ขณะที่ในบ้านพบตู้เซฟภายในมีเงินสด 2 ล้านบาท และสมุดบัญชีธนาคารที่ปรากฏชื่อนายสุรเชษฐ์ โฮเต็น ตรวจสอบพบว่ามีอาชีพขี่รถจยย.รับจ้างย่านสุขุมวิท ในบัญชีดังกล่าวมีเงินหมุนเวียน 60 กว่าล้านโดยการจับกุมดังกล่าวสืบเนื่องจากตำรวจภ.1 สามารถจับกุมกลุ่มขนยาได้ 1ล้านเม็ด เมื่อปี 2559 จึงขยายผลกระทั่งทราบว่านายเอกอ้วนเป็นผู้สั่งการ โดยใช้ซิมโทรศัพท์ที่ให้คนต่าวชาติจากประเทศเพื่อนบ้านมาลงทะเบียนซิม ก่อนนำมาใช้โทรสั่งการซื้อและลำเลียงยาเสพติด ทำให้ยากต่อการติดตามตัว เนื่องจากหลังสั่งการเสร็จก็จะทำลายซิมทิ้ง
ทั้งนี้นายเอกอ้วนเคยถูกจับดำเนินคดีเกี่ยวกับคดียาเสพติด เมื่อปี 2547 ก่อนจะหลุดคดีในชั้นฎีกาเมื่อปี2555 โดยหลังออกมายังคงค้าและขนส่งยาอย่างต่อเนื่อง
พลตำรวจโทสมหมาย ระบุว่า การจับกุมดังกล่าวเป็นการขยายผลจับยาบ้า 1ล้านเม็ด และไอซ์ 400 กก. กระทั่งทราบว่านายเอกอ้วนเป็นคนสั่งการซื้อยา โดยรับยามาจากภาคเหนือ ส่งไปยังภาคใต้ ขณะที่ยาอีกส่วนหนึ่งจะถูกนำมากระจายในพื้นที่กรุลเทพและปริมณฑล เบื้องต้นผู้ต้องหาปฏิเสธ แต่ตำรวจไม่กลัว เนื่องจากมั่นใจในพยานหลักฐาน
นอกจากนี้การปฏิบัติการดังกล่าว ยังขยายผลไปยังเครือข่ายนายเอกอ้วน รวม 43 จุด แบ่งเป็นพื้นที่กรุงเทพ 14 จุด/ ภาค1 20จุด /ภาค3 /4 และภาค4 อีก 5 จุด