เนชั่นทีวี

ข่าว

‘น้ำมนต์’รับฉ้อโกง หลอกชายแต่งงาน 7 ราย

08 ก.ย. 2560 | Ekkapon

‘น้ำมนต์’รับฉ้อโกง หลอกชายแต่งงาน 7 ราย

ผบช.ก.แถลงรวบ"น้ำมนต์"สาวเเสบหลอกชายเเต่งงานขณะกบดานกับสามีใหม่-เจ้าตัวรับสารภาพฉ้อโกงอ้าง!!เเต่งงานเพียง 7 คน ปฏิเสธหอบสินสอดหนี

จากกรณี ทนายสงกานต์ อัจฉริยะทรัพย์ ประธานเครือข่ายต่อต้านการบ่อนทําลายชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ได้พาผู้เสียหายหนุ่มๆ 13 ราย เข้าพบ พ.ต.อ.สุวัฒน์ แสงนุ่ม รอง ผบก.ป.เพื่อแจ้งความจับ น.ส.จริยาภรณ์ บัวใหญ่ อายุ 32 ปี ชาว จ.เลย หรือที่เรียกกันว่า "น้องภรณ์" หลังจากทั้งหมดถูกหลอกให้มีเพศสัมพันธ์แล้วจัดฉากแต่งงาน ก่อนจะเชิดเงินทั้งค่้าสินสอดและค่าชักชวนร่วมธุรกิจไปรวมหลายแสนบาท 
ต่อมา พ.ต.อ.จิรภพ ภูริเดช รอง ผบก.ป. พ.ต.อ.ธงชัย อยู่เกษ ผกก.1 บก.ป. พ.ต.ต.ก่อเกียรติ วุฒิจำนง สว.กก.1บก.ป. พร้อมด้วย ชุดสืบสวน กก.1 บก.ป. ได้จับกุมตัว น.ส.จริยาภรณ์ ได้นายกิตติศักดิ์ ตันติวัฒน์กุล อายุ 33 ปี สามีคนปัจจุบัน โดยจับกุมได้ถนนตลาดเก้าแสน แยกกระทุ่มแบน ต.อ้อมน้อย อ.กระทุ่มแบน จ.สมุทรสาคร ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

‘น้ำมนต์’รับฉ้อโกง หลอกชายแต่งงาน 7 ราย


ความคืบหน้ากรณีดังกล่าว เมื่อเวลา 11.00 น.วันที่ 8 กันยายน ที่กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) พล.ต.ท.ฐิติราช หนองหารพิทักษ์ ผบช.ก. พล.ต.ต.สุทิน ทรัพย์พ่วง ผบก.ป. พ.ต.อ.ชาคริต สวัสดี พ.ต.อ.สุวัฒน์ แสงนุ่ม รองผบก.ป. พ.ต.อ.ธงชัย อยู่เกษ ผกก.1 บก.ป.พร้อมด้วยคณะพนักงานสอบสวน บก.ป. 
โดยได้คุมตัว น.ส.จริยาภรณ์ บัวใหญ่ หรือภรณ์ หรือน้ำมนต์ อายุ 32 ปี ชาว จ.เลย ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดจันทบุรี ที่ 190/2559 ลงวันที่ 8 กรกฎาคม 2559 ข้อหาร่วมกันฉ้อโกง และนายกิตติศักดิ์ ตันติวัฒน์กุล อายุ 33 ปี สามีคนปัจจุบัน ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดธัญบุรี 274/2559 ลงวันที่ 19 มีนาคม ในฐานความผิดฉ้อโกง มาทำการสอบปากคำ ซึ่งทั้งคู่อยู่ในสภาพอิดโรยและมีสีหน้าเคร่งเครียดก้มหน้าก้มตาหลบสื่อมวลชนที่มาเฝ้าทำข่าวโดย นายกิตติศักดิ์ ใช้ผ้าคลุมหน้าตลอดเวลา

‘น้ำมนต์’รับฉ้อโกง หลอกชายแต่งงาน 7 ราย


ภายหลังการสอบปากคำนานกว่า 1 ชม.30นาที พล.ต.ท.ฐิติราช ได้กล่าวว่า สาเหตุที่ตนต้องลงมากำกับคดีดังกล่าวด้วยตนเองเนื่องจาก มีผู้เสียหายเป็นจำนวนมากและกระจายอยู่ในพื้นที่ต่างๆ อาทิภาคตะวันออก เบื้องต้นจากการตรวจสอบมีผู้เสียหายจำนวน 14 ราย และคาดว่าจะมีเพิ่มอีก อีกทั้งยังเป็นคดีที่ประชาชนในความสนใจ และอยากให้เกิดความเข็ดหลาบ คดีดังกล่าวมีข้อมูลข้อเท็จจริงพยานหลักฐานเป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่กองปราบปราม ที่จะต้องสร้างความชัดเจน ขณะนี้มีมูลค่าความเสียหายจากการหลอกลวงกว่า 3 ล้านบาท

‘น้ำมนต์’รับฉ้อโกง หลอกชายแต่งงาน 7 ราย


ผบช.ก.กล่าวต่อว่า คดีดังกล่าวเข้าข่ายเป็นคดีสารพัดโกงอีกด้วย อย่างไรก็ตาม กรณีที่เกิดขึ้นจะพิจารณาแจ้งข้อหาฉ้อโกงเป็นปกติธุระ ซึ่งนำไปสู่มูลฐานความผิดเพื่อนำไปสู่การยึดทรัพย์ได้ สำหรับพ่อแม่ของน.ส.จริยาภรณ์ ที่หลบหนีอยู่ในขณะนี้นั้น ก็ต้องทำการตรวจสอบข้อเท็จจริงว่าพ่อแม่มีส่วนรู้เห็นหรือไม่ หรือ น.ส.จริยาภรณ์ ไม่หลอกลวงพ่อแม่ ว่าอย่างไร 
ส่วนกรณี น.ส.สร้อยเพ็ชร พาลีวัลย์ อายุ 27 ปี ชาว จ.เลย ที่ถูก น.ส.จริยาภรณ์ นำบัตรประชาชนมาเป็นบัญชีธนาคารในการหลอกลวงนั้น น.ส.สร้อยเพ็ชร ถือว่าไม่มีความผิดเพราะเป็นการเปิดบัญชีม้า ซึ่ง น.ส.สร้อยเพ็ชร ไม่มีส่วนรู้เห็น

‘น้ำมนต์’รับฉ้อโกง หลอกชายแต่งงาน 7 ราย


ขณะที่ น.ส.จริยาภรณ์ เปิดเผยด้วยน้ำเสียงสั่นเครือว่า ที่บอกว่าตนหลวงลวงผู้ชายมากมาย ประเด็นคือว่าตนประกอบอาชีพเกี่ยวกับการค้าขายผลไม้จริง มีการคบหากับแต่ละคน โดยคนที่แต่งงานด้วยนั้นก็มีการศึกษาดูใจและไปมาหาสู่พูดคุยกัน แต่ละคนมีระยะเวลาที่พูดคุยกันอยู่ ไม่ได้มีเจตนาที่จะล่อลวง หรือมีเจตนาที่จะหลอกลวงใครให้มาแต่งงาน 
ที่ผ่านมาตนทำคนเดียว พ่อแม่ตนไม่เกี่ยวข้องรับรู้เพียงว่าสาเหตุที่แต่งงานใหม่ เพราะได้เลิกรากับคนเก่าไป ซึ่งการแต่งงานแต่ละครั้งตนได้คบหาดูใจ และได้เลิกรากัน ถึงแต่งงานใหม่ ในส่วนของรถกะบะไม่ได้ขโมยแต่อดีตสามีเอามาให้ที่จังหวัดระยองเพื่อทำธุรกิจผลไม้ร่วมกัน ทั้งนี้อยากขอโทษกับเรื่องราวที่เกิดขึ้น

‘น้ำมนต์’รับฉ้อโกง หลอกชายแต่งงาน 7 ราย


ทั้งนี้คนที่ตนได้แต่งงานด้วยมีเพียงแค่ 7 คนเท่านั้น ไม่ได้มีมากมายอย่างที่โดนกล่าวหา เนื่องจากคนอื่นๆไม่ได้ถูกหลอกแต่ง แค่ฉ้อโกงในเรื่องธุรกิจที่ทำร่วมกันเท่านั้น เพราะทุกคนยินยอมจะให้เงินกับตน เพื่อทำธุรกิจค้าขายผลไม้ร่วมกัน 
ทั้งนี้ผู้สื่อข่าวได้ถามว่าแล้วผู้ชาย 7 คน ที่คุณบอกว่าหลอกลวงเขานั้น คุณเคยรักใครสักคนในจำนวนนี้บ้างหรือไม่" ส่งผลให้ น.ส.น้ำมนต์ ถึงกับพูดไม่ออกและมีอาการสะอึกสะอื้น ก่อนที่จะเงียบไป

‘น้ำมนต์’รับฉ้อโกง หลอกชายแต่งงาน 7 ราย


ขณะที่นายกิตติศักดิ์ กล่าวว่า ผมเป็นแค่สามีใหม่ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องหรือรู้เห็นอะไรเลย แค่ตกกระไดพลอยโจนมาด้วยเท่านั้น ต้องมารับข้อหาไปด้วย ผมคงเป็นอีก 1 ในผู้ชายที่คงโดนเขาหลอกเหมือนกันเพราะน้ำมนต์ก็บอกกับตนเช่นกันว่าท้องจึงยอมอยู่กินจะแต่งงานด้วย ทั้งนี้ไม่รู้เรื่องใดๆทั้งสิ้น ไม่ทราบว่าน้ำมนต์มีพฤติกรรมหลอกลวงเช่นนี้ 
เพราะทุกครั้งที่น.ส.น้ำมนต์ ออกไปจะอ้างว่าไปทำงาน ทั้งนี้ที่อยู่กินกับน้ำมนต์ด้วยเหตุจำเป็นผลพวงมาจากคดีที่ร่วมสร้างด้วยกันมา ยืนยันว่าไม่เกี่ยวข้องตนพึ่งรู้ว่าภรรยาของตนไปแต่งงานซ้อนกับชายอื่น เพิ่งมารู้เพราะข่าวออกมาตอนปลายเดือนสิงหาคม และก่อนหน้านี้น้ำมนต์โทรมาหาบอกว่าจะเข้ามอบตัว

‘น้ำมนต์’รับฉ้อโกง หลอกชายแต่งงาน 7 ราย

มีรายงานว่าสำหรับการจับกุม น.ส.จริยาภรณ์ ชุดสืบสวนกองปราบปรามพบความเคลื่อนไหว ว่าหลังก่อเหตุได้มาอาศัยอยู่กับ นายกิตติศักดิ์ ตันติวัฒน์กุล อายุ 33 ปี สามีคนปัจจุบัน จึงได้ทำการลงพื้นที่กระทั่งจับกุมได้ที่ถนนตลาดเก้าแสน แยกกระทุ่มแบน ต.อ้อมน้อย อ.กระทุ่มแบน จ.สมุทรสาคร พร้อมของกลาง แอร์ 1 เครื่องที่ตรวจยึดได้ที่้บ้านของน.ส.น้ำมนต์ย่านจ.ปทุมธานี 
นอกจากนี้ได้ขยายผลจับกุม นายกิตติศักดิ์ ได้ที่โรงแรมไลค์อินน์ ถนนพุทธมณฑล สาย 4 ต.กระทุ่มล้ม อ.สามพราน จ.นครปฐม ขณะร่วมหลับนอนกับผู้หญิงคนอื่น โดยอายัดรถยนต์ยี่ห้อนิสสัน สีขาว ทะเบียน 4 กจ 4319 กรุงเทพมหานคร และรถกระบะยี่ห้อโตโยต้า วีโก้ สีดำ ทะเบียน 1 ฒถ 1219 ระยอง ไว้ตรวจสอบ ก่อนควบคุมตัวทั้งสองมาสอบสวนดำเนินคดีที่ บก.ป.

‘น้ำมนต์’รับฉ้อโกง หลอกชายแต่งงาน 7 ราย


ทั้งนี้จากการตรวจสอบประวัติพบว่าน.ส.จริยาภรณ์ มีหมายจับติดตัวอยู่อีก 5 หมาย ประกอบด้วย ศาลจังหวัดธัญบุรี 274/2559 ลงวันที่ 19 มีนาคม 2559 ในฐานความผิดฉ้อโกง หมายจับศาลจังหวัดจันทบุรี ที่ 190/2559 ลงวันที่ 8 กรกฎาคม 2559 ข้อหาร่วมกันฉ้อโกง , ศาลจังหวัดชุมพร ที่ จ.144/2559 ลงวันที่ 16 สิงหาคม 2559 ข้อหาฉ้อโกง , ศาลจังหวัดระยอง ที่ 417/2560 ลงวันที่ 5 กันยายน 2560 ข้อหายักยอกทรัพย์ และศาลจังหวัดเลย หลังจากหนีประกันในชั้นศาลในคดีฉ้อโกงและปลอมแปลงเอกสารราชการ 
ทั้งนี้จากการสอบสวนพบว่าน.ส.น้ำมนต์เริ่มหลอกลวงผู้ชายให้แต่งงานตั้งแต่ปี 54 ถึงปีนี้ นับเป็นเวลา 6 ปี มีผู้ชายตกเป็นเหยื่อ 13 คน
สำหรับนายกิตติศักดิ์สามีปัจจุบันนั้นพบว่ามีหมายจับติดตัวตามหมายจับศาลจังหวัดจันทบุรี ที่ 190/2559 ลงวันที่ 8 กรกฎาคม 2559 ข้อหาร่วมกันฉ้อโกง หลังร่วมกับน.ส.จริยาภรณ์ฉ้อโกงแผงทุเรียน ที่อำเภอท่าใหม่ จังหวัดจันทบุรี 
โดยจากการสอบปากคำนายกิตติศักดิ์ให้การว่า เดิมทีก็ถูกน.ส.น้ำมนต์หลอกให้แต่งงานเช่นกัน โดยอ้างว่าท้องและแท้ง มีการเรียกสินสอดจำนวน 1 แสนบาท แต่ตนมีเพียง 5 หมื่นบาท จึงได้ทยอยจ่ายเงินที่เหลือ ก่อนตกลงอยู่กินด้วยกันและทำหน้าที่ขับรถให้น.ส.น้ำมนต์

‘น้ำมนต์’รับฉ้อโกง หลอกชายแต่งงาน 7 ราย


เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อกล่าวก่อนคุมตัวน.ส.จริยาภรณ์ ส่งให้พนักงานสอบสวน สภ.ประตูน้ำจุฬาลงกรณ์ จ.ปทุมธานี รับไว้ดำเนินคดี ในส่วนของนายกิตติศักดิ์ เจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.ท่าใหม่ จ.จันทบุรี รับไว้ดำเนินคดีต่อไป
ด้าน นายไพรัตน์ พึ่งสุข อายุ 28 ปี ชาว จ.เพชรบูรณ์ หนึ่งในผู้เสียหาย เปิดเผยว่า ตนเป็นเจ้าของรถยนต์ยี่ห้อโตโยต้า วีโก้ สีดำ ทะเบียน 1ฒถ 1219 ซึ่งเป็นของกลางที่สามารถยึดได้ขณะจับกุม น.ส.จริยาภรณ์ ในส่วนของรถตนได้แจ้งความไว้แล้วที่ สภ.เมืองระยอง นอกจากโดนขโมยรถแล้วตนยังโดนหลอกให้จ่ายเงินสดจำนวน 180,000 บาท 
สำหรับการกระทำดังกล่าวของ น.ส.จริยาภรณ์ ตนเสียความรู้สึกมาก ที่มาหลอกให้แต่งงาน แต่ยังทำให้เป็นหนี้สินทำทีมาพูดจาดีว่าให้ไปทำธุรกิจด้วยจะสร้างอนาคตด้วยกัน ตนยืนยันว่าจะดำเนินคดีกับ น.ส.จริยาภรณ์ ให้ถึงที่สุด

ข่าวล่าสุด