สำหรับทางด่วนพระราม3 จะเปิดขายเอกสารประกวดราคาในเดือน มี.ค. 2561 และเปิดให้ผู้ผ่านคุณสมบัติยื่นเสนอราคาในเดือน เม.ย. 2561 คาดว่าจะลงนามในสัญญาได้ภายในกลางปี 2561
ส่วนทางด่วนขั้นที่ 3 สายเหนือฯ คาดว่าจะได้รับอนุมัติรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA)และเสนอที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้ภายในปลายปีนี้ ตั้งเป้าที่จะเปิดประมูลให้แล้วเสร็จในช่วงกลางปี 2561 เริ่มต้นก่อสร้างได้ในช่วงปลายปี 2561 ใช้เวลาก่อสร้าง 24 เดือน ก่อนเปิดให้บริการในปี 2564
สำหรับโครงการทางด่วนขั้นที่ 3 สายเหนือฯ คาดว่าในช่วง 2 ปีแรกที่เปิดให้บริการจะมีปริมาณการจราจรเฉลี่ยวันละ 80,000 คัน โดยจะคิดค่าใช้ทางด่วนเบื้องต้น 20 บาทตลอดสาย ส่งผลให้ กทพ.จะมีรายได้วันละ 1.6 ล้านบาท หรือปีละ 584 ล้านบาท หรือจะะคิดเป็นรายได้รวม 1,168 ล้านบาทในช่วง 2 ปีแรกที่เปิดให้บริการ อย่างไรก็ตามขอยืนยันว่าตอม่อเดิมที่สร้างมานานแล้วยังสามารถใช้ได้อยู่เพราะเดิมออกแบบทางด่วนเป็น 6 ช่องจราจรแต่ลดมาเหลือ 4 ช่องจราจรในปัจจุบัน
นอกจากนี้ กทพ.ยังมีแผนจะนำเงินกองทุน TFF ที่เหลือจากการสร้างทางด่วนทั้ง 2 สายไปลงทุนสร้างทางด่วนส่วนต่อขยายช่วงวงแหวนตะวันตก-มหาชัย ระยะทางรวม 17 กิโลเมตรวงเงินลงทุนเกือบ 20,000 ล้านบาท ซึ่งเส้นทางดังกล่าวจะเชื่อมต่อจากทางด่วน พระราม 3-ดาวคะนอง-วงแหวนตะวันตก แต่ทั้งนี้ต้องไปหารือกับทางหลวง (ทล.) เพราะอาจจะมีการทับซ้อนกับแผนศึกษาโครงการทางหลวงยกระดับ หมายเลข 35 ช่วงธนบุรี-ปากท่อ ที่ตามแผนเดิมจะเชื่อมต่อทางด่วนพระราม 3-ดาวคะนอง-วงแหวนตะวันตก เพื่อไปลงสุดปลายทางที่แยกวังมะนาว ถนนเพชรเกษม