งานพระราชพิธีพระบรมศพนั้นมีการจัดตามราชประเพณีโบราณที่ทำสืบต่อกันมา ซึ่งในแต่รัชสมัยการเก็บรักษาพระบรมอัฐิ และพระบรมราชสรีรางคารของพระมหากษัตริย์ มีการเปลี่ยนแปลงมาตั้งแต่สมัยอยุธยาจนถึงรัชกาลที่ 9 ขอย้อนตำนานราชประเพณีจากอดีตจนถึงปัจุบัน เพื่อเป็นประโยชน์แก่อนุชนรุ่นหลัง จะได้เรียนรู้ประวัติศาตร์ได้อย่างลึกซึ้ง ไปติดตามจากรายงานคุณพรรณทิพา จิตราวุฒิพร

เกาะติดข่าวสาร >> Nation Online
logoline

หลังจากถวายพระเพลิงพระบรมศพของพระมหากษัตริย์ตามราชประเพณีโบราณแล้ว การเก็บรักษาพระบรมอัฐิ และพระบรมราชสรีรางคาร สมเด็จพระมหากษัตริยาธิราชเจ้า สมเด็จพระอัครมเหสี สมเด็จพระบรมราชนนี ในแต่ละยุคสมัย มีธรรมเนียมการเก็บรักษาแตกต่างกันไป

เริ่มจากสมัยกรุงศรีอยุธยา พระบรมอัฐิ และพระบรมราชสรีรางคารจะถูกแยกออกจากกัน โดยพระบรมอัฐิของพระมหากษัตริย์ หรือพระราชวงศ์จะนำไปประดิษฐานรักษาไว้ที่วัดพระศรีสรรเพชญ (ในพระราชวัง) ส่วนพระบรมราชสรีรางคาร จะนำไปลอยพระอังคาร ในแม่น้ำเจ้าพระยาหน้าวัดปทุมคงคา

จนกระทั่งปี 2325 ที่พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกเริ่มสร้างกรุงเทพมหานคร ทรงพระราชดำริเห็นความไม่แน่นอน ความเปลี่ยนแปลงในบ้านเมือง จึงให้เก็บพระบรมอัฐิไว้ในพระราชมณเทียร ไว้ที่หมู่อาคารที่เป็นที่ประทับ

หลังจากนั้นมาเมื่อบ้านเมืองสงบลง พระบรมอัฐิได้ประดิษฐานที่หอพระธาตุมนเฑียร เมื่อกาลเวลาผ่านล่วงเลยไประยะหนึ่ง จนมาถึงรัชกาลที่ 5 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้สร้างพระที่นั่งจักรีมหาปราสาทขึ้น คราวฉลองพระนคร 100 ปี พ.ศ.2425 ที่บนชั้น 3 และให้นำพระบรมอัฐิ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว มาประดิษฐานที่ชั้น 3 ณ พระที่นั่งจักรีมหาปราสาทจนถึงยุคปัจจุบัน

ส่วนพระบรมราชสรีรางคาร ในสมัยอยุธยามาถึงสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น ได้นำไปลอยพระอังคาร จนกระทั่งมีการเปลี่ยนแปลงในเวลาต่อมา ในยุคของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ท่านทรงพระราชดำริให้สร้างสุสานหลวงขึ้นที่วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม แล้วนำพระบรมราชสรีรางคารไปประดิษฐานไว้พระบรมราชสรีรางคาร ในหลวงรัชกาลที่ 6 ประดิษฐานอยู่ 2 แห่ง คือที่วัดบวรนิเวศวิหาร และวัดพระปฐมเจดีย์ ส่วนรัชกาลที่ 7 ประดิษฐานอยู่ที่วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม และรัชกาลที่ 8 ประดิษฐานอยู่ใต้ฐานพระศรีสากยมุนี พระประธานในพระวิหารหลวงวัดสุทัศนเทพวรารามราชวรมหาวิหาร

ขณะที่การอัญเชิญพระโกศพระบรมอัฐิ มาบำเพ็ญพระราชกุศลทักษิณานุปทานในพระราชพิธีสงกรานต์หรือวันครบรอบปีการเสด็จสวรรคต จะมีการอัญเชิญพระบรมอัฐิ จากพระที่นั่งจักรีมหาปราสาท มาบำเพ็ญพระราชกุศล ที่พระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัยมไหยสูรยพิมาน มาจนถึงในยุคปัจจุบัน