เนชั่นทีวี

ข่าว

นับถอยหลังตัดสิน "ยิ่งลักษณ์" 27 ก.ย.นี้

25 ก.ย. 2560 | wanchat

นับถอยหลังตัดสิน "ยิ่งลักษณ์" 27 ก.ย.นี้

วันพุธที่ 27 กันยายนนี้ จะทราบผลคำพิพากษาของศาลฎีกานักการเมือง ในคดีรับจำนำข้าว ที่มีอดีตนายกฯ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เป็นจำเลย ซึ่งเป็นที่ชัดเจนแล้วว่า จะเป็นการอ่านคำพิพากษาลับหลังจำเลย เพราะจนถึงขณะนี้ยังไม่สามารถคุมตัวคุณยิ่งลักษณ์ มาส่งศาลฎีกาฯได้

แม้จะยังตามจับตัวคุณยิ่งลักษณ์ ตามหมายจับไม่ได้ แต่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้เตรียมมาตการรักษาความปลอดภัย และอำนวยความสะดวกการจราจรในวัน 27 ก.ย. ที่ศาลฎีกาฯ ซึ่ง ขณะนี้อยู่ระหว่างประเมินสถานการณ์ในช่วงก่อนวันที่ 27 ก.ย.นี้ แต่ยังไม่ได้ตัดสินใจจะใช้กำลังเจ้าหน้าที่ในการดูแลรักษาความปลอดภัย ต้องประชุมท่าทีสถานการณ์อีกครั้ง
โดย ตำรวจมีหน้าที่ การอำนวยความสะดวกด้านการจราจร ให้กับประชาชนทั่วไปที่สัญจรในย่านนั้นและใกล้เคียง รวมถึงประชาชนที่จะเดินทางมาฟังคำพิพากษา เพื่ออำนวยความสะดวกให้การจราจรคล่องตัวยิ่งขึ้น และการดูแลรักษาความสงบเรียบร้อยบริเวณศาลฎีกา ซึ่งเป็นพื้นที่ของ สน.ทุ่งสองห้อง
สำหรับการอ่านคำพิพากษาคดีคุณยิ่งลักษณ์ ศาลฎีกาฯ นัดคู่ความมาฟังคำพิพากษาตั้งแต่ 09.00 น. จะเริ่มต้นด้วย นายชีพ จุลมนต์ ว่าที่ประธานศาลฎีกาคนใหม่ ในฐานะตุลาการเจ้าของสำนวน จะนั่งหัวโต๊ะประชุมองค์คณะ พิจารณาคดียิ่งลักษณ์ทั้ง 9 คน ได้แถลงความเห็นในทางคดีส่วนตัว // เมื่อองค์คณะแถลงจนครบ ก็จะทราบมติองค์คณะที่ต้องใช้เสียงข้างมาก จากนั้นที่ประชุมจะนำมติเสียงข้างมาก เป็นแนวทางหลักในการเขียนคำพิพากษากลาง เพื่อนำไปอ่านในห้องพิจารณาคดี
ก่อนหน้านี้ มีการวิเคราะห์แนวผลคำพิพากษาที่จะออกมาตามหลักทั่วไปที่สามารถวิเคราะห์ได้ โดยไม่ล่วงละเมิดอำนาจศาล ว่าผลคำตัดสินก็น่าจะมีด้วยกัน 3 แนวทางคือ 1.ศาลฎีกา โดยองค์คณะมีมติเสียงข้างมากว่าคุณยิ่งลักษณ์ไม่มีความผิด หรือยกฟ้องโจทก์ 2.ศาลตัดสินว่ามีความผิด แต่ให้รอการลงโทษหรือรอลงอาญา และ 3.ศาลตัดสินว่า มีความผิดตามฟ้อง ให้ลงโทษจำคุก โดยไม่รอการลงโทษ
ซึ่งตาม รัฐธรรมนูญมาตรา 195 บัญญัติให้ทั้งโจทก์คืออัยการสูงสุด และจำเลยคือ คุณยิ่งลักษณ์ สามารถยื่นอุทธรณ์ต่อที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาได้ โดยไม่จำเป็นต้องใช้พยานหลักฐานใหม่ แต่มีข้อกำหนดเพิ่มเติมว่า หากจำเลยจะยื่นอุทธรณ์ ต้องมาปรากฏตัวต่อศาล ให้ศาลเห็นตัวจำเลย จะให้ทนายมายื่นแทนแล้วจำเลยหนีคดีไปต่างประเทศแบบที่ผ่านมาไม่ได้ ดังนั้นหากจำเลยหนีคดีก็จะหมดสิทธิ์ในการยื่นอุทธรณ์
คดีนี้มีผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 มีอัตราโทษจำคุก 1 ถึง 10 ปี ปรับ 2,000-20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และตามกฎหมาย ป.ป.ช. มาตรา 123/1 กรณีไม่ระงับยับยั้ง ปล่อยปละละเลย มีอัตราโทษจำคุก 1 ถึง 10 ปี ปรับ 20,000-200,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

ข่าวล่าสุด