เนชั่นทีวี

ข่าว

น่าห่วง! "วัยทำงาน" ฆ่าตัวตายสูง

10 ต.ค. 2560 | Ekkapon

น่าห่วง! "วัยทำงาน" ฆ่าตัวตายสูง

เผยปัญหาสุขภาพจิตวัยทำงาน น่าห่วงฆ่าตัวตาย อัตราสำเร็จสูงที่สุด ขณะที่โทรปรึกษาสายด่วนกว่า 2 หมื่นคนเรื่องจิตเวช แนะยึด 6 โมดูล 8 เครื่องมือสร้างสุขที่ทำงาน

เมื่อวันที่ 10 ตุลาคม 2560 ที่กรมสุขภาพจิต มีการจัดงานเนื่องในวันสุขภาพจิตโลก ประจำปี 2560(World Mental Health Day 2017) ภายใต้แนวคิด "Mental health in the workplace : จิตดี๊ดี...มีสุข...สนุกกับงาน" โดยน.ต.นพ.บุญเรือง ไตรเรืองวรวัฒน์ อธิบดีกรมสุขภาพจิต กล่าวว่า ปัญหาสุขภาพจิตวัยทำงานในทั่วโลกที่พบบ่อย คือ โรคซึมเศร้า ประมาณ 300 ล้านคน และ ภาวะเครียด โรควิตกกังวล ประมาณ 260 ล้านคน เพราะชีวิตส่วนใหญ่ของเราจะอยู่ในช่วงเวลาของการทำงาน ซึ่งมีความสัมพันธ์กับคุณภาพชีวิตและความเป็นอยู่ หากมีประสบการณ์การทำงานที่ดี ย่อมส่งผลดีต่อคุณภาพชีวิตและผลผลิตของงาน ตรงกันข้าม หากมีประสบการณ์การทำงานที่ไม่ดี ย่อมส่งผลต่อสุขภาพกาย สุขภาพจิต เกิดปัญหาสุขภาพตามมา อาจใช้ยาเสพติด สุรา และหยุดงาน

สำหรับประเทศไทย ปัญหาสุขภาพจิตวัยทำงาน (ช่วงอายุ 20 - 59 ปี) ที่น่าห่วง คือ ปัญหาการฆ่าตัวตาย ซึ่งพบว่าเป็นกลุ่มวัยที่มีอัตราการฆ่าตัวตายสำเร็จสูงที่สุด อยู่ที่ 8.04 ต่อแสนประชากร โดยเฉพาะอายุระหว่าง 35-39 ปี มีอัตราการฆ่าตัวตายมากที่สุด 9.55 ต่อแสนประชากร และจากสถิติการขอรับบริการปรึกษาปัญหาสุขภาพจิตของวัยทำงาน ผ่านสายด่วนสุขภาพจิต 1323 ปีที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบัน พบว่า ปัญหาทางจิตเวช เป็นปัญหาสำคัญลำดับแรกที่วัยทำงานโทรเข้ามาปรึกษามากที่สุด จำนวน 20,102 คน

น่าห่วง! "วัยทำงาน" ฆ่าตัวตายสูง

รองลงมา คือ ปัญหาความเครียดหรือวิตกกังวล จำนวน 17,347 คน เช่น ปัญหาเกี่ยวกับสุขภาพกาย โรคเรื้อรัง มีหนี้สิน เป็นต้น ปัญหาความรัก จำนวน 4,776 คน ปัญหาครอบครัว 2,513 คน และซึมเศร้า 2,085 คน ตามลำดับ ทั้งนี้ กรมสุขภาพจิตได้พัฒนากระบวนการดำเนินงานให้สอดรับกับสถานการณ์สุขภาพจิตของประชาชนทั่วประเทศ ในกลุ่มวัยทำงานได้จัดให้มีโปรแกรมสร้างสุขทั้งในสถานประกอบการและในชุมชน นพ.

นพ.พงศ์เกษม ไข่มุกด์ รองอธิบดีกรมสุขภาพจิต กล่าวว่า โปรแกรมสร้างสุขในสถานประกอบการ 6 โมดูล(Module) ได้แก่ 1.ฝึกมองโลกในแง่ดี มองจุดดีของตนเอง มองเห็นสิ่งดีๆ ในสิ่งที่ไม่ดี ทุกปัญหาย่อมมีทางแก้ไข ไม่คงอยู่เสมอไป คลี่คลายได้ตามกาลเวลา 2.ปรับเปลี่ยนความคิด เปิดใจกว้าง มองรอบด้าน ลดอคติและทิฐิ สร้างกำลังใจ ดำเนินชีวิตต่อไปอย่างเป็นสุข 3.สร้างความเข้มแข็งทางใจ ด้วยพลัง อึด ควบคุมอารมณ์ อดทนตั้งสติ เตรียมรับมือกับปัญหา ฮึด สร้างกำลังใจ ไม่สิ้นหวังท้อถอย มองทุกปัญหามีทางออก สู้ ลุกขึ้นเผชิญหน้า หาแนวทาง วางเป้าหมาย ไม่รีรอ เร่งแก้ไข ใช้วิธีที่เหมาะสม

น่าห่วง! "วัยทำงาน" ฆ่าตัวตายสูง

4.สร้างวัฒนธรรมการมีส่วนร่วม เพื่อนำไปสู่องค์กรสร้างสุข ยอมรับความคิดเห็น เน้นการมีส่วนร่วม ร่วมสร้างแนวทางหลัก ชักชวนให้ปฏิบัติ จัดทำเป็นวัฒนธรรมองค์กร 5.มีหลักพักใจในการดำเนินชีวิต ค้นหาพลังใจ อิงหลักคิดในการดำเนินชีวิต เช่น ความกตัญญู ศาสนา การให้อภัย เมื่อวิกฤตก็ให้ใช้เป็นพลังฟื้นฟูใจ และ 6. พึงพอใจในสิ่งที่มี พอดีในความพอเพียง รู้จักพอเพียง พอใจในสิ่งที่มี พอดีในสิ่งที่ได้

สำหรับ 8 เครื่องมือสร้างสุขในชุมชน ได้แก่ 1.ค้นหาจุดดีของตนเอง มองหาสิ่งดีของตนเอง แล้วอย่าเก็บไว้ นำออกมาใช้อย่างสร้างสรรค์ 2.ค้นหาจุดดีของผู้อื่น เปิดใจค้นหา มองว่าคนอื่นก็มีดี ชื่นชมผู้อื่นอย่างจริงใจ 3.เพิ่ม 3 อ. ขจัดสุรา สารเสพติด บุหรี่ รับประทาน อาหาร ให้ครบ 5 หมู่ มีประโยชน์ต่อสุขภาพ ลดหวาน มัน เค็ม ออกกำลังกาย ครั้งละ 30 นาที อย่างน้อย 3-5 วันต่อสัปดาห์ อารมณ์แจ่มใส จัดการความเครียดได้รู้จักผ่อนคลาย หลีกเลี่ยง ลด ละ เลิกบุหรี่ สุรา และสารเสพติด

4.ครอบครัวอบอุ่น ทำกิจกรรมร่วมกัน ให้เวลา ให้ความรัก เป็นที่พักพิงทางใจ ใส่ใจรับฟัง แบ่งปันทุกข์สุข 5.สมดุลชีวิต ด้วยหลัก 8-8-8 ฉลาดจัดการเวลา นอนหลับให้เต็มที่ ทำงานอย่างดีเต็มความสามารถ อย่าให้ขาดสร้างสุขในครอบครัว 6.เป็นจิตอาสาและทำประโยชน์ให้ผู้อื่น แบ่งปันช่วยเหลือผู้อื่นตามความสามารถ หาโอกาสทำประโยชน์ต่อสังคม 7.มีเครื่องยึดเหนี่ยวจิตใจ ค้นหาพลังใจ อิงหลักคิดในการดำเนินชีวิต เมื่อวิกฤตให้เป็นพลังฟื้นฟูใจ และ 8.พึงพอใจในสิ่งที่มี ด้วยการรู้จักพอเพียง พอใจในสิ่งที่มี พอดีในสิ่งที่ได้ รองอธิบดีกรมสุขภาพจิต กล่าว

ข่าวล่าสุด