พ่อของผู้เสียหายจากการถูกกลุ่มชายฉกรรจ์รุมทำร้าย ซึ่งไม่ประสงค์จะเปิดเผยใบหน้าและชื่อ-สกุล เพราะเกรงว่าจะไม่ปลอดภัย นำภาพถ่ายเยาวชนชายที่ระบุว่าเป็นนายเอ (นามสมมุติ) ผู้เป็นลูกชาย ที่อยู่ในสภาพของผู้ป่วยเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่งด้วยอาการบาดเจ็บสาหัส ร้องเรียนกับสื่อมวลชน โดยระบุว่า อาการบาดเจ็บของลูกชาย ซึ่งตอนนี้อยู่ในอาการสาหัสและยังไม่ได้สติ เกิดจากการถูกกลุ่มชายฉกรรจ์ ซึ่งเป็นการ์ดของผับชื่อดังแห่งหนึ่ง ตั้งอยู่ใจกลางเมืองขอนแก่น ได้รุมทำร้ายร่างกาย ด้วยการเตะ ต่อย และทุบตีเข้าที่บริเวณศรีษะ เหตุเกิดในคืนวันที่ 22 ก.ย.ที่ผ่านมา จนทำให้นายเอ วัย 15 ปี สลบคาที่ มีอาการเลือดคั่งในสมอง และยังไม่รู้สึกตัวจนถึงขณะนี้
พ่อของนายเอ เล่าให้ฟังว่า ในคืนวันที่ 22 ก.ย.ที่ผ่านมา เวลาประมาณ 23.00 น. วันเกิดเหตุ ลูกชายได้บอกกับแฟนสาวผ่านทางข้อความแชทว่าจะออกไปเล่นเกมส์ที่ร้านเกมส์และจะไปขับรถเล่นกับเพื่อนๆ ซึ่งเป็นเรื่องปกติที่คนในบ้านจะรับรู้อยู่แล้วว่านายเอ มีนิสัยติดเกมส์และติดเพื่อน ซึ่งก็มักจะออกไปแบบนี้อยู่บ่อยๆ แต่ก็ไม่เคยมีปัญหาหรือเรื่องทะเลาะวิวาทอะไรกับมา
กระทั้งในช่วงเช้าของวันที่ 23 ก.ย. ตนได้ทราบข่าวจากเพื่อนๆ ของลูกชายว่า ลูกถูกนำตัวส่งรักษาที่โรงพยาบาลขอนแก่น เพราะถูกทำร้ายร่างกาย และมีอาการหนักจนถึงขั้นเลือดคั่งในสมอง และยังไม่ตอบสนองใดๆ เมื่อตนเดินทางไปถึงก็พบลูกชายนอนแน่นิ่งอยู่บนเตียงด้วยอาการสาหัส ซึ่งตอนนั้นตนตกใจมาก และยังไม่ทราบถึงสาเหตุว่าเกิดขึ้นได้อย่างไร
ขณะที่พ่อของนายบี (นามสมมุติ) อายุ 16 ปี ซึ่งเป็นอีกหนึ่งคนที่อ้างว่าถูกกลุ่มการ์ดของผับชื่อดังรุมทำร้าย เล่าว่า ในช่วง 04.00 น. ของวันที่ 23 ก.ย. ขณะที่ตนและภรรยากำลังนอนหลับอยู่ มีเพื่อนของลูกชายได้มาตะโกนร้องเรียกให้ไปช่วยลูกชาย และบอกด้วยอาการตกใจว่านายบีถูกทำร้ายร่างกาย และถูกกักตัวเอาไว้ที่ผับแห่งหนึ่ง ได้ยินเช่นนั้นตนและภรรยาจึงเดินทางไปที่ผับแห่งนั้น เมื่อไปถึงก็พบว่า มีผู้คนพลุกพล่านอยู่ด้านนอกผับเป็นจำนวนมาก ตนจึงเดินเข้าไปหาชายคนหนึ่งที่ยืนอยู่หน้าทางเข้าเพื่อขอตัวลูกชายคืน ซึ่งขณะนั้พบว่ามีกลุ่มชายฉกรรจ์ยืนควบคุมตัวนายบี ลูกชาย และนายเอ รวมทั้งเพื่อนของเด็กกลุ่มนี้เอาไว้ ตนจึงพยายามสอบถามและขอให้คืนตัวลูกชายมา แต่กลับถูกกลุ่มชายฉกรรจ์กรูจะเข้ามาทำร้าย เมื่อเห็นท่าไม่ดีภรรยาที่มาด้วยกันจึงบอกให้ไปแจ้งความที่โรงพัก และให้ตำรวจเข้ามาดำเนินการ ซึ่งตนยอมรับว่าคืนนั้นเหตุการตรึงเครียดมาก เพราะในช่วงที่ตนจะไปพาตัวลูกชายกลับมาบ้านนั้น กลุ่มชายดังกล่าว ยังทำร้ายเด็กด้วยการเตะ ต่อยตามร่างกาย บางคนถูกจับมัดมือไพร่หลัง อยู่ในลักษณะที่ไม่สามารถต่อสู้ได้ โดยลูกชายของตนได้รับบาดเจ็บที่บริเวณศรีษะและบริเวณใบหน้า แต่ไม่ถึงขั้นสาหัส ซึ่งขณะนี้ได้นอนพักรักษาอาการบาดเจ็บอยู่ที่บ้าน
ส่วนแฟนสาวของนายเอ ซึ่งทราบรายละเอียดที่เกิดขึ้นจากเพื่อนของนายเอ ที่หนีออกมาได้ทัน เล่าว่า กลุ่มคนที่รุมทำร้ายนายเอนั้น เป็นคนของผับดังกล่าวแน่นอน เพราะตนคุ้นหน้าเป็นอย่างดี รวมทั้งหลังเกิดเหตุ คนที่ตนรู้จักในผับแห่งนั้นได้ติดต่อมาถามถึงอาการของแฟนว่าเป็นอย่างไรบ้าง โดยผู้ที่ติดต่อมาได้บอกกับตนว่า ไม่ใช่คนลงมือก่อเหตุ แต่คนที่ทำเป็นการ์ดที่ผับตนจริง สาเหตุที่ทำเพราะ เห็นกลุ่มเด็กขับรถจักรยานยนต์ผ่านมาที่บริเวณหน้าผับ โดยมีลักษณะเหมือนจะมาก่อเหตุความวุ่นวาย
อย่างไรก็ตาม แฟนสาวของนายเอ ยืนยันว่า นายเอและกลุ่มเพื่อนๆ เพียงแค่ขับรถจักรยานยนต์ผ่านไปหน้าร้านเท่านั้น ไม่ได้มีเจตนาจะไปก่อความวุ่นวายหรือจะเข้าไปเที่ยวในผับแต่อย่างใด แต่ในระหว่างที่นายเอและเพื่อนๆ ขับรถผ่านไปหน้าผับ ก็มีชายคนหนึ่งตะโกนบอกกลุ่มคนที่อยู่บริเวณถนนหน้าผับใก้จับตัวเด็กกลุ่มนี้เอาไว้ โดยมีชายฉกรรจ์กระโดดถีบรถของนายเอจนล้ม และช่วยกันคุมตัวไปซ้อมจนบาดเจ็บดังกล่าว และยังใช้ถ่อยคำข่มขู่ต่างๆนาๆ รวมทั้งพยายามบังคับให้สารภาพว่า ใครจ้างให้มาก่อกวน ซึ่งเด็กๆก็ปฏิเสธว่า ไม่ได้มีใครจ้าง เพียงแค่ขับผ่านมาเท่านั้น เมื่อนายเอไม่ตอบ ก็ถูกตบและตี รวมทั้งใช้น้ำมันราดขาซ้ายแล้วจุดไฟเผา ก่อนที่ชายฉกรรจ์กลุ่มนี้จะนำตัวเด็ก ประมาณ 3 - 4 คน ไปทิ้งไว้ที่ลานหน้าเสาธง ภายใน สภ.เมืองขอนแก่น ก่อนที่พ่อและแม่ของเด็กที่ถูกทำร้ายจะมาพบ และเข้าแจ้งความ
อย่างไรก็ตาม ทางพ่อและแม่ของผู้เสียหายได้เข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน สภ.เมืองขอนแก่นแล้ว เมื่อวันที่ 23 ก.ย.ที่ผ่านมา ในข้อหาทำร้ายร่างกาย ซึ่งสาเหตุที่ต้องร้องเรียนกับสื่อมวลชนในครี้งนี้ เพราะเกรงว่าคดีจะไม่คืบหน้า และกลัวว่าจะไม่ได้รับความเป็นธรรม เพราะตั้งแต่เกิดเรื่องมา ยังไม่ใครออกมาแสดงความรับผิดชอบต่อสิ่งที้เกิดขึ้นโดยเฉพาะ อาการบาดเจ็บของนายเอ อายุ 15 ปี ซึ่งล่าสุด แพทย์ได้ทำการผ่าตัดเลือดที่คลั่งในสมองไปแล้ว 1 รอบ แต่จนถึงขณะนี้ยังไม่ได้สติ นอกจากนี้ยังพบว่ามีอาการบาดเจ็บอย่างรุนแรงที่บริเวณใบหน้าที่ฟกช้ำ ปลอดฉีก รวมทั้งแผลที่เกิดจากไฟไหม้ จากการถูกราดน้ำมันแล้วจุดไฟเผา
อย่างไรก็ตาม มีรายงานว่าทางญาติผู้เสียหายเตรียมที่จะเดินทางเข้าพบกับผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 4 เพื่อขอความช่วยเหลือในการติดตามตัวผู้ก่อเหตุมาสอบสวนและดำเนินคดีให้เร็วที่สุด