"พ่อแม่น้ำมนต์" แจงแต่งเอาลูกเขย4ครั้ง-เงินบาทเดียวก็ไม่ได้

เช้าวันนี้พ่อและแม่ "น้ำมนต์"เดินทางไปพบตำรวจกองปราบเพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจ พร้อมระบุไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการแต่งงานของลูกสาว และไม่เคยให้เงินค่าสินสอด
ข่าว
นายบุญเลี้ยง บัวใหญ่ อายุ 72 บิดาของ น.ส.จริยาภรณ์ บัวใหญ่ หรือน้ำมนต์ เปิดเผยว่า ที่ผ่านมาไม่เคยได้รับผลประโยชน์จากการแต่งงานของลูกสาวแม้แต่บาทเดียว ซึ่งเมื่อลูกแต่งงานเคยไปร่วมงานของลูกสาว 4 ครั้ง โดยลูกสาวเป็นคนออกเงินค่าเดินทางทั้งไปและกลับให้ โดยงานแต่งงานแต่ละครั้งเห็นว่าทำไปโดยถูกต้องตามประเพณี มีฝ่ายเจ้าบ่าวมาทำเรื่องสู่ขอ จึงไม่รู้สึกผิดปกติใดๆ ส่วนเรื่องที่ลูกสาวแต่งงานหลายครั้ง ยอมรับว่าเคยสอบถามเรื่องนี้กับลูก แต่ลูกสาวก็มักจะอ้างว่า ได้เลิกรากับแฟนเก่า แล้วมาคบกับคนใหม่ ซึ่งเห็นว่าลูกสาวมีอายุเยอะแล้ว เรื่องความรักเป็นเรื่องส่วนตัว อีกทั้งไม่ได้มีลูกสาวเพียงคนเดียว จึงไม่ได้ขัดข้อง
เนื่องจากครอบครัว ประกอบอาชีพหาเช้ากินค่ำ และไม่เคยกำหนดเงินค่าสินสอดใดๆ ส่วนเงินค่าสินสอดที่ฝ่ายชายนำมาหมั้นหมาย ได้คืนให้ลูกสาวไปทำทุนทั้งหมด นอกจากนี้งานแต่ละครั้ง ก็ไม่ได้พาญาติคนอื่นไปด้วย เพราะมีปัญหาทางด้านการเงิน ส่วนเรื่องประเด็นที่ลูกสาวเปลี่ยนไปใช้ชื่อของ นางสาวสร้อยเพชร ขอปฏิเสธว่าไม่ทราบในรายละเอียด และยังไม่อยากขอพูดถึงเรื่องนี้ ทั้งนี้ ส่วนที่เดินทางมาพบเจ้าหน้าที่ตำรวจกองปราบปรารม ในวันนี้ ก็เพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจว่า ไม่ได้รู้เห็นหรือตั้งใจหลอกลวงผู้เสียหายแต่อย่างใด
"เงินทองเขาให้กันวันไหน พ่อก็ไม่เคยรู้ เมื่อจัดงานแล้ว พ่อก็ไม่เคยยุ่งเกี่ยวอะไรด้วย แต่เท่ารู้คือเขาเอาเงินไปลงทุนค้าขายผลไม้กัน ยืนยันว่าไม่เคยเรียกสินสอดใดๆ ทุกอย่างเขาจัดการกันเอง พ่อก็อยู่ไกล แค่วันจัดงานแต่งงาน ก็มาร่วมพิธีการ พ่อก็มานั่งอยู่ด้วย แต่เวลามีข่าวออกไป ก็เหมือนพ่อถูกด่าฟรี ถูกด่าทั้งตระกูลว่าโกงเขา มันก็น่าเกลียด พ่อจึงอยากแสดงความบริสุทธิ์ใจ เข้ามาพบตำรวจ ว่าไม่ได้รู้เห็นเกี่ยวกับเงินสินสอด เขาจะให้กันยังไงเพราะเสน่หาหรือไม่ก็ไม่รู้" นายบุญเลี้ยง กล่าว
"ตาสีตาสาหาเช้ากินค่ำ ทำสวนผักขายเล็กๆ น้อยๆ ไม่รู้เรื่องอะไรด้วยเลย เรื่องเงินทองนี่ตรวจสอบได้เลย ตนยินดีให้ข้อมูลทุกอย่าง ที่ผ่านมา ตนได้ร่วมงานแต่งงานของบุตรสาว 4 ครั้งเท่านั้น ก่อนจะไปร่วมงานก็ไม่ใช่ไปส่งเดช พ่อแม่ของฝ่ายชายเขามาหาถึงบ้าน ญาติเขาก็มาอย่างนี้ เขาก็นัดหมายจัดงานกัน เรื่องการเตรียมงานต่างๆ เขาก็จัดกันเอง พ่อไม่ได้ยุ่งเกี่ยวกับพวกเขา ตนจำไม่ได้ว่าผู้ชายที่เคยมาสู่ขอบุตรสาวมีใครบ้าง แค่ไปร่วมงานแล้วก็กลับ" นายบุญเลี้ยงกล่าวอีก
ทางด้าน พ.ต.อ.สุวัฒน์ เปิดเผยว่า วันนี้ทั้งสองไม่ได้เดินทางเข้ามาตามหมายเรียก แต่เป็นความสมัครใจที่ต้องการเข้ามาแสดงความบริสุทธิ์ของตนเอง โดยทางกองปราบปรามฯ จะทำการสอบปากคำไว้ และจะส่งข้อมูลการสอบปากคำไปให้พนักงานสอบสวนที่ต้องสอบปากคำพ่อและแม่ของน้ำมนต์ต่อไป ส่วนเรื่องที่เมื่อวานนี้ (10 ก.ย.) ทนายสงกานต์ ได้นำผู้เสียหายมาร้องทุกข์เพิ่มเติม โดยเฉพาะประเด็นเรื่องการวิ่งเต้นฝากเข้าทำงาน เรื่องดังกล่าวปัจจุบันหลุดพ้นอำนาจของพนักงานสอบสวนไปแล้ว และอยู่ในการพิจารณาคดีของชั้นศาล จึงไม่สามารถนำมาดำเนินคดีได้อีก ส่วนประเด็นเรื่องที่น้ำมนต์ มีการปลอมใช้ชื่อของนางสาวสร้อยเพชร เรื่องดังกล่าวก็กำลังอยู่ในระหว่างการพิสูจน์ข้อเท็จจริง ว่านางสาวสร้อยเพชร มีส่วนรู้เห็นกับพฤติกรรมกระทำผิดด้วยหรือไม่ ทั้งนี้ การกระทำของผู้ต้องหายังอยู่ในฐานความผิดเดิม คือฐานฉ้อโกง ยังไม่มีเหตุให้ต้องพิจารณาเปลี่ยนแปลงฐานความผิดอื่นแต่อย่างใด