เนชั่นทีวี

ข่าว

เปิดเจรจา "รัฐ-เอกชน" ทางออกเหมืองทองอัครา

03 ต.ค. 2560 | jirasin_yin

เปิดเจรจา "รัฐ-เอกชน" ทางออกเหมืองทองอัครา

เนชั่นทีวี ได้ย้อนกลับไปดูปัญหาสุขภาพที่เกิดขึ้นกับคนรอบเหมือง แต่ปัญหานี้ยังไม่มีใครกล้าฟันธงว่าเกิดจากการทำเหมือง เพราะฉะนั้น คำสั่ง ม.44 ปิดเหมืองทอง อาจจะจบลงด้วยการที่รัฐต้อง จ่าย ค่าโง่กว่า 3 หมื่นล้านบาท

หลังบริษัท คิงเกต คอนโซลิเดเตท สัญชาติออสเตรเลีย ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ บริษัทอัครา ผู้ประกอบกิจการเหมืองทองชาตรี ส่งหนังสือแจ้งเตือนรัฐบาลว่า การใช้ ม.44 ปิดเหมืองผิดข้อตกลงเขตการค้าเสรี ไทย - ออสเตรเลีย นี่จึงเป็นที่มาของค่าโง่ 30,000 ล้านบาท ที่รัฐบาลอาจต้องจ่าย หากแพ้การต่อสู้ข้อพิพาท ในชั้นอนุญาโตตุลาการระหว่างประเทศ

ขุมเหมือง ที่เคยเต็มไปด้วยคนงาน เครื่องจักร และรถบรรทุก วันนี้ต้องเหลืองแต่เพียงความว่างเปล่า หลังคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) มีคำสั่งให้ บริษัท อัครารีซอสเซส จำกัด (มหาชน) ยุติการประกอบกิจการ จากข้อร้องเรียน ผลกระทบต่อสุขภาพ และสิ่งแวดล้อม และเหมืองแห่งนี้ยังเป็นต้นเหตุของความขัดแย้งของประชาชนในพื้นที่
รถบรรทุกสินแร่ เครื่องจักรขุดเจาะแร่ ถูกทิ้งไว้ไม่ได้ใช้งานมาเป็นเวลา 9 เดือนแล้ว และเริ่มเสื่อมสภาพลง บริษัท เหมืองทองบอกว่า เครื่องจักที่ทิ้งกองไว้เหล่านี้ มีมุลค่ารวมกันนับ พันล้าน บาท เป็นหนึ่งในความเสียหายที่เกิดขึ้น หลังรัฐบาลใช้ ม.44 ปิดเหมืองทอง
นอกจากค่าเสื่อมสภาพจากเครื่องจักรที่ไม่ได้ใช้งานแล้ว รายได้ที่บริษัทตั้งเป้าว่าจะได้รับในช่วงที่ต้องหยุดกิจการ 9 เดือน และอาจต้องปิดต่อไปเรื่อยๆ จนหมดสัมปทาน ถูกนำมาคำนวณ เป็นค่าโง่ จากคำสั่งปิดเหมือง ของ คสช
30,000 ล้านบาท คือตัวเลขความเสียหายที่ลือกันว่า บริษัท คิงเกต คอนโซลิเดเตท สัญชาติออสเตรเลีย ผู้ถือหุ้นใหญ่ บริษัท อัครา จะเรียกร้อง กับรัฐบาลของ พลเอกประยุทธ จันทร์โอชา เนื่องจากทำผิดข้อตกลงเขตการค้าเสรีไทย ออสเตรเลีย หรือ FTA ซึ่งกำลังอยู่ระหว่างเจรจาในขณะนี้
เหมืองอัครา ปฏิเสธ เรียก 30,000 ล้านบาท
การเจรจา ระหว่าง รัฐบาลไทยกับ เอกชนรายนี้ ได้เกิดขึ้นมาเป็นระยะ เพื่อหาข้อตกลงร่วมกัน ไม่ให้ต้องถึงขั้นเข้าสู่อนุญาโตตุลาการระหว่างประเทศ เพื่อฟ้องร้องค่าเสียหาย แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่า กระแสข่าว ค่าโง่ 30,000 ล้านบาท ที่ออกมาทำลายบรรยากาศของการเจรา ระหว่าง รัฐ กับเอกชน ที่กำลังเป็นไปด้วย ดีผู้บริหารบริษัท อัครา ในไทยต้องเดินสายพบสื่อมวลชน หลายสำนัก แล้วก็มาที่ เนชั่นทีวีด้วย เพื่อชี้แจงว่า ค่าโง่ 30,000 ล้านนั้น ไม่เป็นความจริง แต่ก็ยอมรับว่า การเจรจากับรัฐบาลไทย มีเป้าหมายเพื่อเปิดเหมืองทองอีกครั้ง
และหากการ เจรจาไม่สำเร็จ ก็จะเข้าสู่ขั้นตอนระหว่างประเทศ ในกระบวนการอนุญาโตตุลาการซึ่งมีตัวแทนจากรัฐ เอกชนและคนกลางที่ทั้ง 2 ฝ่ายยอมรับ เจรจากันผ่านระบบ ไอ เอส ดี เอส ซึ่งเป็นกลไกที่ใช้ระงับข้อพิพาทระหว่างรัฐและเอกชน ภายใต้กรอบการค้าเสรี ไทย-ออสเตรเลียถ้าต้องเข้าสู่กระบวนการอนุญาโตตุลาการจริงๆ ฝ่ายรัฐบาล ก็ดูจะมีเพียง ผลการศึกษา ที่ได้ข้อสรุป จากคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงและแก้ไขปัญหาข้อขัดแย้ง ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ เท่านั้น ที่ทำให้รัฐบาลได้เปรียบ
หากไม่มีการชี้ชัดว่าผลกระทบทั้งด้านสิ่งแวลดล้อม และสุขภาพ เกิดจากจากเหมืองทองคำ หรือไม่ จะทำให้รัฐบาลไทย เสียเปรียบ เมื่อเข้าสู่กระบวนการฟ้องร้อง ในอนุญาโตตุลาการ ระหว่างประเทศ เราจะกลับมาเจาะลึกเรื่องนี้ต่อในตอนหน้า

ข่าวล่าสุด