เนชั่นทีวี

ข่าว

จักรทิพย์แถลงจับ5โจรแก๊งลูกน้องทรยศปล้นเงินเสี่ยค้าเพชร-ทอง60ล้านกลางกรุง

05 ต.ค. 2560 | nation_ent

จักรทิพย์แถลงจับ5โจรแก๊งลูกน้องทรยศปล้นเงินเสี่ยค้าเพชร-ทอง60ล้านกลางกรุง

จักรทิพย์แถลงจับ5โจรแก๊งลูกน้องทรยศปล้นเงินเสี่ยค้าเพชร-ทอง60ล้านกลางกรุงสารภาพเช่าคอนโดเกิดเหตุวางแผน1เดือนตร.เเจ้ง5ข้อหาหนักเร่งล่าตัวอีก2คน สืบสวนพบมีผู้ร่วมขบวนการเพิ่ม

          เมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 5 ตุลาคม ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. พร้อมด้วย พล.ต.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รอง ผบ.ตร. พล.ต.อ.เดชณรงค์ สุทธิชาญบัญชา รอง ผบ.ตร. พล.ต.ท.ชาญเทพ เสสะเวช รรท.ผบช.น. พล.ต.ต.สมพงษ์ ชิงดวง รอง ผบช.น. พล.ต.ต.นิตินันท์ เพชรบรม รรท.รอง ผบช.น. พล.ต.ต.อิทธิพล อัจฉริยะประดิษฐ์ ผบก.สส.บช.น. พ.ต.อ.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ รอง ผบก.สส.บช.น. แถลงจับกุม นายณรงค์ชัย หรือจั๊ว สวัสดิผล อายุ 32 ปี นายชวลิต หรือริด เจริญผล อายุ 31 ปี นายสุรศักดิ์ หรือกิ๊ก ศรีฑะวงศ์ อายุ 35 ปี นายพงษ์ศักดิ์ หรือคริส ปิตศิริพันธ์ อายุ 31 ปี และนายกฤษดา หรือแวน อัตถาเวช อายุ 30 ปี พร้อมของกลาง ธนบัตรสกุล เยน 196 ล้านเยน รวมมูลค่า 60 ล้านบาท สามารถจับกุมนายณรงค์ชัย ได้ที่บ้านพักย่านประชาชื่น จับกุมนายชวลิตและนายสุรศักดิ์ ได้ที่คอนโดแห่งหนึ่ง ย่านสุขสวัสดิ์ จับกุมนายพงษ์ศักดิ์ ได้ที่โรงแรมโอเรนเต็ล และจับกุมนายกฤษดา ได้ที่บ้านพักย่านทุ่งครุ
       พล.ต.อ.จักรทิพย์ กล่าวว่า สืบเนื่องจากนายภัทริศ หรือโตโต้ แต้รัตนชัย นักธุรกิจซื้อขายทองคำแท่งและส่งออกเครื่องประดับเพชรไปประเทศญี่ปุ่น แจ้งความกับพนักงานสอบสวน สน.พหลโยธิน ว่าถูกกลุ่มคนร้าย 5-6 คน สวมหมวก ไหมพรมสีดำปิดบังใบหน้า ใช้ ปืนก่อเหตุปล้นเงินสด 196 ล้านเยน มูลค่าประมาณ 60 ล้านบาท ของตนไป ระหว่าง ลูกจ้างในบริษัทขนเงินสดจำนวน ดังกล่าวมาจากประเทศญี่ปุ่นเพื่อนำมาเก็บไว้ในห้องพัก เหตุเกิดที่ลานจอดรถชั้น 5 อาคารรัชดา พาวิลเลี่ยน ซอยรัชดาภิเษก แขวงจันทรเกษม เขตจตุจักร กทม. เมื่อกลางดึกวันที่ 2 ตุลาคม ที่ผ่านมา ก่อนที่ทั้งหมดจะยึดรถกระบะยี่ห้อฟอร์ด รุ่นเรนเจอร์ สี่ประตู สีส้ม ทะเบียนป้ายแดง ส 5179 กรุงเทพมหานคร ของผู้เสียหายขับหลบหนีไป      พล.ต.อ.จักรทิพย์ กล่าวอีกว่า ภายหลังเกิดเหตุฝ่ายสืบสวนได้ประชุมหารือกันเพื่อติดตามจับกุมคนร้าย กระทั่งได้เบาะแสว่ากลุ่มคนร้ายได้นำรถกระบะฟอร์ด ไปจอดทิ้งไว้ที่ ถนนเลียบ รฟม. ขาเข้าใกล้กับแยกผังเมือง แขวงและเขตจตุจักร จึงให้เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานมาเก็บดีเอ็นเอและลายนิ้วมือแฝง ว่าตรงกับกลุ่มคนร้ายหรือไม่ ก่อนตรวจยึดไว้เป็นของกลาง ส่วนเงินทั้งหมด 60 ล้านเยน สามารถตรวจยึดได้ที่บ้านพักของนายนายณรงค์ชัย อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่ตำรวจจะต้องมีการตรวจสอบเส้นทางการเงินของผู้เสียหาย เรื่องการทำธุรกรรมดังกล่าวว่ามีการทำธุรกรรมถูกต้องหรือไม่      จากการสอบสวนกลุ่มผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่า ร่วมกันวางแผนในการปล้นครั้งนี้ เนื่องจากนายนัฐพงศ์ พี่เขยของนายณรงค์ชัย มีหนี้สินที่ต้องนำไปใช้จ่าย ประกอบกับได้ทำหน้าที่ขนเงินจากต่างประเทศ และเห็นเงินตลอด จึงได้วางแผนลงมือก่อเหตุ
     จากแนวทางการสืบสวนพบว่ากลุ่มผู้ต้องหาทั้งหมดเป็นลูกน้องของนายภัทริศ โดยนายชวลิต และนายสุรศักดิ์ เป็นลูกน้องที่ลาออกไปแล้ว ทั้งนี้กลุ่มคนร้ายได้วางแผนมาเป็นเวลากว่า 1เดือน โดยได้ให้นายศรายุทธ เป็นผู้เช่าห้องที่คอนโดดังกล่าว พร้อมใช้ห้องนั้นเป็นที่ประชุมหารือกันกว่า 10 ครั้ง กระทั่งประจวบเหมาะตัดสินใจก่อเหตุ โดยจากการสืบสวนยังเชื่อว่ามีผู้เกี่ยวข้องอีก ซึ่งอยู่ระหว่างขยายผล
ทั้งนี้นายณรงค์ชัยทำหน้าที่เป็นคนวางแผนและรับเงินมาจากญี่ปุ่น นายชวลิตทำหน้าที่เป็นผู้ประสานงานและก่อเหตุที่ลานจอดรถชั้น 5 นายสุรศักดิ์ทำหน้าที่ร่วมวางแผนและขับรถไปรอลานจอดรถชั้นใต้ดินอาร์ซีเอ นายพงษ์ศักดิ์ทำหน้าที่ขับรถฟอร์ดสีส้มและพกบีบีกัน นายกฤษดาทำหน้าที่ขับรถนิสสัน รุ่นอัลเมล่าสีดำทะเบียน ฆศ 1169กรุงเทพมหานคร ไปรับกลุ่มผู้ก่อเหตุไปส่งอาร์ซีเอส่วนผู้ต้องหาที่ยังหลบหนีอีก 2 คน คือนายนัฐพงศ์ หรือต้น ธัญญะตุ่น อายุ 33 ปี พี่เขย นายณรงค์ชัย หรือจั๊ว ทำหน้าที่วางแผนและดูที่เกิดเหตุ และนายศรายุทธ หรือไก่ ฤทธิชัยนุวัฒน์ อายุ 31 ปี ทำหน้าที่เป็นคนขับรถรับผู้ต้องหาจากจตุจักรมาส่งที่คอนโดโดยใช้รถกระบะอีซูซุ สีดำ ทะเบียน 5 กฉ 6028 กรุงเทพมหานคร ซึ่งก่อนเกิดเหตุนายไก่ ได้ไปเช่าห้องพักที่คอนโดรัชดาพาวิลเลี่ยน ห้อง 172 ชั้น 23 เมื่อวันที่ 1 กันยายน โดยนายศรายุทธ เป็นเพื่อนกับ นายนัฐพงศ์ ซึ่งนายนัฐพงศ์เป็นพี่เขยของนายณรงค์ชัย
          นอกจากนี้ภายหลังการแถลงข่าวเสร็จสิ้นนายภัทริศหรือโต้โต้ แต้รัตนชัย ซึ่งเป็นผู้เสียหายและเจ้าของเงิน ได้นำแจกันดอกไม้มามอบให้กับพล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. พร้อมทั้งเปิดเผยว่า ต้องขอขอบคุณเจ้าหน้าที่ตำรวจทุกนายที่ช่วยจับกุมคนร้ายได้หมด
          เบื้องต้นแจ้งข้อหา ปล้นทรัพย์โดยมีและใช้อาวุธปืน โดยใช้ยานพาหนะเพื่อกระทำความผิดหรือพาทรัพย์นั้นไปหรือเพื่อให้พ้นจากการจับกุม,ร่วมกันทำร้ายร่างกายผู้อื่นเป็นเหตุให้ได้รับอันตรายแก่กายหรือจิตใจ,ร่วมกันมีอาวะปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต,ร่วมกันพาอาวุธปืนไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุอันควร และร่วมกันรับของโจร นำตัวส่งพนักงานสอบสวน สน.พหลโยธินดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ข่าวล่าสุด