บรรยากาศภายในงานได้มีการจัดเตรียมข้าวสารที่มีผู้ใจบุญร่วมกันบริจาคมาจัดเรียงเป็นเจดีย์ ซึ่งเรียกกันว่า เจดีย์ข้าวสาร มีการจัดสถานที่สำหรับเอาไว้ให้ลูกได้ทำพิธีกราบเท้า และล้างเท้าบิดามารดา ซึ่งเป็นพิธีที่แสดงออกถึงความกตัญญูกตเวที และเป็นพิธีที่ให้ลูกได้ขอขมาพ่อแม่ เพื่อให้ชีวิตเจริญรุ่งเรืองขึ้น ซึ่งถือว่าตอนนี้ไม่ค่อยได้มีใครทำ จะทำกันเฉพาะวันพ่อ วันแม่ เท่านั้น ซึ่งเสร็จจากพิธีล้างเท้าพ่อแม่แล้ว ก็จะเป็นพิธีมอบข้าวสารให้กับคนพิการ ผู้ยากไร้ ด้อยโอกาส อีกทั้งยังได้มอบข้าวสารให้กับโรงเรียนที่มาขอรับ ส่วนใหญ่เป็นโรงเรียนที่ด้อยโอกาส ทั้งสิ้น 4 โรงเรียน ในจังหวัดอ่างทอง โดยในการมอบข้าวสารครั้งนี้มีข้าวสารปริมาณกว่า 1000 กระสอบ มีพี่น้องประชาชนผู้พิการ ด้อยโอกาสได้รับข้าวสารประมาณ 600 คน นอกจากนั้น ยังมีการตั้งโรงทาน มีการทำอาหารแจกจ่ายจากกลุ่มจิตอาสา ซึ่งก่อนเริ่มงานได้มีการร่วมกันร้องเพลงชาติไทย เพลงสรรเสริญพระบารมี และร่วมกันสวดมนต์เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลฯ ด้วย
จากการสอบถามสิทธิเดช โชติธีรเศรษฐ์ อายุ 37 ปี ผู้นำชมรมจิตอาสาอ่างทอง กล่าวว่า ในวันนี้ทางชมรมได้มาร่วมกันทำความดีถวายเป็นพระราชกุศลให้แก่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุยเดช ในโอกาสที่เสด็จสู่สวรรคต และเพื่อเป็นการสร้างความสามัคคีของคนในชาติ เพราะสมัยนี้คนเรามักจะอยู่กันแบบตัวใครตัวมัน การที่ได้มาร่วมกันทำบุญก็ถือว่าเป็นการสร้างสามัคคีให้เกิดขึ้นในชาติ ช่วยเหลือซึ่งกันและกัน โดยเน้นปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงในของในหลวงรัชกาลที่ 9 โดยช่วยอย่างเหมาะสม พอประมาณ ช่วยได้เท่าที่กำลังเราจะช่วยได้ ไม่เบียดเบียนตนเองและไม่เบียดเบียนผู้อื่น โดยการร่วมกันบริจาคข้าวสาร และนำมาแจกจ่ายให้กับผู้พิการ ผู้ยากไร้ และผู้ด้อยโอกาสในจังหวัดอ่างทอง
ด้านผู้มารอรับแจกข้าวสารไม่ว่าจะเป็นผู้พิการ ผู้ยากไร้ หรือผู้ด้อยโอกาส ต่างรู้สึกดีที่ชมรมจิตอาสาได้ออกมาทำอะไรดี ๆ แบบนี้ เอาข้าวสารมาแจกให้ถือว่าเป็นการช่วยเหลือซึ่งกันและกัน ถึงจะไม่มากมายอะไรนัก แต่ก็ทำให้พวกตนรู้สึกดีใจ อีกทั้งทราบว่าชมรมจิตอาสามาร่วมกันทำความดีถวายในหลวงรัชกาลที่ 9 แล้ว ยิ่งทำให้พวกตนพลอยปลาบปลื้มและร่วมอนุโมทนาบุญกันไปด้วย