วันที่ 28 ตุลาคม 2560 ซึ่งเป็นวันที่ 4 ของพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช โดยในวันนี้มี พระราชพิธีบำเพ็ญพระราชกุศลพระบรมอัฐิ ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศด้านนอกพระบรมมหาราชวังว่า ตั้งแต่พระแม่ธรณีบีบมวยผมมาจรดด้านหน้าศาลฎีกา และบนถนนหน้าพระลานริมกำแพงพระบรมมหาราชวังไปจนถึงประตูวิเศษไชยศรีซึ่งเป็นเส้นทาง สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชดำเนินมายังพระบรมมหาราชวัง ยังคงมีประชาชนจำนวนมากมาจับจองพื้นที่เพื่อรอเฝ้าฯ รับเสด็จ

เกาะติดข่าวสาร >> Nation Online
logoline

ประชาชนยังอยู่เต็มสนามหลวง

นายเกษม ไม้เรียง-นายวินัย แพเพชรทอง

นายเกษม ไม้เรียง กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ด้านเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์ วัย 78 ปี และเพื่อน นายวินัย แพเพชรทอง อดีตข้าราชการเกษตรวัย75 ปี จากจังหวัดเลย เล่าว่า ทั้งคู่เป็นเพื่อนกันตั้งแต่สมัยเรียนที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ โดยมาพักอยู่ที่จังหวัดนนทบุรี แล้วเดินทางมาร่วมในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพในหลวงรัชกาลที่ 9 ทุกวัน แล้วแต่ว่าวันไหนจะเข้าได้ใกล้แค่ไหน แต่วันนี้ได้เข้ามาใกล้ชิดมากที่สุดเพราะอยากมาดูพระเมรุมาศ ที่ในหลวงรัชกาลที่ 9 ประทับอยู่ที่นั่น ถึงแม้ว่าวันนี้พระองค์จะไม่อยู่ที่พระเมรุมาศแล้วก็ยังอยากมาอยู่ดี

"ผมรู้สึกว่าตัวเองผูกพันกับในหลวงรัชกาลที่ 9 ตั้งแต่เด็กๆ ตอนนั้นเรียนอยู่ระดับชั้นมัธยมในหลวงรัชกาลที่ 9 เสด็จพระราชดำเนินโดยรถไฟไปที่ อ.ทุ่งสง ผมมีโอกาสได้ไปเฝ้าฯ รับเสด็จ จากนั้นพอรู้ว่าในหลวงรัชกาลที่ 9 จะเสด็จฯ ไปที่ไหนก็ไล่ตามไปเฝ้าฯ รับเสด็จเกือบทุกที่ถ้ามีโอกาส และอีกครั้งที่ประทับใจมากที่สุด คือ สมัยที่เรียนอยู่ชั้นปีสอง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ พระองค์ท่านโปรดเกล้าฯ ให้นักศึกษาทั้งมหาวิทยาลัย เข้ารับพระราชทานเลี้ยงอาหารที่สวนอัมพร ซึ่งในวันดังกล่าว พระองค์ท่านทรงดนตรีให้นักศึกษาฟังตั้งแต่ 6 โมงถึง 4 ทุ่ม พอถึง 4 ทุ่มทรงขอพัก 30 นาที เพื่อเสวยพระกายาหารค่ำ นับว่าเป็นความประทับใจสูงสุดในชีวิตที่ใกล้ชิดมากที่สุดคือตอนรับพระราชทานปริญญาบัตร ปี 2510 พอจบออกมาตัวเองทำงานที่ธนาคารเพื่อการเกษตร ขณะที่เพื่อน (นายวินัย แพเพชรทอง) รับราชการเป็นเจ้าหน้าที่เกษตรจังหวัดนราธิวาสซึ่งในหลวงรัชกาลที่ 9ทรงสร้างพระตำหนักทักษิณราชนิเวศน์ จังหวัดนราธิวาส สำหรับประทับแรมขณะเสด็จฯ ไปทอดพระเนตรสภาพพื้นที่ และความจำเป็นที่จะยกระดับความเป็นอยู่ภาวะเศรษฐกิจของประชาชนในพื้นที่ของจังหวัดนราธิวาสให้ดีขึ้น จึงเป็นที่มาของศูนย์วิจัยเกษตรพิกุลทอง ในพะราชดำริฯ เพื่อวิเคราะห์ ทดลอง วิจัย ทดสอบ เกี่ยวกับการปลูกพืชและการเลี้ยงสัตว์ รวมทั้งการเกษตรอุตสาหกรรม ที่มีความเหมาะสมกับสภาพพื้นที่พรุ และให้ผลตอบแทนสูงสุด และเนื่องจากตัวเองทำงานในกรุงเทพฯ จึงไปเยี่ยมเพื่อนซึ่งทำงานอยู่ที่นั่น เพื่อนมักจะมีเรื่องต่างๆ ที่พระองค์ท่านทรงช่วยเหลือสพกนิกรอย่างไรบ้าง ยิ่งฟังยิ่งได้เห็นก็ยิ่งประทับใจ" นายเกษม กล่าวด้วยน้ำเสียงตื้นตัน

เช่นเดียวกับ นายวินัย แพเพชรทอง กล่าวว่า ในหลวงรัชกาลที่ 9 ทรงทำทรงมีพระราชดำริ ที่คนทั่วไปคิดไม่ได้คิดไม่ถึง ขณะเดียวกันทรงคิดทุกอย่างให้เป็นเรื่องง่ายๆ ตั้งแต่ ฝน เมฆ น้ำ ดิน พระองค์ท่านละเอียดหมด อีกทั้งคำสอนของพระองค์ท่านสอนง่ายๆ เข้าใจง่าย แต่ไม่ทราบว่าคนฟังจะปฏิบัติได้ขจริงหรือไม่ คำว่าทำความดีมีในหัวใจคนแล้ว จากภาพที่เราเห็นที่ผ่านมา 3-4 วันนี้ ต่างคนต่างช่วยดูแลซึ่งกันและกัน นี่เป็นเพราะบุญบารมีของพระองค์ท่านสูงส่ง คนที่ไม่มีน้ำตาก็มีน้ำตากันหมด ด้วยความรักความอาลัยที่พระองค์ท่านเสด็จสวรรคต

ประชาชนยังอยู่เต็มสนามหลวง

นางพลอย เจริญกัลป์

นางพลอย เจริญกัลป์ อายุ 69 ปี จากจังหวัดจันทบุรี กล่าวว่า อยากจะมาชมพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพตั้งแต่วันแรกๆ แต่สุขภาพไม่ดี เนื่องจากประสบอุบัติเหตุรถยนต์เมื่อ 8 เดือนก่อนทำให้กระดูกยุบ นั่งได้ไม่สะดวก ทรงตัวไม่ค่อยได้ จึงได้แต่ดูโทรทัศน์อยู่ที่บ้านตลอดทั้งวัน รู้สึกซาบซึ้งใจ ได้เห็นผู้นำต่างชาติเดินทางร่วมงานมากมายก็คิดได้ว่าขนาดชาติอื่นๆยังยกย่องพระองค์ นั่นก็เพราะสิ่งที่พระองค์ทรงทำทั้งหมด ฝนไม่ตกก็ทำให้เกิดฝนได้ พอวันนี้มีโอกาสคิดว่าถนนเปิดแล้ว คนก็ไม่เยอะมากจนเบียดเสียด จึงต้องมาและขอมาชมพระเมรุมาศสักครั้งหนึ่ง วันนี้เดินทางมาคนเดียวนั่งรถเมล์จากสมุทรปราการ เพื่อมารับเสด็จและตั้งใจว่าพรุ่งนี้ก็จะมาชมริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศริ้วที่ 6 เพื่อชมขบวนม้า ส่งเสด็จพระองค์ไปวัดต่างๆ

"มีโอกาสได้มากราบพระบรมศพที่พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาทแล้ว 2 ครั้ง ตอนนั้นกลับบ้านไปร้องไห้จากกรุงเทพฯ ถึงสมุทรปราการ จนเกือบจะกลายเป็นโรคซึมเศร้า ได้แต่คิดว่าเราได้สูญเสียคนสำคัญในชีวิตของเราไปแล้ว พระองค์เป็นเทวดาเดินดิน จะอยู่ไม่ได้จนคุณหมอต้องรักษา จนตอนนี้ดีขึ้นมาก และมีกำลังใจอยากทำความดีถวายพระองค์ต่อไป สิ่งที่น้อมนำคำสอนมาใช้อาจไม่เหมือนคนอื่นแต่คือคำว่า "ช่างหัวมัน" ซึ่งนอกจากจะเป็นโครงการพระราชดำริเพื่อเกษตรกรแล้ว ส่วนหนึ่งยังเป็นคำพูดที่มีนัยยะแฝง คือไม่ว่าใครทำอะไรก็ช่างเขา ไม่ต้องไปสนใจ ที่สำคัญคือการคิดดี ทำดี พูดดี ซึ่งพระองค์เป็นแบบอย่างที่ดีเสมอ ซึ่งหากทำได้เช่นนี้ ชีวิตก็จะมีแต่ความสุข" นางพลอยเผย

ประชาชนยังอยู่เต็มสนามหลวง

จ่าสิบเอกถวัลย์ คูณพูน

จ่าสิบเอกถวัลย์ คูณพูน อายุ 69 ปี ชาว จ.สุพรรณบุรี ข้าราชการบำนาญ สังกัดกรมการทหารสื่อสาร กล่าวว่า เมื่อทราบว่าวันนี้จะมีพระราชพิธีบำเพ็ญพระราชกุศลพระบรมอัฐิพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในพระบรมมหาราชวัง จึงเดินทางด้วยรถโดยสารออกจากบ้านย่านดอนเมืองมาถึงโรงแรมรัตนโกสินทร์ ประมาณ 12.00 น. เพื่อมารอรับเสด็จสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและพระบรมวงศ์บริเวณหน้าพระบรมมหาราชวัง ซึ่งตัวตั้งใจไว้แล้วว่าจะมาร่วมงานพระราชพิธีทุกวัน โดยเมื่อวันที่ 24 ตุลาคม ได้เดินทางมาดูบรรยากาศก็เห็นคนเยอะมาก ปลื้มใจที่มีคนรักพระองค์มากมายขนาดนี้ ก็คิดว่าไม่น่าจะเข้าไปชมพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพภายในท้องสนามหลวงได้ จึงเดินทางกลับและมาอีกครั้งในเวลา 07.00 วันที่ 26 ตุลาคม โดยมาอยู่บริเวณจุดคัดกรองโรงแรมรัตนโกสินทร์ ซึ่งขณะนั้นมีการปิดจุดคัดกรองแล้ว

จ่าสิบเอกถวัลย์ กล่าวต่อว่า แม้ว่าจะไม่ได้เห็นพระราชพิธี แต่คิดในใจว่าขอแค่ให้ได้มาอยู่ใกล้ชิดพระองค์ให้มากที่สุดก็พอ โดยวันที่ 26 ตุลาคม อยู่จนถึงพระราชพิธีถวายพระเพลิงเสร็จสิ้น ขณะที่เห็นควันลอยออกมาจากพระเมรุมาศ รู้สึกใจหายและอาลัยพระองค์มาก ไม่อยากให้ถึงวันนี้ อยากจะให้พระองค์อยู่กับพวกเราไปนานๆ แต่ก็เป็นไปไม่ได้ ตนอธิษฐานทุกวันว่าขอให้พระองค์เสด็จสู่สวรรคาลัย ในวันที่ 29 ต.ค. ตนก็จะมาร่วมงานพระราชพิธีอัญเชิญพระบรมราชสรีรังคาร และในวันที่ 2 พฤศจิกายน ก็จะมาชมพระเมรุมาศ และตั้งใจว่าถ้ามีโอกาสก็จะมาให้ได้ทุกวันจนกว่าจะปิดให้เข้าชม

"1 ปีที่ผ่านมา คิดถึงพระองค์มาตลอด และรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ พระองค์ทรงทำคุณประโยชน์ให้กับประเทศชาติมากมายมหาศาล หากไม่มีในหลวง รัชกาลที่ 9 คงไม่รู้ว่าประเทศจะเป็นอย่างไร พระองค์ทรงเปรียบเสมือนเทวดาเสด็จลงมาปราบทุกข์เข็ญให้ประชาชน ทรงเสียสละและทรงเหน็ดเหนื่อยมามาก ถ้าคนไทยทุกคนเดินรอยตามพระยุคลบาท เชื่อว่าประเทศชาติจะเจริญก้าวหน้าและอยู่อย่างร่มเย็นเป็นสุข ส่วนตัวเป็นข้าราชการก็ได้ปฏิญาณตนเป็นข้ารองบาทและทำงานด้วยความซื่อสัตย์สุจริต ตั้งใจทำหน้าที่ของตนให้สำเร็จลุล่วง และได้น้อมนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้ในการดำเนินชีวิต โดยใช้จ่ายอย่างประหยัด" จ่าสิบเอกถวัลย์กล่าว