ชมพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ ได้ 177 ประเทศ ทั่วโลก!
16 ต.ค. 2560 | jirasin_yin

ศูนย์กลางถ่ายทอดสัญญาณวิทยุ -โทรทัศน์พระราชพิธีฯ ไปยังคนไทยและต่างชาติทั่วโลก พร้อมรองรับสื่อไทย-ต่างชาติ 1,500 คน ตั้งแต่ 16-29 ต.ค.นี้ ย้ำต้องแสดงบัตร
ข่าว
16 ต.ค. 2560 | jirasin_yin

ศูนย์กลางถ่ายทอดสัญญาณวิทยุ -โทรทัศน์พระราชพิธีฯ ไปยังคนไทยและต่างชาติทั่วโลก พร้อมรองรับสื่อไทย-ต่างชาติ 1,500 คน ตั้งแต่ 16-29 ต.ค.นี้ ย้ำต้องแสดงบัตร
นายออมสิน กล่าวว่า คณะกรรมการฝ่ายประชาสัมพันธ์พระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพฯ ได้จัดตั้งศูนย์สื่อมวลชน ประกอบด้วย ศูนย์สื่อมวลชน ศูนย์ถ่ายทอดวิทยุกระจายเสียง โดยกรมประชาสัมพันธ์ เป็นแม่ข่ายในการถ่ายทอดเสียงไปยังสถานีวิทยุ 5,000 สถานีทั่วประเทศ และ ศูนย์ถ่ายทอดวิทยุโทรทัศน์ โดยโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย (ทรท.) เป็นแม่ข่ายถ่ายทอดไปยังสถานีโทรทัศน์ทุกช่อง รวมถึงสถานีโทรทัศน์ภาคภาษาอังกฤษ NBT World และ Thai TV TGN Global Network ส่งสัญญาณแพร่ภาพและเสียงไปยัง 177 ประเทศทั่วโลก รวมทั้งถ่ายสดผ่านทางเว็บไซต์ www.kingrama9.th และเฟซบุ๊กศูนย์ข้อมูลข่าวสารงานพระบรมศพฯ เพื่อให้ประชาชนชาวไทยและชาวต่างประเทศ สามารถรับชมงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ได้ในทุกแห่งในโลกเสมือนได้ร่วมในพระราชพิธีจริง โดยได้รับความร่วมมือจากหน่วยงานต่างๆ รัฐและเอกชน เจ้าของจอ LED ในการรับสัญญาณถ่ายทอดสด
ทั้งนี้ ภายในติดตั้งอุปกรณ์อำนวยความสะดวกในการปฏิบัติงาน ได้แก่ คอมพิวเตอร์ 46 เครื่อง อินเทอร์เน็ตความเร็วสูง จุดปลั๊กอินสำหรับผู้ใช้โน๊ตบุ๊ค โดยข้อมูล ณ วันที่ 11 ตุลาคม พบว่า มีสื่อมวลชนจากสำนักข่าว 86 สำนักทั่วโลก ลงทะเบียนทำบัตรทั้งสิ้น 1,687 คน เป็นสื่อมวลชนไทย 1,372 คนและสื่อมวลชนต่างประเทศ 318 คน อย่างไรก็ตาม ศูนย์สื่อมวลชน เปิดให้บริการตั้งแต่ 16-29 ตุลาคมนี้
"วันที่ 16 ตุลาคม2560 เป็นวันแรก และจะเปิดบริการเต็มรูปแบบในช่วงงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพฯ โดยสื่อมวลชนที่เข้าใช้บริการต้องแสดง "บัตรสื่อมวลชน" ที่กรมประชาสัมพันธ์ออกให้เท่านั้น ส่วนกรณีมีบัตรแข็งที่กรมประชาสัมพันธ์ออกให้ ขอให้แลกเป็นบัตร Day Pass ในการเข้าใช้บริการ และขอความร่วมมือสื่อมวลชนช่วยเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารที่เป็นประโยชน์แก่ประชาชนและส่งเสริมการสร้างภาพลักษณ์ที่ดีของประเทศ เพื่อทุกคนจะได้ร่วมกันทำหน้าที่ช่วงเวลาอันสำคัญยิ่งจากนี้ต่อไป"นายออมสิน กล่าว