วันที่ 7 ก.ย.2560 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในสื่อสังคมออนไลน์มีผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ "อัษฎาวุธ ทองกลาง" ได้โพสต์ภาพชาย 2 คน พร้อมข้อความเตือนภัยว่า "เตือนพี่น้องชาว ต.บริบูรณ์ อ.สีมพู จ.ขอนแก่น ระวังโจรปล้นฆ่า หนีการจับกุมของเจ้าหน้าที่ตำรวจ พบเห็นช่วยแจ้งเบาะแสกับเจ้าหน้าที่ทันที" โดยมีภาพประกอบ เป็นภาพชายที่ถูกระบุว่าเป็นคนร้าย จำนวน 2 ภาพ ภาพแรกเป็นชายสวมเสื้อยืดสีดำ ไว้หนวด และมีแว่นตาสีดำคาดอยู่บนศรีษะ ส่วนภาพที่ 2 เป็นภาพที่ถูกถ่ายจากทะเบียนราษฎร์ ระบุชื่อ นายวรรณชัย อยู่แก้ว อายุ 25 ปี อยู่บ้านเลขที่ 17 หมู่ 23 ต.นากอก อ.ศรีบุญเรือง จ.หนองบัวลำภูซึ่งมีถูกส่งต่อไปยังกลุ่มต่างๆ เป็นจำนวนมาก หลังภาพและข้อความดังกล่าวถูกแชร์ออกไปได้สร้างความหวาดกลัวต่อชาวบ้าน ที่ต่างหวาดระแวงว่าจะไม่ปลอดภัย และเรียกร้องให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเร่งติดตามจับกุมมาดำเนินคดีให้ได้โดยเร็วที่สุด ขณะที่หลายคนก็สงสัยว่าเป็นเรื่องจริงหรือไม่
ต่อกรณีนี้ ผู้สื่อข่าวได้ติดต่อไปยัง พ.ต.อ.กิตติรัชต์ น้อยโพนทอง ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรสีชมพู จ.ขอนแก่น โดยได้รับการยืนยันว่า ภาพและข้อความดังกล่าวที่มีการส่งต่อกันในเฟซบุ๊กเป็นเรื่องจริง แต่คนร้ายที่หลบหนีหมายจับของศาลจังหวัดหนองบัวลำภู คือ นายชัยยงค์ หรือ "อึ่ง" อยู่แก้ว อายุ 20 ปี อยู่บ้านเลขที่ 17 หมู่ 23 ต.นากอก อ.ศรีบุญเรือง จ.หนองบัวลำภู โดยเป็นพี่น้องกันกับนายวรรณชัย อยู่แก้ว ซึ่งเป็นคดีที่เกิดขึ้นในท้องที่ สภ.ศรีบุญเรือง จ.หนองบัวลำภู โดย สภ.ศรีชมพูได้รับการประสานความร่วมมือในการสืบหาเบาะแสคนร้าย ที่ได้หลบหนีเข้ามาในพื้นที่ หลังจากก่อเหตุชิงทรัพย์แล้วหลบหนีมากลบดานอยู่บริเวณลำน้ำพอง เขตรอยต่อของ 2 จังหวัด
ซึ่งขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังเร่งหาเบาะแส พร้อมกับประสานไปยังผู้นำชุมชนและชาวบ้านให้ช่วยกันเป็นหูเป็นตา หากพบชายต้องสงสัยให้รีบแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพื่อจับกุมและนำตัวส่งให้กับตำรวจ สภ.ศรีบุญเรืองไปดำเนินคดี ในเบื้องต้นได้รับรายงานว่า คนร้ายรายนี้ยังคงกลบดานและเทียวไปเทียวมาระหว่าง 2 อำเภอ ของ 2 จังหวัด คือ อ.ศรีบุญเรือง จ.หนองบัวลำภู กับ อ.สีชมพู จ.ขอนแก่น เพื่อหนีการจับกุม
ขณะที่ พ.ต.อ.กริช ปัตลา ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรศรีบุญเรือง จ.หนองบัวลำภู เปิดเผยว่า นายชัยยงค์ อยู่แก้ว ได้ก่อเหตุชิงทรัพย์เงินสด จำนวน 10,000 บาท จากหญิงสูงวัย ชาวบ้านริมพองพัฒนา ต.นากอก อ.ศรีบุญเรือง จ.หนองบัวลำภู เมื่อช่วงเย็นของวันที่ 12 ส.ค.ที่ผ่านมา ขณะที่เหยื่อกำลังทำงานอยู่ภายในสวนส้มโอ โดยเหยื่อได้ทำการต่อสู้ทำให้คนร้ายใช้อาวุธมีดที่พกมาฟันเข้าที่บริเวณแขน ก่อนที่คนร้ายจะชิงเงินสดทั้งหมดหลบหนีไป หลังก่อเหตุตำรวจได้กระจายกำลังกันออกติดตามตัวมาดำเนินคดี แต่คนร้ายไหวตัวทันและหลบไป
จากการสืบสวน พบว่า นายชัยยงค์ คนร้าย เคยถูกจับกุมในคดีอาญา ข้อหา "เป็นธุระจัดหา ล่อไป เพื่อการอนาจาร ซึ่งชายหรือหญิง" โดยก่อเหตุที่ จ.เลย เมื่อปี 2559 ซึ่งครั้งนั้นได้ถูกจับกุมและนำตัวส่งฟ้องต่อศาล ก่อนที่คนร้ายจะขอประกันตัวในชั้นศาล และไม่ได้เดินทางไปรายงานตัวต่อศาลตั้งแต่ครั้งนั้นเป็นต้นมา หลังก่อเหตุยังพบว่า เมื่อได้รับการประกันตัวคนร้ายรายนี้ได้ตระเวนก่อเหตุลักทรัพย์ตามสถานที่ต่างๆ มีนิสัยลักเล็กขโมยน้อย กระทั้งล่าสุดได้มาก่อเหตุชิงทรัพย์ในพื้นที่ อ.ศรีบุญเรือง ก่อนจะหลบหนีการจับกุมของเจ้าหน้าที่มากลบดานอยู่ในพื้นที่ อ.สีชมพู จ.ขอนแก่น โดยการหลบหนีคนร้ายจะย้ายที่กลบดานไปเรื่อยๆ ในลักษณะค่ำไหนอนนั้น ตามเขตรอยต่อของจังหวัด อาศัยอยู่ไม่เป็นหลักแหล่ง ซึ่งขณะนี้ตำรวจกำลังเร่งไล่ล่าติดตามตัวมาดำเนินคดี เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้ตั้งข้อหา ชิงทรัพย์ เป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายแก่กายหรือจิตใจ
อย่างไรก็ตาม ได้ประสานไปยังผู้นำชุมชน และประชาชน หากพบเห็นชายต้องสงสัยตามภาพ สามรถแจ้งเบาะแสไปยังเจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่ เพื่อติดตามจับกุมตัวมาดำเนินคดีต่อไป