับกุมตัวมาดำเนินคดีต่อไป " รองผบ.ตร. กล่าว
รอง ผบ.ตร. กล่าวถึงมาตรการดูแลความปลอดภัยให้กับประชาชนในช่วงเทศกาลลอยกระทง ว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งทหารและฝ่ายปกครอง ได้วางมาตรการดูแลความสงบเรียบร้อยในช่วงเทศกาลลอยกระทงเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ซึ่งก่อนหน้านั้นได้มีการปิดล้อมจับกุมกวาดล้างอาชญากรรมอย่างต่อเนื่อง รวมถึงมีเจ้าหน้าที่ตำรวจทั้งใน และนอกเครื่องแบบ คอยดูแลความสงบเรียบร้อยภายบริเวณจุดสำคัญต่างๆ ทั่วกรุงเทพฯ