พลเอก ฉัตรชัย สาริกัลยะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เรียกประชุมร่วมกรมชลประทานและนักวิชาการถกแผนการบรรเทาอุทกภัยพื้นที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยาตอนล่าง

เกาะติดข่าวสาร >> Nation Online
logoline
เมื่อวันที่ 27 ตุลาคม 2560 พลเอก ฉัตรชัย สาริกัลยะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานการประชุมสถานการณ์น้ำและแผนการบรรเทาอุทกภัยพื้นที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยาตอนล่าง โดยมีนายเลิศวิโรจน์ โกวัฒนะ ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายสมเกียรติ ประจำวงษ์ อธิบดีกรมชลประทาน นายทองเปลว กองจันทร์ รองอธิบดีฝ่ายบำรุงรักษา นายทวีศักดิ์ ธนเดโชพล รองอธิบดีฝ่ายบริหาร พร้อมด้วยผู้บริหาร เจ้าหน้าที่กรมชลประทาน และผู้ที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมประชุม ณ ห้องประชุมธารทิพย์ 01 อาคาร 99 ปี หม่อมหลวง ชูชาติ กำภู กรมชลประทาน ถนนสามเสน กรุงเทพฯ

ปัจจุบันปริมาณน้ำในแม่เจ้าพระยา บริเวณสถานี C.2 อำเภอเมือง จังหวัดนครสวรรค์ ลดลงเหลือ 2,979 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที และแนวโน้มลดลงอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ กรมชลประทานจะยังคงปริมาณการระบายน้ำผ่านเขื่อนเจ้าพระยาในอัตรา 2,697 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที (ระบายมาตั้งแต่วันที่ 23 ต.ค. 60) โดยได้แบ่งรับน้ำบริเวณเหนือเขื่อนเจ้าพระยาบางส่วนเข้าสู่ระบบชลประทานฝั่งตะวันตกและฝั่งตะวันออกรวมประมาณ 769 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที

ทั้งนี้ ในที่ประชุมได้มีการทบทวนแผนการบรรเทาอุทกภัยพื้นที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยาตอนล่าง ซึ่งมีทั้งหมด 9 แผนงาน สำหรับแผนงานที่ได้มีการพิจาณาในรายละเอียดร่วมกับคณะกรรมการทรัพยากรน้ำแห่งชาติ ใน 4 แผนงาน คือ 1. คลองระบายน้ำหลากบางบาล บางไทร ซึ่งจะช่วยย่นระยะทางการระบายน้ำได้ถึง 13 กิโลเมตร จากเดิมที่ต้องไปผ่านตัวเมืองพระนครศรีอยุธยาที่แคบ และคดเคี้ยวถึง 35 กิโลเมตรแล้วยังเป็นจุดที่มีผลกระทบต่อชุมชนรวมถึงโบราณสถาน น้อยที่สุด โดยคลองผันน้ำจะระบายน้ำ 1,200 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที 2. คลองระบายน้ำเจ้าพระยาฝั่งตะวันออก (ชัยนาท ป่าสัก อ่าวไทย)

ซึ่งโครงการดังกล่าวแบ่งออกเป็น 2 ช่วง คือ ช่วงชัยนาท ป่าสัก เป็นการปรับปรุงคลองเดิมให้มีประสิทธิภาพในการระบายน้ำเพิ่มขึ้นจาก 130 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เป็น 930 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที และช่วงที่ 2 ป่าสัก อ่าวไทย เป็นคลองขุดใหม่ เพื่อรับน้ำจากคลองชัยนาท-ป่าสักระบายออกสู่ทะเล ได้สูงสุด 600 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ซึ่งจะเป็นการช่วยตัดยอดน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาเหนือเขื่อนเจ้าพระยาระบายออกสู่อ่าวไทยอีกทางหนึ่ง 3. การสร้างคลองระบายน้ำสายใหม่ควบคู่ถนนวงแหวนรอบที่ 3 ซึ่งจะรับน้ำจากแม่น้ำเจ้าพระยาบริเวณจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ออกสู่ทะเลได้สูงสุดได้ 500 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที

ทั้งนี้ ที่ประชุมเห็นชอบให้กรมชลประทานดำเนินการก่อสร้างคลองระบายน้ำหลากบางบาล บางไทร อย่างเร่งด่วนเพื่อบรรเทาปัญหาน้ำท่วมในพื้นที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ส่วนแนวทางที่ 2 และ 3 นั้นที่ประชุมมีมติให้กรมชลประทานไปศึกษาทบทวนเปรียบเทียบแนวทางที่ 2 และ แนวทางที่ 3 ว่าแนวทางใดมีประสิทธิภาพในการระบายน้ำดีกว่า และคุ้มค่ากับการลงทุนทั้งด้านเศรษฐกิจและสังคมเพื่อการตัดสินใจหาแนวทางที่เหมาะสมที่สุด

ส่วนแนวทางที่ 4. เป็นแผนงานปรับปรุงโครงข่ายระบบชลประทานฝั่งตะวันตกของแม่น้ำเจ้าพระยา โดยการหาแนวทางในการเพิ่มปริมาณการระบายน้ำบริเวณช่วงคอขวด (ใต้คลองมหาสวัสดิ์ คลองภาษีเจริญ คลองมหาชัย) ให้สามารถระบายน้ำออกสู่ทะเลได้เพิ่มจาก 52 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เป็น 130 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที และเพิ่มประสิทธิภาพการกักเก็บน้ำ/ระบายน้ำของแก้มลิงคลองมหาชัย คลองสนามชัยให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

logo-pwa

เพิ่ม NationTV

ลงในหน้าจอหลักของคุณ

ติดตั้ง
ปิด