รองโฆษก ตร.ระบุ"นิติเวช"ยันผลDNAกระโหลก-ชิ้นเนื้อเป็นของ"ผอ.อ้อย"-เตรียมแจ้ง3ข้อหา"ผู้กองเหน่ง"พร้อมเสนอศาลเพิกถอนปล่อยตัวชั่วคราวระบุอัตราโทษสูงถึงขั้นประหาร

เกาะติดข่าวสาร >> Nation Online
logoline
สำนักงานตำรวจแห่งชาติ(ตร.) - เมื่อวันที่ 30 ตุลาคม 2560 พ.ต.อ.กฤษณะ  พัฒนเจริญ  รองโฆษก ตร. กล่าวถึงความคืบหน้ากรณี  นางจุฑาภรณ์ อุ่นอ่อน อายุ 37 ปี หรือ "ผอ.อ้อย" ผู้อำนวยการกองการศึกษาและวัฒนธรรม องค์การบริหารส่วนตำบลชำ อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ ซึ่งหายตัวไปอย่างลึกลับว่า หลังจากเมื่อวันที่ 23 ต.ค. เจ้าหน้าที่ตำรวจ พร้อมด้วยญาติ ได้ออกค้นหาและติดตามจนมาถึง บริเวณป่าข้างถนนสายโดมประดิษฐ์-ฐานอนุพงษ์ อ.น้ำยืน จ.อุบลราชธานี จนกระทั่งพบกระโหลกศรีษะมนุษย์ ชิ้นส่วนกระดูก เส้นผม เข็มขัดแบบด้ายถักสีกากี (แบบข้าราชการพลเรือน) จากนั้นจึงได้เก็บวัตถุพยานในที่เกิดเหตุ และเก็บตัวอย่างดีเอ็นเอ ของนางแหลม อุ่นอ่อน และนายบุญเลิศ อุ่นอ่อน มารดาและบิดา ส่ง นิติเวช รพ.ตำรวจ เพื่อดำเนินการตรวจสอบเปรียบเทียบ

ทั้งนี้ ต่อมาเมื่อวันที่ 28 ต.ค.60 พนักงานสอบสวนได้รับผลการตรวจพิสูจน์จากนิติเวช โรงพยาบาลตำรวจ สรุปผลการตรวจ รูปแบบดีเอ็นเอ (STRs) ของนายบุญเลิศ อุ่นอ่อน และนางแหลม อุ่นอ่อน ไม่ปฏิเสธความสัมพันธ์บิดา ,มารดา และบุตร กับชิ้นส่วนกระดูกมนุษย์ ที่ตรวจพบ 

โดยในวันนี้ (30 ต.ค.60) พนักงานสอบสวนจะดำเนินการแจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มเติมกับ ร.อ.ศุภชัย  ภาโส หรือ "ผู้กองเหน่ง" ในข้อหา 1.ฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา 2.หน่วงเหนี่ยวกักขังผู้อื่น เป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย 3.ซ่อนเร้น ย้ายหรือทำลายศพ และเมื่อแจ้งข้อกล่าวหาแล้ว ก็จะนำตัวผู้ต้องหา ไปที่ศาลจังหวัดกันทรลักษ์ เพื่อขอให้ศาลพิจารณาเพิกถอนการปล่อยตัวชั่วคราวต่อศาล เนื่องจากเป็นคดีที่มีอัตราโทษสูง (ประหารชีวิต หรือจำคุกตลอดชีวิต หรือจำคุกตั้ง 15 -20 ปี)

รองโฆษก ตร.กล่าวอีกว่า คดีนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ดำเนินการรวบรวมพยานหลักฐาน และค้นหาติดตามศพมาอย่างต่อเนื่อง โดยดำเนินการอย่างตรงไปตรงมา สามารถตรวจสอบได้ หากการสวบสวนรวบรวมพยานหลักฐาน เกี่ยวข้องหรือเชื่อมโยงกับผู้ใด  ที่เข้าข่ายการกระทำความผิดกฎหมายบทใด ก็จะดำเนินการอย่างเคร่งครัดทุกราย  เพื่อให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย