ขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่เปิดเผยความสูญเสียล่าสุดจากพายุ "ฮาร์วีย์"ที่พัดเข้ารัฐเท็กซัสเมื่อคืนวันที่ 25 ส.ค.ว่า มีผู้เสียชีวิตที่ได้รับการยืนยันแล้ว 10 ราย และอีก 23 รายเชื่อว่ามีสาเหตุการเสียชีวิตเกี่ยวข้องกับพายุ แต่วิตกว่าจำนวนผู้เคราะห์ร้ายอาจสูงขึ้นอีก และประชาชนกว่า 30,000 คนต้องอพยพไปอยู่ตามศูนย์พักพิง ขณะที่ระดับน้ำท่วมในเมืองฮุสตันและพื้นที่ใกล้เคียงลดลงแล้ว หลังมีฝนตกสะสมรวม 5 วันด้วยปริมาณสูงสุดเป็นประวัติการณ์ของประเทศที่ 52 นิ้วในช่องแคบซีดาร์ บายู
นอกจากนี้ศูนย์บรรเทาภัยพิบัติและเทคโนโลยีลดความเสี่ยงในเยอรมนี ประเมินว่า ความเสียหายทางเศรษฐกิจจากพายุฮาร์วีย์อาจสูงถึง 58,000 ล้านดอลลาร์
ส่วนรัฐหลุยเซียนาที่ติดกับเท็กซัส เตรียมรับมือกับผลกระทบจากพายุฮาร์วียเช่นกัน หลังเคยได้รับบทเรียนจากพายุเฮอร์ริเคนแคทรินาที่สร้างความหายนะครั้งใหญ่เมื่อ 12 ปีที่แล้ว พายุฮาร์วีย์พัดขึ้นฝั่งใกล้พื้นที่ทางตะวันตกของเมืองคาเมรอนในรัฐหลุยเซียนาด้วยความเร็วลม 72 กม./ชม. และคาดว่าจะทำให้มีฝนตกอีก 5-10 นิ้ว
นอกจากนี้มีรายงานว่า สถานการณ์น้ำท่วมในรัฐเท็กซัส ทำให้โรงงานเคมีแห่งหนึ่งในเมืองครอสบีตกอยู่ในความเสี่ยงอาจเกิดการระเบิด ที่ไม่สามารถป้องกันได้ เนื่องจากมีน้ำท่วมสูง 1.8 เมตรและไฟฟ้าดับ ทำให้วัตถุที่เก็บอยู่ในห้องเย็น อาจเกิดการระเบิด ซึ่งจะทำให้เกิดไฟไหม้รุนแรงตามมา และเจ้าหน้าที่สั่งอพยพประชาชนในรัศมี 3 กม.โดยรอบแล้ว