พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวกรณีที่พรรคเพื่อไทยออกแถลงการณ์ ให้รัฐบาล และ คสช. หยุดแทรกแซงกระบวนการยุติธรรม โดยยืนยันว่า รัฐบาลไม่เคยแทรกแซงกระบวนการยุติธรรม ทุกอย่างเป็นเรื่องของกฎหมาย เป็นไปตามกระบวนการของเจ้าหน้าที่และหลักฐานที่ปรากฏ แต่ไม่ทราบว่าการออกแถลงการณ์ดังกล่าวจะหวังผลทางการเมือง ให้นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ได้ลี้ภัยหรือไม่ รวมถึงไม่แทรกแซงคดีฟอกเงินจากการทุจริตอนุมัติเงินกู้ของ นายพานทองแท้ ชินวัตร บุตรชาย นายทักษิณชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี อย่างแน่นอน โดยเป็นเรื่องของกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือดีเอสไอ
ส่วนความคืบหน้าการตรวจสอบกล้องวงจรปิด เส้นทางการหลบหนีของ นางสาวยิ่งลักษณ์ พบว่า มีความก้าวหน้าอย่างมาก แต่ภาพวงจรปิดจับได้ ไม่ถึงสุดด่านชายแดน สิ้นสุดเพียงแค่ด่านทหารสระแก้ว เพราะไม่ปรากฏขบวนรถที่ใช้หลบหนีบริเวณด่านเข้าออก ดังนั้นก็ต้องนำคนขับรถมาสอบสวนต่อไป และทราบว่าใช้รถเก๋งในการหลบหนี อย่างไรก็ตามในเส้นทางดังกล่าวก็ยังมีเส้นทางอื่นที่ใช้หลบหนีได้ ซึ่งขณะนี้กำลังเร่งตรวจ
ทั้งนี้ เมื่อถามว่าในฐานะที่เคยอยู่พื้นที่ชายแดนดังกล่าวมาก่อน มีช่องทางไหนที่สามารถออกได้อีก พลเอก ประวิตร บอกว่า รอให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเพิ่ม เพราะมีทางที่รถไปได้อีก
พลเอก ประวิตร ยังเล่าถึงบรรยากาศการประชุมคณะรัฐมนตรีร่วมไทย-กัมพูชาที่ผ่านมา ว่า บรรยากาศการหารือเป็นไปด้วยดี มีการหารืออย่างครอบคลุมทั้งเรื่องเศรษฐกิจ ปัญหายาเสพติด และการปักปันเขตแดน ซึ่งหากจุดใดที่ยังปักปันเขตแดนไม่แล้วเสร็จ ก็ไม่สามารถเปิดจุดผ่านแดนเพิ่มเติมได้ หากจุดใดที่ดำเนินการเสร็จแล้ว ก็ดำเนินการได้ทันที ที่ผ่านสามารถปักปันได้แล้ว 73 หลักเขต ยังเหลืออีก 5 หลักเขต พร้อมปฏิเสธ ว่าไม่มีการหารือนอกรอบกับ พลเอกเตีย บันห์ และไม่ได้หารือเรื่องเขาพระวิหาร