กลุ่มที่หน่วยข่าวความมั่นคงให้น้ำหนักมากที่สุด คือ "กลุ่มต่อต้านสถาบันเบื้องสูง" ที่เคลื่อนไหวอยู่ในต่างประเทศ โดยจากการมอนิเตอร์การใช้โซเชียลมีเดียรูปแบบต่างๆ พบเคลื่อนไหวปลุกเร้าให้มีการก่อเหตุรุนแรงหรือสร้างสถานการณ์มากเป็นพิเศษในช่วงนี้
แต่การประเมินของหน่วยข่าวความมั่นคง ระบุว่า ความเป็นไปได้ในการสร้างสถานการณ์ให้เกิดขึ้นจริงมีค่อนข้างน้อย เพราะแกนนำเคลื่อนไหวอยู่ในต่างประเทศ แต่กลุ่มเหล่านี้ไม่มีมือไม้ในประเทศไทย เพราะที่มีอยู่ก็ถูกดำเนินคดี และถูกออกหมายจับจนต้องหนีไปกบดานต่างประเทศ / ขณะที่ กลุ่มของ นายวุฒิพงศ์ กชธรรมคุณ หรือ "โกตี๋" แกนนำแดงฮาร์ดคอร์ ที่มีกองกำลังใต้ดินเคลื่อนไหว และมีการสะสมอาวุธค่อนข้างชัดเจนนั้น ล่าสุดโกตี๋ก็หายสาบสูญไป ส่วนกองกำลังใต้ดินก็ถูกกวาดล้างไปมาก ทำให้การก่อเหตุร้ายแทบเป็นไปไม่ได้เลย แต่ความเคลื่อนไหวทั้งหมดนี้ ยืนยันว่าฝ่ายความมั่นคงมีความตื่นตัว และเพิ่มความระมัดระวังแบบ 100%
พลตำรวจโท ชาญเทพ เสสะเวช รักษาราชการแทนผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ซึ่งรับผิดชอบพื้นที่โดยตรง บอกว่า ได้ประสานงานกับสำนักงานกรองแห่งชาติอย่างต่อเนื่อง ได้รับแจ้งว่ายังสามารถควบคุมสถานการณ์ได้ และได้วางแผนจัดกำลังตำรวจดูแลอย่งเข้มงวดทุกจุด
อีกด้านหนึ่ง พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง ได้เปิดกองอำนวยการร่วม "งานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร" หรือใช้ตัวย่อว่า "กอร.พระราชพิธีฯ" ที่ห้องประชุมยุทธนาธิการ ชั้น 2 อาคารศาลาว่าการกระทรวงกลาโหม เพื่อให้การบริหารจัดการด้านการรักษาความปลอดภัย , การอำนวยความสะดวกประชาชนในเรื่องเส้นทางการเดินทางเข้าพื้นที่แบบครบวงจร โดยมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอยู่ใน "กอร.พระราชพิธีฯ" ได้แก่ กระทรวงกลาโหม สำนักงานตำรวจแห่งชาติ สำนักข่าวกรองแห่งชาติ กระทรวงคมนาคม กรมประชาสัมพันธ์ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย และอื่นๆ โดย "กอร. พระราชพิธีฯ" จะปฏิบัติงานตั้งแต่วันที่ 1 ถึง 30 ตุลาคม หรือตลอดทั้งเดือนตุลาฯ
กอร.พระราชพิธีฯ มีเบอร์โทรศัพท์สายด่วน 1441 เพื่อให้พี่น้องประชาชนสอบถามรายละเอียดต่างๆ สำหรับการเฝ้าระวังเหตุการณ์ไม่คาดฝัน ต้องอาศัยความร่วมมือจากพี่น้องประชาชนทุกคนที่ต้องช่วยกันเป็นหูเป็นตา เพื่อให้พระราชพิธีสำคัญนี้ผ่านพ้นไปได้ด้วยดีสมดังที่พสกนิกรทุกหมู่เหล่าน้อมถวายความอาลัย