‘มหรสพสมโภช’ ออกพระเมรุ 3,000 ชีวิต น้อมส่งเสด็จในหลวงรัชกาลที่ 9 ขณะที่ประชาชนปักหลักรอคอยส่งเสด็จด้วยใจจดจ่อ 4 ทุ่ม พร้อมนำหลักคำสอนมาเป็นแนวดำเนินชีวิต

เกาะติดข่าวสาร >> Nation Online
logoline

               26 ต.ค. 60  เมื่อเวลา 20.22 น. ที่ มณฑลพิธีท้องสนามหลวงด้านทิศใต้ บริเวณด้านหน้าพระที่นั่งทรงธรรม สำนักการสังคีต กรมศิลปากร จัดแสดงมหรสพสมโภช เนื่องในงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร หน้าพระที่นั่งทรงธรรม หรือพระเมรุมาศ หรือ "โขนหน้าไฟ" เรื่องรามเกียรติ์ ชุดพระรามข้ามสมุทร ยกรบ รำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ แสงอาทิตย์ และศรพรหมมาศจัดแสดง ใช้ผู้แสดง จากนาฏศิลปิน สำนักการสังคีต นักเรียน นักศึกษา วิทยาลัยนาฏศิลปทั่วประเทศ 12 แห่ง และสถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์รวมกว่า 400 คน

ประชาชนปักหลักส่งเสด็จในหลวงรัชกาลที่ 9

               จากนั้นบริเวณท้องสนามหลวงด้านทิศเหนือ การแสดงมหรสพสมโภชเวทีที่ 3 มีประชาชนจำนวนมาก ต่างเข้ามาจับจองพื้นที่เพื่อรอร่วมพิธีถวายเพลิงจริงเวลา 22.00 น.

               ด้าน ณัฐฤ์ธิดา จิรบุญภาคย์ ประชาชนจากจังหวัดชลบุรี บอกว่า เดินทางมาตั้งแต่วันที่ 24 ตุลาคม และผ่านจุดคัดกรองช่วงเที่ยงคืนวันที่ 25 ตุลาคม และได้มานั่งบริเวณจุดคัดกรอง มธ.ถนนกลาง ได้เห็นริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศ ถึงจะเห็นไม่ชัดก็ไม่เป็นไร แต่อยากมาอยู่ใกล้พระองค์ และตั้งใจจะอยู่ถึงเวลา 22.00 น. ช่วงถวายพระเพลิงจริง

ประชาชนปักหลักส่งเสด็จในหลวงรัชกาลที่ 9

               น.ส.วาสนา อ่องเอิบ และนางอภิญญา เกศวงศ์ ประชาชนจากจังหวัดนนทบุรี กล่าวว่า พวกตนเดินทางจากจังหวัดนนทบุรี ตั้งแต่ 20.00 น. ของวานนี้ โดยได้เข้ามาจุดคัดกรองสะพานสมเด็จพระปิ่นเกล้า และมาปักหลักรอร่วมพระราชพิธีฯ บริเวณหน้ามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ตอนที่ได้มีโอกาสเห็นริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศ รู้สึกปลาบปลื้มเป็นครั้งหนึ่งในชีวิตที่ได้ร่วมมาส่งพระองค์ ทุกครั้งที่ยิงปืนใหญ่ให้สัญญาณเห็นควันลอยมาทางพระเมรุมาศ น้ำตาก็ไหล ยิ่งช่วงที่พระมหาพิชัยราชรถอัญเชิญพระบรมโกศ ยิ่งเสียใจ ตอกย้ำว่าพระองค์ท่านไม่อยู่แล้ว จึงตั้งใจว่าช่วง 22.00 น. วันนี้ จะร่วมในพระราชพิธีฯ จนเสร็จสิ้น

               "ส่วนที่จัดมหรสพสมโภช รู้สึกดีใจมากที่ทุกภาคส่วนมาร่วมจัดการแสดงให้ประชาชนผ่อนคลาย แต่ก็ไม่ได้ช่วยลดความโศกเศร้าในใจได้ แม้จากนี้พระองค์จะไม่อยู่แล้วจะนำคำสอนมาเป็นหลักดำเนินชีวิต ซึ่งพระองค์จะเป็นพระมหากษัตริย์ในใจของพวกตนและของคนไทยตลอดไป" น.ส.วาสนา กล่าว

ประชาชนปักหลักส่งเสด็จในหลวงรัชกาลที่ 9

               ขณะที่ น.ส.ศุภมาศ หอมตระกูล ประชาชนที่เดินทางมาชมริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยศ ตั้งแต่ช่วงตี 1 วันที่ 25 ต.ค. เพื่อร่วมส่งเสด็จพระองค์ท่านแต่ไม่สามารถเข้ามาในพื้นที่ได้ เพราะมีประชาชนจำนวนมาก แต่ก็ตัดสินใจอยู่ต่อแถวแยกคอกวัว อย่างน้อยได้เห็นไกลๆ ก็ยังดี เพราะเป็นโอกาสสุดท้าย โดยประชาชนส่วนใหญ่ที่นั่งตรงนั้น แม้ไม่เห็นริ้วขบวนก็ยังปักหลักนั่งอยู่ และสัมผัสได้ถึงความโศกเศร้าของทุกคน พอฝนหยุดตกก็ผ่านจุดคัดกรองบริเวณสะพานสมเด็จพระปิ่นเกล้า เข้ามาในพื้นที่และเข้ามาอยู่ฝั่งเวทีมหรสพ เพราะอยากเข้าใกล้พระองค์มากที่สุด การได้มานั่งจุดนี้ทำให้รู้สึกผ่อนคลายมากขึ้น แม้จะอยู่ในบรรยากาศแห่งความเศร้าโศก และจะอยู่จนถึงเวลา 22.00 น. ช่วงเวลาถวายพระเพลิงจริง

               บริเวณหน้าเวที เพื่อรอชมการแสดงมหรสพใน 3 เวที โดยมีผู้แสดงรวมกว่า 3,000 คน ดังนี้ เวทีที่ 1 ประกอบด้วยหนังใหญ่ 2 ชุด คือ หนังใหญ่เบิกหน้าพระ ชุดพากย์สามตระ (หนังพระฤาษี หนังพระอิศวร หนังพระรามแผลงศร) ชุดต่อมาหนังใหญ่เบิกโรง ชุดจับลิงหัวค่า มีเนื้อหาเน้นย้ำเรื่องการทำดีเพื่อประเทศชาติ และการแสดง โขน เรื่องรามเกียรติ์ ชุด พระรามข้ามสมุทร ศึกทศกัณฐ์ (ทัพสิบขุน-สิบรถ) ท้าวมาลีวราชว่าความ - มณโฑหุงนาทิพย์และ ศึกทศกัณฐ์ สีดาลุยไฟ-พระรามคืนนคร

ประชาชนปักหลักส่งเสด็จในหลวงรัชกาลที่ 9

               เวทีที่ 2  ประกอบด้วยการแสดงหุ่นหลวง ตอนหนุมานเข้าห้องนางวานรินทร์ การแสดงหุ่นกระบอก เรื่องพระอภัยมณี ตอนสุดสาครจับม้านิลมังกร การแสดงละครเรื่องพระมหาชนก ดำเนินเรื่องตามบทพระ ราชนิพนธ์ของในหลวงรัชกาลที่ 9 ซึ่งทรงเน้นย้ำเรื่องของความเพียร และความมีสติในการใช้ชีวิต การแสดงละคร เรื่อง อิเหนา ตอนบุษบาชมศาล - อิเหนาตัดดอกไม้ - ฉายกริช - ท้าวดาหาบวงสรวงและการแสดงละคร เรื่อง มโนราห์

               เวทีที่ 3 เป็นการบรรเลงวงดุริยางค์สากล “ธ คือ ดวงใจไทยทั่วหล้า” ประกอบด้วย การบรรเลงและขับร้องเพลงพระราชนิพนธ์ ในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บทเพลงเทิดพระเกียรติ บทเพลงที่ประพันธ์ขึ้นเพื่อถวายความอาลัย ซึ่งมีทั้งหมด 7 องก์ คือ องก์ที่ 1 ดุจหยาดทิพย์ชโลมหล้า โดยวงดุริยางค์สากล กรมศิลปากร องก์ที่ 2 ใต้ฟ้าร่มเย็น เพราะพระบารมี โดยกรมดุริยางค์ทหารบก องก์ที่ 3 ทวยราษฎร์น้อมสดุดี โดยกองดุริยางค์ทหารเรือ องก์ที่ 4 ถวายภักดีองค์ราชัน โดยกองดุริยางค์ทหารอากาศ องก์ที่ 5 สถิตนิรันดร์ในใจราษฎร์ โดยฝ่ายดนตรี กองสวัสดิการ ดุริยางค์ตำรวจ องก์ที่ 6 ปวงข้าบาทบังคมถวาย โดยวงดนตรีกรมประชาสัมพันธ์ และองก์ที่ 7 ธ สู่สวรรคาลัยในทิพย์วิมาน โดยวงดนตรีสากล สโมสรนิสิตจุฬาลงกรณ์

ประชาชนปักหลักส่งเสด็จในหลวงรัชกาลที่ 9

               นอกจากนี้ยังมีการแสดงบัลเลต์ เรื่อง มโนห์รา (KINARI SUITE) เป็นการแสดงประกอบบทเพลงพระราชนิพนธ์ ที่ถูกบรรจุอยู่ในการแสดงองก์ที่ 1 ของการบรรเลงดนตรีสากล “ธ คือ ดวงใจไทยทั่วหล้า” โดยบัลเลต์เรื่องมโนราห์ เป็นหนึ่งในการแสดงมหรสพ เพื่อรำลึกถึงพระอัจฉริยภาพของในหลวงรัชกาลที่ 9 การแสดงทุกเวทีพร้อมกันจนถึงเวลา 06.00 น. ของวันที่ 27 ตุลาคม ทั้งนี้ การแสดงของทุกเวทีจะหยุดการแสดงเมื่อมีพระราชพิธีในพระเมรุมาศ