เนชั่นทีวี

ข่าว

เจาะเบื้องหลัง ปภ.ชงเครื่องตรวจจับความเร็ว 9 แสน!

23 ต.ค. 2560 | wanchat

เจาะเบื้องหลัง ปภ.ชงเครื่องตรวจจับความเร็ว 9 แสน!

กลายเป็นประเด็นที่วิพากษ์วิจารณ์กันอย่างกว้างขวางตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา ภายหลังมีข่าวที่ประชุมคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 10 ตุลาคม เห็นชอบให้กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย หรือ ปภ. สังกัดกระทรวงมหาดไทย จัดหา "เครื่องตรวจจับความเร็วแบบพกพา" เพื่อใช้ในการป้องกันและป้องปรามการขับขี่ยวดยานด้วยความเร็วเกินกว่ากฎหมายกำหนด ซึ่งจะส่งผลเป็นการลดอุบัติเหตุทางถนน โดยตามข่าวระบุว่าจะจัดซื้อ "เครื่องตรวจจับความเร็วแบบพกพา" นี้ จำนวนถึง 1,064 เครื่อง ราคาเครื่องละ 9 แสนบาท ใช้งบประมาณรวมถึง 957,600,000 บาท

หลังมีข่าวออกมา ก็ทำให้เกิดกระแสวิจารณ์อย่างหนัก โดยเฉพาะราคาของ "เครื่องตรวจจับความเร็วแบบพกพา" ที่ระบุว่าเครื่องละ 9 แสนบาท ว่าทำไมมันถึงแพงหูฉี่ขนาดนี้

คุณวีระ สมความคิด เลขาธิการเครือข่ายประชาชนต้านคอร์รัปชั่น ตั้งข้อสังเกตเอาไว้ในเฟซบุ๊ค 2 ประเด็น คือ ประเด็นแรก ราคาเครื่องแพงไปหรือไม่ เพราะราคาตามท้องตลาดอยู่ที่เครื่องละ 130,000 บาทเท่านั้น ส่วนประเด็นที่ 2 เป็นการลักไก่เสนอ ครม.และอนุมัติกันในช่วงที่ประชาชนกำลังให้ความสนใจงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพฯ หรือไม่ เพราะโครงการนี้เสนอเข้า ครม.มาหลายรอบ หลายปีแล้ว แต่ไม่ได้รับอนุมัติ เพราะถูกสำนักงบประมาณท้วงติงว่าราคาแพงเกินไป
นี่คือเอกสารที่ "ล่าความจริง" ได้รับมา เป็นหนังสือของศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนน ที่มี พลเอกอนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นผู้อำนวยการศูนย์ฯ เสนอโครงการจัดหาเครื่องตรวจจับความเร็วแบบพกพา โดยเสนอไปยังสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี เพื่อบรรจุเป็นวาระเข้าที่ประชุม ครม.เมื่อปลายเดือนกันยายนที่ผ่านมา

หนังสือนี้มีความยาว 6 หน้า อธิบายถึงความเป็นมาของโครงการ ซึ่งมีการเสนอมานานหลายปี โดยอ้างความต้องการของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ที่ต้องการ "เครื่องตรวจจับความเร็ว" ทั้งแบบ "ติดตั้ง" และแบบ "พกพา" ซึ่งน่าสังเกตตรงที่มีราคาเท่ากัน คือเครื่องละ 9 แสนบาท และสำนักงานตำรวจแห่งชาติขอให้ ปภ. คือกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เป็นหน่วยจัดซื้อ
โครงการนี้ถูกเสนอตั้งแต่ปี 2558 พร้อมกับเครื่องตรวจวัดปริมาณแอลกอฮอล์ แต่โครงการจัดหาเครื่องตรวจจับความเร็วถูกตีกลับมาตลอด เนื่องจากสำนักงบประมาณท้วงติงว่าราคาแพงเกินไป / กระทั่งวันที่ 15 ธันวาคม 2558 ครม.อนุมัติให้จัดซื้อเฉพาะเครื่องตรวจวัดปริมาณแอลกอฮอล์ จำนวน 2,930 เครื่อง งบประมาณ 234 ล้านบาทเศษ ตกราคาเครื่องละประมาณ 80,000 บาท แต่ไม่อนุมัติจัดซื้อเครื่องตรวจจับความเร็ว

จากนั้นในปี 2559 ยังมีความพยายามเสนอจัดซื้อเครื่องตรวจจับความเร็วซ้ำอีก โดยศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนน ที่มี พลเอกอนุพงษ์ เป็นประธาน แต่เรื่องก็เงียบหาย / กระทั่งมีการอ้างมติคณะกรรมการนโยบายการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนแห่งชาติ ที่มี พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีความมั่นคงเป็นประธาน เมื่อวันที่ 31 สิงหาคม 2559 ที่อนุมัติให้จัดซื้อ / ทำให้ ครม.เห็นชอบในหลักการ และให้ ปภ. คือกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ไปหารือกับสำนักงบประมาณเรื่องราคาให้เหมาะสม โดยคำนึงถึงความประหยัดและคุ้มค่า
ต่อมา ปภ. ได้ไปทบทวนราคากลางจากผู้ค้าในท้องตลาด พบว่าราคาอยู่ที่เครื่องละ 675,000 บาท ถูกกว่าเดิมที่ระบุว่าเครื่องละ 9 แสนบาท ถึงเครื่องละ 225,000 บาท จึงมีการเสนอโครงการอีกครั้ง / คราวนี้สำนักงบประมาณมีหนังสือลงวันที่ 11 กันยายน 2560 ระบุว่า นายกรัฐมนตรีเห็นชอบในหลักการ ให้ใช้งบกลาง จัดหาเครื่องตรวจจับความเร็วแบบพกพาอย่างเดียว (ไม่มีแบบติดตั้งนะคะ) จำนวน 849 เครื่อง ใช้งบประมาณ 573,075,000 บาท ตกราคาเครื่องละ 675,000 บาท

แต่น่าแปลกที่มีข่าวเมื่อวันที่ 10 ตุลาคม อ้างว่า ครม.อนุมัติจริงในราคาเครื่องละ 9 แสนบาท จำนวนถึง 1,064 เครื่อง ใช้งบประมาณรวมถึง 957,600,000 บาท หรือเกือบ 1 พันล้านบาท (ขยายเพิ่ม...ราคา 9 แสนนั้น แพงแน่ๆ เพราะ ปภ.ก็ยอมรับเองว่าราคาเครื่องถูกลงแล้ว เหลือ 675,000 บาท ฉะนั้นหากครม.อนุมัติในราคาเครื่องละ 9 แสนบาทจริง ก็ต้องถือว่าผิดสังเกตอย่างมาก)
หลังจากมีเสียงวิจารณ์ออกมา นักข่าวก็ไปถาม พลเอก อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่ากระทรวงมหาดไทย ปรากฏว่าท่านไม่ได้ปฏิเสธข่าวที่ว่า ครม.อนุมัติให้จัดซื้อเครื่องตรวจจับความเร็วแล้ว แต่ท่านบอกแบบนี้ค่ะว่า "รัฐบาลจะให้ซื้อจำนวนเท่าไหร่ ผมไม่ทราบ เพราะไม่ใช่อำนาจหน้าที่ผม ต้องถามทางกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ส่วนราคาที่ซื้อต้องเป็นราคาที่ประกวดราคากัน แต่ผมไม่ทราบ เพราะไม่ใช่อำนาจหน้าที่ผม ผมมีหน้าที่นำความต้องการไปเสนอคณะรัฐมนตรีเท่านั้น" พร้อมย้ำว่า การดำเนินการทุกขั้นตอน หากพบการกระทำไปในทางทุจริต ตนไม่เอาไว้แน่
ขณะที่ คุณฉัตรชัย พรหมเลิศ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ซึ่งเดิมเป็นอธิบดี ปภ.ในช่วงที่มีการเสนอโครงการเข้า ครม. ชี้แจงเพิ่มเติมว่า เรื่องราคาต้องมีการสำรวจจากหลายๆบริษัท รวมถึงพิจารณาข้อมูลการจัดซื้อจากในอดีตที่ผ่านมาด้วย โดยที่มาของราคาจะต้องสมเหตุสมผลกับสมรรถนะของอุปกรณ์ และการจัดซื้อครั้งนี้ไม่ได้เป็นการจัดซื้อให้เฉพาะสำนักงานตำรวจแห่งชาติ แต่จัดซื้อให้ทุกส่วนราชการ และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น สามารถยืมไปใช้ได้ ยืนยันว่าขณะนี้ยังไม่มีการจัดซื้อ เป็นเพียงขั้นตอนการเสนอว่ามีความจำเป็น และยังไม่ได้รับงบประมาณ หลังจากนี้จะต้องมีการประกวดราคาตามขั้นตอน
ล่าสุด อธิบดี ปภ. คุณชยพล ธิติศักดิ์ ออกมาชี้แจงเพิ่มเติม โดยย้ำว่า ขณะนี้ยังไม่ได้อยู่ในขั้นตอนการจัดซื้อ เป็นเพียงการได้รับอนุมัติจาก ครม.เมื่อวันที่ 10 ตุลาคม ที่มอบหมายให้ ปภ.เป็นหน่วยรับผิดชอบในการจัดซื้อจัดหาตามระเบียบของทางราชการ ซึ่ง ปภ.อยู่ระหว่างการแต่งตั้งคณะกรรมการทีโออาร์ เพื่อจัดทำรายละเอียดและคุณลักษณะของเครื่องตรวจจับความเร็ว โดยมีผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมเป็นกรรมการ ส่วนที่มีเอกสารระบุว่าเครื่องตรวจจับความเร็ว ราคาเครื่องละ 675,000 บาทนั้น เป็นราคากลางเบื้องต้นที่ได้สอบถามจากบริษัทผู้ค้าในท้องตลาด
สำหรับ "เครื่องตรวจจับความเร็ว" ที่อ้างว่า ปภ.จะจัดซื้อในราคาเครื่องละ 9 แสนบาทนี้ มีข้อมูลว่าเป็นเครื่องตรวจจับความเร็วระบบแสงเลเซอร์แบบมือถือ สามารถบันทึกข้อมูลภาพเคลื่อนไหวและภาพถ่ายที่ชัดเจนของรถยนต์ได้พร้อมกัน และสามารถพิมพ์ผลออกทางเครื่องพิมพ์ได้ โดยตรวจจับความเร็วได้สูงถึง 320 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

จากสเปคแบบนี้ ก็มีคนตั้งข้อสังเกตว่าเป็น "สเปคเทพ" เกินไปหรือเปล่า เพราะไม่เคยมีรายงานรถยนต์บนท้องถนนในเมืองไทยวิ่งได้ด้วยความเร็วถึง 320 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
ประเด็นข้อสงสัยเกี่ยวการจัดซื้อ "เครื่องตรวจจับความเร็ว" คงยังไม่จบเพียงแค่นี้ และเชื่อว่าหลังพระราชพิธีสำคัญผ่านพ้นไป ผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่ายคงต้องออกมาชี้แจงกันใหม่ให้ชัดเจนกว่าที่เป็นอยู่นะคะ โดยเฉพาะตัวเลขงบประมาณ จำนวนเครื่อง และราคาต่อเครื่องที่ผ่าน ครม. ว่าเท่าไหร่กันแน่ หรือว่าอนุมัติแค่หลักการ ก็ต้องอธิบายได้ว่าอนุมัติให้ใช้งบเท่าไหร่ เพดานสูงสุดของราคาเครื่องอยู่ที่เท่าไหร่ เพราะจากข้อมูลที่ล่าความจริงได้มา แม้แต่ราคา 6 แสนกว่าบาทก็ถือว่าแพงมากๆ ค่ะ

ข่าวล่าสุด