วิธีการเหล่านี้ ไม่ใช่จะมีแค่ขบวนการต้มตุ๋นใหญ่ๆเท่านั้นที่หลอกลวงให้สูญเงินหลายล้านบาท แม้แต่จำนวนเงินแค่หลักร้อยบาท กลุ่มมิจฉาชีพพวกนี้ก็ยังไม่เว้น และจะมีวิธีการอย่างไร เราไปติดตามจากรายงานของคุณอนุรักษ์ เพ็ญสวัสดิ์คดีใหญ่ที่เป็นข่าวครึกโครมตลอดหลายวันที่ผ่านมา คงหนีไม่พ้นคดีของ บริษัท ฮัจยี กรุ๊ป จำกัด ที่ได้หลอกลวงนักธุรกิจหลายร้อยรายให้ไปร่วมลงทุนในโครงการระดับบิ๊กเบิ้ม โดยมีบุคคลที่อ้างว่าเป็นรัชทายาทแห่งรัฐมอญ เป็นผู้เชิญชวนให้เข้าร่วมโครงการ แถมยังมีอดีตข้าราชการตำรวจ และกลุ่มคนที่อ้างตัวว่าเป็นสื่อมวลชนเข้าไปเอี่ยวกับขบวนการต้มตุ๋น จนสร้างความเสียหายมากถึง 300 ล้านบาท ถือเป็นอีกหนึ่งคดีที่กลุ่มมิจฉาชีพใช้ความน่าเชื่อถือของ "คนในเครื่องแบบ" และความโลภของผู้เสียหายมาหลอกให้ลงทุนจนต้องเจ็บช้ำไปตามๆ กัน
แต่การต้มตุ๋นทุกวันนี้ บานปลายขยายตัวไปมาก โดยเฉพาะในสื่อสังคมออนไลน์ โดยมิจฉาชีพไม่ได้เลือกหลอกเฉพาะคนที่มีเงินก้อนโตเท่านั้น แต่แค่เศษเงินของบางคน ระดับร้อยบาท ก็ยังหลอกลวงต้มตุ๋นกันดื้อๆ
"ทีมล่าความจริง" ตรวจสอบพบว่า กลโกงที่อยู่ในโลกโซเชียลฯ มีมากมายหลายรูปแบบ อย่างเช่นนักศึกษารายนี้ ยอมบอกข้อมูลกับทีมข่าวฯว่า เธอเคยถูกโกงมาแล้วหลายครั้ง ไม่ว่าจะเป็นการโกงเงินค่าสมัครงานออนไลน์ ที่ให้ผู้สมัครโอนเงินค่าสมัครไปก่อน จากนั้นผู้รับโอนก็เชิดเงินหายไป / หรือแม้แต่การแฮคเฟซบุ๊ค เพื่อใช้ช่องทางนี้ติดต่อไปยังเพื่อนๆ ของเจ้าของแอคเคาท์ และทำทีขอยืมเงิน โดยอ้างว่ากำลังเดือดร้อน / จุดเด่นของขบวนการนี้ คือหลอกเอาเงินเหยื่อทีละไม่มาก เช่น 100 ถึง 500 บาท เมื่อเหยื่อถูกหลอก ก็จะไม่ตามเอาคืน แต่เมื่อนับรวมเหยื่อ ถ้าเป็นหลักพันคน ก็ได้เงินไปนับแสนบาทเหมือนกัน
นอกจากนั้น "ล่าความจริง" ยังพบวิธีการปล่อยเงินกู้ผ่านเพจต่างๆ แต่จะให้จ่ายเงินครึ่งหนึ่งของจำนวนที่ต้องการกู้ไปให้แอดมินเพจก่อน / โดยอ้างว่าจะโอนยอดเงินที่ต้องการกู้ให้ หลังจากได้รับเงินมัดจำแล้ว แต่สุดท้ายก็สูญเงินมัดจำ หนำซ้ำเงินที่จะกู้ก็ไม่ได้รับ
สำหรับคดีหลอกลวงประชาชนให้เข้าร่วมลงทุนกับขบวนการมิจฉาชีพต่างๆ มีการแจ้งความดำเนินคดีอย่างต่อเนื่อง และมูลค่าความเสียหายก็พุ่งสูงขึ้นจนน่าตกใจ
"ล่าความจริง" ได้รับข้อมูลยืนยันจากกรมสอบสวนคดีพิเศษว่า คดีความผิดในฐานฉ้อโกง หรือคดีอื่นๆ ที่ทำให้เกิดความเสียหายของภาครัฐที่เกี่ยวข้องกับขบวนการต้มตุ๋น ตลอด 10 ปีที่ผ่านมา มีคดีที่สอบสวนเสร็จแล้วกว่าหนึ่งพันเก้าร้อยคดี มูลค่าความเสียหายถึงกว่า 3 แสน 2 หมื่นล้านบาท
วิธีการหลอกลวงของมิจฉาชีพเหล่านี้ ไม่ได้ใช้เทคนิคซับซ้อนอะไรมาก แต่พวกเขาเลือกใช้ภาพความน่าเชื่อถือ / ความไว้วางใจ และที่สำคัญที่สุดก็คือความโลภของคนที่ต้องการลงทุน ฉะนั้นต้องไม่ลืมคาถาป้องกันการตกเป็นเหยื่อ คือ การลงทุนทุกครั้งย่อมมีความเสี่ยง และไม่มีของฟรี หรือการลงทุนอะไรที่ได้กำไรมากกว่าที่ควรจะเป็น