พ.ต.อ.กิตติศักดิ์ เที่ยงกมล ผกก.กล่าวว่า วันนี้ได้เรียกประชุมตำรวจสืบสวน ความคืบหน้าในการติดตามคนร้ายคดีที่ น.ส.ชมรส เรืองวิลัยรัตน์ อายุ 59 ปี มาทำธุระที่ธนาคารภายในห้างแต่ธนาคารปิดบริการจึงได้เดินทางกลับบ้าน ระหว่างที่ขึ้นรถยนต์เก๋ง ได้มีคนร้ายเป็นชายอายุ 30-40 ปี สูงประมาณ 165-170 ซม. ผิวดำแดง สะพายกระเป๋า เปิดประตูรถด้านหลังคนขับขึ้นไปนั่ง และพูดว่าอยู่เฉยๆจะปลอดภัย ก่อนที่คนร้ายจะใช้เชือกผูกรองเท้าสีขาว มัดตัว น.ส.ชมรส ไว้กับเบาะที่นั่งคนขับ แล้วคนร้ายได้ให้ผู้เสียหายส่งทรัพย์สินให้
ซึ่งผู้เสียหายมีเงินสด 3,500 บาท ได้ส่งให้คนร้ายและร้องขอให้คนร้ายลงจากรถ แต่คนร้ายได้พูดว่า ให้ขับรถไปส่งที่จังหวัดนนทบุรี น.ส.ชมรส บอกว่าไม่รู้จักคนร้ายจึงให้ขับรถออกจากห้างไปตามถนน ติวานนท์ มุ่งหน้า ห้าแยกปากเกร็ด จนมาฝั่งตรงข้ามตลาดกรมชลประทาน คนร้ายได้สั่งให้จอดรถและลงจากรถไป หลังเกิดเหตุ น.ส.ชมรส ได้เดินทางมาแจ้งความกับ ร.ต.อ.ชิตพงษ์ ช่างประดิษฐ์ รอง สว.(สอบสวน) สภ.รัตนาธิเบศร์
พ.ต.ท.เมษนนท์ นาขวัญ รอง ผกก.สส.กล่าวว่า หลังเกิดเหตุได้ลงพื้นที่เกิดเหตุตรวจสอบกล้องวงจรปิดลานจอดรถตรงจุดที่เกิดเหตุและรอบห้างทั้งด้านนอกและด้านใน ซึ่งกล้องสามารถจับภาพคนร้ายได้บริเวณที่เกิดเหตุขณะกำลังเดินตามผู้เสียหายไปยังรถยนต์ ส่วนภายในห้างไม่พบว่าคนร้ายเข้าไปยังด้านใน คาดว่าคนร้ายน่าจะรู้มุมกล้องพยายามเดินหลบไม่ผ่านกล้อง และบางจุดยังใช้มือยกปิดบังหน้า ซึ่งคนร้ายน่าจะเป็นคนในพื้นที่หรือไม่ก็เคยทำงานอยู่ในพื้นที่ ขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนกำลังเร่งหาตัวคนร้ายรายนี้มาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
พ.ต.อ.กิตติศักดิ์ กล่าวว่าอยากฝากเตือนประชาชนที่เข้าไปใช้บริการในที่สาธารณะและห้างสรรพสินค้าว่าก่อนจะขึ้นรถยนต์ควรมองรอบตัวว่ามีสิ่งใดผิดปรกติหรือมีคนเดินตามมาที่รถหากพบว่ามีคนเดินตามมาควรเดินเลี่ยงไม่ขึ้นรถทันที และเมื่อขึ้นรถสิ่งที่ต้องทำอันดับแรกคือล็อคประตูทันที