ขณะเดียวกันสื่อเกาหลีใต้มีรายงานว่าเกาหลีเหนือมีการเคลี่อนไหวในการเคลื่อนย้ายขีปนาวุธข้ามทวีปไปยังฐานยิงจรวดทางชายฝั่งตะวันตกของประเทศ ส่วนกองทัพเรือเกาหลีใต้เริ่มซ้อมรบด้วยกระสุนจริง โดยที่กระทรวงกลาโหมเกาหลีใต้ระบุมีสัญญาณบ่งชี้ว่าเกาหลีเหนือมีความพร้อมที่จะยิงขีปนาวุธ ICBM ครั้งใหม่
นอกจากนี้ ท่ามกลางความตึงเครียดดาวโจนส์ดิ่งลงกว่า 250 จุดในช่วงเปิดตลาด ท่ามกลางความกังวลสงครามบนคาบสมุทรเกาหลีและปัญหา Government Shutdown ของสหรัฐ ขณะที่ราคาทองพุ่งสวนทางอย่างต่อเนื่องทะลุระดับ 1,344 ดอลลาร์ต่อออนซ์
1.นานาชาติยังไม่มอาจตกลงในมาตรการคว่ำบาตรใหม่ต่อเกาหลีเหนือได้ หลังจากที่การประชุมฉุกเฉินของ UNSC ตั้งแต่วันจันทร์ที่ผ่านมาไม่ได้ข้อสรุปที่ชัดเจน โดยมีควมเห็นที่แตกต่าง ท่ามกลางจีน-รัสเซียผนึกแรงคัดค้าน
ทั้งนี้ UNSC เสียงแตกในประเด็นมาตรการคว่ำบาตรครั้งใหม่ต่อเกาหลีเหนือ ขณะที่ทางฝั่งสหรัฐ ฝรั่งเศส อังกฤษ และญี่ปุ่นได้สนับสนุนให้มีมาตรการคว่ำบาตรรอบใหม่ รวมทั้งนิกกี ฮาลีย์ ทูตถาวรสหรัฐประจำสหประชาชาติ ยังคงเร่งรัดให้ UNSC ที่มีสมาชิก 15 ชาติบังคับใช้มาตรการคว่ำบาตรที่รุนแรงที่สุดต่อเกาหลีเหนือ เรียกร้องให้คณะมนตรีบังคับใช้มาตรการคว่ำบาตรที่รุนแรงที่สุดต่อเกาหลีเหนือ พร้อมระบุว่า มีเพียงมาตรการคว่ำบาตรที่รุนแรงที่สุดเท่านั้นที่จะช่วยให้แก้ไขปัญหาผ่านแนวทางทางการทูตได้ เพราะแม้จะมีความตั้งใจมากเพียงใดแต่ก็ยังไม่เป็นผล
ขณะที่รัสเซียแนะนำให้ใช้แนวทางทางการทูต โดยเรียกร้องให้ชุมชนนานาชาติไม่ใช้อารมณ์ แต่ดำเนินการด้วยแนวทางที่สงบและสมดุล เพื่อให้การแก้ปัญหาเป็นไปอย่างครอบคลุมจึงจะประสบผลสำเร็จ ซึ่งต้องใช้ช่องทางทางการเมืองและการทูตเท่านั้น
ท่าทีของรัสเซียดังกล่าวสอดคล้องกับรัฐบาลจีน ซึ่งตรงข้ามกับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่ยังคงเตือนว่าสหรัฐต้องการยกระดับการคว่ำบาตร พร้อมขู่ตัดสัมพันธ์การค้ากับชาติใดๆ ที่ให้ความช่วยเหลือเกาหลีเหนือ โดยผู้นำสหรัฐยังได้ให้คำมั่นว่าจะลดข้อจำกัดในการเสริมเขี้ยวเล็บด้านขีปนาวุธให้กับเกาหลีใต้เพื่อรับมือกับภัยคุกคามของเกาหลีเหนือ
2.ขณะที่ประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน ออกโรงเตือนกดดันเกาหลีเหนือเสี่ยงหายนะทั่วโลก ย้ำไม่เกิดประโยชน์ใดๆ ที่จะใช้มาตรการคว่ำบาตรที่รุนแรงเพื่อบีบบังคับเพราะเกาหลีเหนือจะยอมกินหญ้า มากกว่าจะยอมยุติอาวุธนิวเคลียร์
ประธานาธิบดีรัสเซีย กล่าวในระหว่างการประชุมสุดยอดของกลุ่มประเทศ BRICS ชี้ว่าการยกระดับมาตรการทางทหารของชาติตะวันตกต่อเกาหลีเหนือ จะสร้างความลำบากให้กับประเทศทั่วโลก เพราะเกาหลีเหนือยังไม่มีท่าทีจะอ่อนข้อต่อแรงกดดันจากชาติตะวันตก รวมทั้งคิม จองอึน ผู้นำเกาหลีเหนือ ยังยึดมั่นโครงการพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์เป็นหนทางที่ดีที่สุดในการปกป้องความมั่นคงของชาติ
นอกจากนี้ การบีบบังคับด้วยความรุนแรงด้วยมาตรการทางทหารเป็นเรื่องที่ไม่เกิดประโยชน์ และยังถือเป็นทางตันที่อาจนำไปสู่หายนะระดับโลก ซึ่งจะมีการสูญเสียชีวิตอีกเป็นจำนวนมาก
3.ทางด้านสื่อเกาหลีใต้รายงานว่า เกาหลีเหนือได้เริ่มเคลื่อนย้ายขีปนาวุธไปยังฐานยิงจรวดทางชายฝั่งตะวันตก ซึ่งคาดว่าเป็นขีปนาวุธข้ามทวีป (ICBM) โดยกระทำการเคลื่อนย้ายเฉพาะในเวลากลางคืนเท่านั้น เพื่อหลีกเลี่ยงการตรวจจับ
ทั้งนี้ กระทรวงกลาโหมเกาหลีใต้เปิดเผยว่า มีสัญญาณบ่งชี้ว่าเกาหลีเหนือมีความพร้อมที่จะยิงขีปนาวุธ ICBM ครั้งใหม่ หลังจากที่สำนักศึกษาด้านการป้องกันประเทศของศูนย์พิทักษ์ผลประโยชน์แห่งชาติสหรัฐ ระบุว่า เกาหลีเหนืออาจจะทำการทดลองยิงขีปนาวุธ ICBM ในวันเสาร์ที่ 9 กันยายนนี้ ซึ่งเป็นวันเฉลิมฉลองวันชาติของสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนเกาหลี
สำหรับท่าทีของประธานาธิบดีเกาหลีใต้มูน แจ อิน ให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าวทาสส์ของรัสเซีย ก่อนร่วมประชุมสุดยอดกับประธานาธิบดีปูตินในวันนี้ นอกรอบการประชุมเศรษฐกิจตะวันออก (EEF) โดยย้ำว่ายังเปิดกว้างต่อการเจรจาในทุกรูปแบบกับเกาหลีเหนือ แต่ขณะนี้ยังไม่ใช่เวลาสำหรับการเจรจา
4.ส่วนฮาน แตซอง ทูตถาวรเกาหลีเหนือประจำสหประชาชาติ กล่าวที่กรุงเจนีวา สวิตเซอร์แลนด์ ในการประชุมว่าด้วยการปลดอาวุธ ระบุว่า เกาหลีเหนือได้ส่งของขวัญไปยังสหรัฐเมื่อไม่นานนี้ และสหรัฐจะได้รับอีกหลายชิ้นที่จะถูกส่งตามมา หากสหรัฐยังคงทำการยั่วยุและกดดัน ซึ่งถือเป็นมาตรการป้องกันตัวของเกาหลีเหนือ
หลังจากที่เกาหลีเหนือทำการทดลองระเบิดนิวเคลียร์เป็นครั้งที่ 6 ซึ่งเป็นครั้งใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยยิงทดสอบเมื่อเช้าวันอาทิตย์ที่ผ่านมา โดยความรุนแรงของการทดสอบยิงระเบิดไฮโดรเจนในครั้งนี้เทียบเท่ากับความรุนแรงของการเกิดแผ่นดินไหวขนาด 5.1 แมกนิจูด ขณะที่ก่อนหน้านี้เกาหลีเหนือสามารถยิงทดสอบจรวดนิวเคลียร์ชื่อว่า ฮวาซอง-14 ที่บินพุ่งไปได้ไกลถึงซานฟรานซิสโกและวอชิงตันดีซี เมื่อเดือนกรกฎาคม
5.ปัจจัยลบที่กดดันดาวโจนส์ดิ่งลงกว่า 250 จุดในช่วงเปิดตลาดวันอังคาร ปรับตัวลงเป็นครั้งแรกในรอบ 5 วันซื้อขาย ท่ามกลางความกังวลสงครามบนคาบสมุทรเกาหลีและปัญหา Government Shutdown ของสหรัฐ และหากทำเนียบขาวไม่สามารถบรรลุข้อตกลงกับสภาคองเกรสเกี่ยวกับการเพิ่มเพดานหนี้ 19.9 ล้านล้านดอลลาร์ภาบในวันที่ 29 กันยายนนี้
ดัชนีดาวโจนส์ปิดที่ 21,753 ร่วงลง 234.25 จุด หรือลดลง 1.07% ดัชนี Nasdaq ปิดที่ 6,375.57 ลดลง 0.93% และ S&P500 ปิดที่ 2,457 ลดลง 0.76% โดยมีที่หุ้นกลุ่มการเงินดิ่งลงนำตลาด ทั้งหุ้นโกลด์แมน แซคส์ รวมถึงยูไนเต็ด เทคโนโลยีส์ ซึ่งเป็นซัพพลายเออร์ด้านการบินและอวกาศ บรรลุข้อตกลงวงเงิน 3 หมื่นล้านดอลลาร์ในการซื้อกิจการบริษัทร็อคเวลล์ คอลลินส์
ขณะที่ดัชนีดอลลาร์มีการเคลื่อนไหวเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก 6 สกุลในตะกร้าเงิน ลดลง 0.24% สู่ระดับ 92.41 โดยที่เงินยูโรแข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ที่ระดับ 1.1905 ดอลลาร์ จากระดับ 1.1867 ดอลลาร์ และดอลลาร์ยังอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับเยนที่ 108.79 เยน จากระดับ 110.23 เยน
ส่วนการซื้อขายสัญญาทองคำตลาดล่วงหน้า COMEX ที่นิวยอร์ก ส่งมอบเดือนธันวาคมพุ่งขึ้น 14.10 ดอลลาร์ หรือ 1.1% ปิดที่ระดับ 1,344.50 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ซึ่งเป็นการพุ่งขึ้นสูงสุดในรอบเกือบ 1 ปีนับตั้งแต่วันที่ 22 กัรยายน 2016
นอกจากนี้ สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนตุลาตมก็พุ่งขึ้น 1.37 ดอลลาร์ หรือ 2.9% ปิดที่ 48.66 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล รวมทั้งสัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ส่งมอบเดือนพฤศจิกายนเพิ่มขึ้น 1.04 ดอลลาร์ หรือ 2% ปิดที่ 53.38 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล