เนชั่นทีวี

ข่าว

"ป่าห้วยแม็ก" ของชุมชนไม่ใช่ของนายทุน

12 ก.ย. 2560 | lastman

"ป่าห้วยแม็ก" ของชุมชนไม่ใช่ของนายทุน

การออกมาทวงคืนผืนป่าห้วยเม็ก ที่บ้านหนองแต้ อ.อุบลรัตน์ จ.ขอนแก่น หลังจากพบว่าบริษัทยักษ์ใหญ่แห่งหนึ่ง ได้ยื่นขอเช่าทำประโยชน์เป็นเวลา 5 ปี และกระทรวงมหาดไทย ได้อาศัยกฎหมายในมาตรา 9 ของกรมที่ดิน อนุญาตให้เข้าไปใช้ประโยชน์ได้ โดยระบุว่าเป็นป่าเสื่อมโทรม แต่สภาพที่ชาวบ้านนำภาพมายืนยันพบว่า ป่าแห่งนี้ยังอุดมสมบูรณ์และชาวบ้านยังใช้ประโยชน์ร่วมกันในฐานะป่าชุมชนอยู่ ไปติดตามเรื่องนี้จากคุณศิวะ โลโห

สภาพพื้นที่ป่าชุมชนห้วยเม็กกว่า 31 ไร่ ที่ตั้งอยู่บ้านหนองแต้ ต.บ้านดง อ.อุบลรัตน์ จ.ขอนแก่น ยังมีความอุดมสมบูรณ์ ในห้วงฤดูฝนนี้เห็นความเขียวชะอุ่มได้อย่างชัดเจน ในขณะที่ใกล้ๆ กัน บริษัทยักษ์ใหญ่ ได้ขออนุญาตก่อสร้างโรงงานผลิตเครื่องดื่ม และได้ยื่นขอกระทรวงมหาดไทย เพื่อเข้าไปใช้พื้นที่ป่าชุมชนห้วยเม็กแห่งนี้ ตามหนังสือสำคัญสำหรับที่หลวง หรือ นศล. มีวัตถุประสงค์เพื่อใช้เป็นที่เก็บกักน้ำสำหรับประกอบกิจการอุตสาหกรรมผลิตน้ำดื่ม และเครื่องดื่มที่ไม่มีแอลกอฮอล์ ซึ่งเป็นลักษณะแหล่งน้ำตามวัตถุประสงค์เดิมของที่สาธารณประโยชน์ โดยระบุว่า พื้นที่ป่าห้วยเม็กแห้งแล้ง ไม่มีแหล่งน้ำธรรมชาติ ชาวบ้านไม่ได้ใช้ประโยชน์ร่วมกันแล้ว ไม่มีทรัพยากรอันมีค่าในที่ดิน แต่จากภาพมุมสูงที่เห็นนี้ แตกต่างจากคำชี้แจงอย่างสิ้นเชิง
นายอำเภออุบลรัตน์ ซึ่งร่วมเดินสำรวจป่ากับทีมข่าว ระบุว่า ช่วงการสำรวจเพื่อขออนุญาตใช้พื้นที่นั้น เป็นช่วงฤดูแล้ง ต้นไม้อาจจะมีการทิ้งใบ ทำให้มีสภาพป่าแห้งแล้ง แต่สภาพที่เห็นขณะนี้ ยอมรับว่าป่ามีสภาพสมบูรณ์ แต่การยื่นขออนุญาตใช้ประโยชน์ของโรงงานนั้น ได้ยืนยันว่า จะไม่มีการตัดไม้ทำลายป่า และจะยังรักษาสภาพพื้นที่ป่าเอาไว้เช่นเดิม

ขณะที่ทางชาวบ้าน ต.บ้านดง ที่ได้พาผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ พิสูจน์สภาพป่าด้วยตาตัวเอง ก็ยืนยันด้วยเช่นกันว่า ป่าชุมชนแห่งนี้ ชาวบ้านร่วมกันอนุรักษ์ให้เป็นที่สาธารณะประโยชน์ ที่ชาวบ้านทั้งตำบลบ้านดง ได้เข้ามาหาของป่าร่วมกัน และยืนยันว่าไม่เคยเข้าร่วมการทำประชาคม เพื่ออนุญาตให้ใช้ประโยชน์จากที่ดินผืนนี้ แต่กลับมีชื่อระบุว่า เข้าร่วมประชุม ซึ่งการออกมาโต้แย้งของชาวบ้านครั้งนี้ เพียงต้องการอนุรักษ์ป่าไว้เท่านั้น
สำนักงานสิ่งแวดล้อมภาค 10 มองว่า ป่าผืนนี้ผูกพันกับวิถีชาวบ้านที่ต้องพึ่งพาธรรมชาติ ถือเป็นซุปเปอร์มาร์เก็ตอย่างดีของชาวบ้านละแวกนั้น แต่หากเกิดการเปลี่ยนแปลงการใช้ที่ดิน เกิดการใช้น้ำที่มากขึ้น จะส่งผลกับวิถีชีชีวิตชาวบ้าน ที่เคยพึ่งพาเกษตร แต่เปลี่ยนไปเพราะมีโรงงานเข้ามาแทนที่ รวมทั้งปัญหาการใช้น้ำในช่วงฤดูแล้งด้วย

เหล่านี้คือสภาพปัญหาที่เกิดขึ้น ที่หลายคนจับตามอง เมื่อรัฐได้อนุญาตให้กลุ่มทุน ใช้ประโยชน์จากที่ดิน ที่ชาวบ้านได้อนุรักษ์หวงแหนเอาไว้อย่างง่ายดาย ในขณะที่อีกฟากหนึ่ง รัฐกลับรุกไล่ชาวบ้านที่เข้าไปทำกินในป่า และจับฟ้องร้องขังคุกโดยไม่ปราณี ภาพสะท้อนของการพัฒนาที่ไม่เท่าเทียมแบบนี้ ยังเกิดขึ้นให้เห็น และสังคมกำลังจับตามองการแก้ไขปัญหาของรัฐในครั้งนี้

ข่าวล่าสุด