เมื่อวันที่ 11 กันยายน 2560 ที่สถานีตำรวจ สภ.โคกกลอย อ.ตะกั่วทุ่ง จ.พังงา ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ กองพิสูจน์หลักฐานจังหวัดพังงา(สำนักงานพิสูจน์หลักฐานตำรวจ) ได้เข้าเก็บหลักฐานDNAผู้ต้องหาทั้ง 3 ราย นายวรชิต คงบุตร (อีฉา) นายบุญพจน์ นนทรีย์ (อาหลี) และนายชาติชาย ศรีรัตน์ (เล็ก) ที่ถูกคุมขังไว้ที่ สภ.โคกกลอย ตั้งแต่วันเสาร์ที่ผ่านมา ก่อนทาง พ.ต.ท.กิตติภูมิ ณ ถลาง พนักงานสอบสวน สภ.โคกกลอย จะนำตัวผู้ต้องหาทั้ง 3 รายไปฝากขังที่ศาลจังหวัดพังงา หลังจากเมื่อวานนี้ทางพนักงานสอบสวนได้ปากคำ3ผู้ต้องหาเสร็จสิ้นแล้ว ซึ่งบรรยากาศที่สถานีตำรวจ สภ.โคกกลอย ได้มีญาติของผู้ถูกกล่าวหามาคอยให้กำลังใจ โดยทางญาติๆได้เตรียมหาหลักทรัพย์ในการประกันตัวผู้ต้องหาต่อไป
ส่วนที่ ศาลจังหวัดพังงา ทางเจ้าหน้าที่นำผู้ต้องหาจำนวน 3 คน นายวรชิต คงบุตร (อีฉา) นายบุญพจน์ นนทรีย์ (อาหลี) และนายชาติชาย ศรีรัตน์ (เล็ก) เข้าฝากขังที่ศาลจังหวัดพังงา พร้อมขอประกันตัวชั้นศาล ขณะที่เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่นำผู้ต้องหา จำนวน 5 คน คือ 1.นายธวัชชัย เถากู 2.นายสุชีพ สุเมนทร์ (หวาเดช) 3.นายเฉลิม สามิน (หวาบำ) 4.นายกีรติ สุเมนร์ (บังหมาด) 5.นายนัฐวุฒิ บุตรน้อย (กาหริม) มายื่นฝากขัง และศาลได้อนุญาตประกันตัวไปแล้ว จำนวน 2 คน คือนายสุชีพ สุเมนร์ และนายเฉลิม สามิน อีก 3 คนที่เหลือ ในวันนี้ทางทนายความอาสาชาวบ้าน ได้นำหลักทรัพย์เข้าประกันตัวเพิ่มจำนวน 2 คน คือนายกีรติ สุเมนร์ และนายนัฐวุฒิ บุตรน้อย
ส่วนอีก 1 คน คือ นายธวัชชัย เถากู หลักทรัพย์ไม่เพียงพอ ทำให้ทางทนายความอาสาชาวบ้านต้องยื่นเอกสารขอรับความช่วยเหลือจากกองทุนยุติธรรม โดยทางกรรมการยุติธรรมจังหวัดต้องพิจารณาความเห็นชอบอีกครั้งหนึ่ง ขณะที่ทางทนายความอาสาชาวบ้าน ได้ออกมาแจ้งขอให้คู่กรณีทั้ง 2 ฝ่าย ยุติการให้ข่าวเนื่องจากเกรงจะเข้าข่ายหมิ่นประมาทซึ่งกันและกันและจะเป็นคดีความยืดยาว ด้านผู้นำท้องถิ่นเผยหลักทรัพย์ได้จากการช่วยเหลือของคนในชุมชนและคนนอกชุมชนเข้าช่วยเหลือเอื้ออาทรลักษณะหลักทรัพย์สามัคคี
นายสรรเพชร ทิพย์มณเทียร ทนายความอาสาชาวบ้าน กล่าวว่า ทางญาติๆและเพื่อนบ้านในเกาะแรด ได้รวบรวมหลักทรัพย์กัน จนได้หลักทรัพย์เพียงพอแค่จำนวนผู้ต้องหาจำนวน 2 คน ส่วนอีกคนทางทนายเตรียมประสานขอรับความช่วยเหลือจากทางกองทุนยุติธรรม ที่มีเป้าหมายช่วยเหลือผู้ที่ต้องคดีอาญาหรือตกเป็นเหยื่อของคดีอาญา
และในปัจจุบันทางชาวบ้านได้เกิดความวิตกกังวลในเรื่องที่มีสถานีโทรทัศน์ช่องหนึ่ง ที่นำเสนอข่าวว่าในพื้นที่เกาะแรดเคยมีคดีรุมโทรมเมื่อ 30 ปี ที่ผ่านมา จึงขอแก้ข่าวว่าไม่เป็นความจริงตามที่เสนอข่าวจากโทรทัศน์ช่องดังกล่าวไป ซึ่งได้สอบถามบุคคลในพื้นที่ครบถ้วนแล้วแต่ไม่มีใครทราบแต่อย่างใด โดยผู้ให้ข่าวเป็นทางญาติของคู่กรณี ซึ่งไม่เข้าใจว่าทำไมถึงต้อง "โยนไฟ" ให้ชาวบ้านในหมู่บ้าน ยิ่งทำให้หมู่บ้านเกาะแรดถูกมองไม่ดีไปอีก ซึ่งต่อไปต้องให้ชาวบ้านอยู่นิ่งๆไม่จำเป็นต้องให้ข่าวชาวบ้านเพียงต้องการให้ตนเองไม่ให้เป็นคนผิด หมู่บ้านไม่เสื่อมเสีย
ด้านนายยุทธนากร จ๋วนเจนกิจ กำนันตำบลหล่อยูง กล่าวว่า เป็นปรากฏการณ์ที่เห็นได้ไม่บ่อยนักกับ การรวบรวมหลักทรัพย์ประกันตัว ในกรณีนี้พบว่า มีการรวบรวมหลักทรัพย์ของคนในหมู่บ้านและนอกหมู่บ้าน เห็นได้ว่าการรวบรวมหลักทรัพย์เป็นธนบัตรใบละยี่สิบ มีการประเมินที่ดินของเพื่อนบ้าน คนในหมู่บ้านทั้งที่ผู้ต้องหาไม่ใช่ญาติของตนเองแต่ก็ช่วยกัน ร่วมมือกัน นับว่าเป็นโอกาสดีในการนำความสามัคคีเกิดขึ้นในหมู่บ้าน