สพฐ. จัด 3 ยุทธศาสตร์ ช่วยแม่วัยรุ่นท้องมีโอกาสเรียนต่อได้พร้อมเลี้ยงลูกตั้ง 226 ทีม ดูแลช่วยเหลือ นร. ทุกเขตพื้นที่การศึกษา

เกาะติดข่าวสาร >> Nation Online
logoline
นายบุญรักษ์ ยอดเพชร เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (เลขาธิการ กพฐ.) กล่าวว่า จากการที่สื่อมวลชนลงข่าว ปัญหาวัยรุ่นตั้งครรภ์ก่อนวัยอันควร พร้อมแสดงความคิดเห็นว่าการตั้งครรภ์ด้วยความไม่พร้อมในทุก ๆ ด้าน ทำให้เกิดอัตราการคลอดก่อนกำหนดหรือมีความผิดปกติในอัตราที่สูงกว่าปกติมากซึ่งเป็นปัญหาที่อยู่ในสังคมไทยมานานแม้จะมีการรณรงค์กันอย่างต่อเนื่องก็ตาม

ในเรื่องนี้ เลขาธิการ กพฐ. ชี้แจงว่า สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) มิได้นิ่งนอนใจได้ดำเนินการอยู่ 3 หลักยุทธศาสตร์ คือ 1.) จัดการเรียนรู้เพศวิถีศึกษาในโรงเรียน 2.) จัดการให้ครูสามารถสอนและให้คำปรึกษากับนักเรียนได้ 3. จัดให้มีระบบช่วยเหลือเมื่อเกิดเหตุ โดยจัดตั้งศูนย์เฉพาะกิจคุ้มครองดูแลช่วยเหลือเด็กนักเรียน (ฉก.ชน.) ทุกเขตพื้นที่การศึกษา จำนวน 225 ทีม และในส่วนกลางอีก 1 ทีม มีบุคลากรปฏิบัติงานประมาณ 1,000 คน ดำเนินการ ดูแลนักเรียนวัยรุ่นที่ตั้งครรภ์ และกรณีสถานการณ์อื่น ๆ โดยมุ่งประโยชน์สูงสุดของเด็กเป็นสำคัญ

เลขาธิการ กพฐ. เปิดเผยว่า กรณีนักเรียนหญิง สพฐ. ได้ดำเนินการใน 3 ลักษณะ คือ 1. ถ้าพบและสามารถจัดการให้นักเรียนได้ไปเรียนอยู่ที่บ้าน ส่งการบ้านและข้อสอบ พร้อมจัดครูไปสอนพิเศษให้ในบางรายวิชา 2. ให้ไปเรียนที่บ้าน และอาจย้ายโรงเรียนหลังคลอด เพื่อตั้งต้นใหม่ 3. ถ้าไม่มีผู้ดูแลลูก จะประสาน ให้แม่เรียน กศน. หรือเรียนหลักสูตรพิเศษที่โรงเรียนของ สพฐ. ในบางโรงเรียน และขณะนี้ ทางกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) มีสถานที่รับเลี้ยงเด็กแรกเกิด ซึ่งอาจมีการประสานให้นำลูกไปฝากเลี้ยง เมื่อเรียนจบและมีความพร้อมจึงไปรับลูกกลับมาดูแลเอง

สำหรับกรณีนักเรียนชาย จะดูแลให้ได้เรียนต่อ อาจเรียนที่เดิมหรือย้ายโรงเรียนตามความเหมาะสม โดยขอให้มาเลี้ยงลูกในวันเสาร์อาทิตย์เพื่อจะได้เกิดการเรียนรู้การรับผิดชอบ และทำให้ลูกที่เกิดมาได้รับความอบอุ่นด้วย