วันนี้มีความเคลื่อนไหวที่อาคาร ศอ.บต. ตั้งอยู่ที่อำเภอเมือง จังหวัดยะลา โดยผู้บริหารได้เรียกข้าราชการ / เจ้าหน้าที่ / พนักงานราชการ / และลูกจ้างที่เป็นผู้หญิง เข้าประชุมทั้งหมดกว่า 100 คน เพื่อสอบถามเรื่องร้องเรียนฉาวที่ตกเป็นข่าว และมีการเสนอให้ออกแถลงการณ์ในนามเจ้าหน้าที่หญิงใน ศอ.บต. แต่ผู้เข้าร่วมประชุมยังไม่แสดงท่าทีตอบรับ โดยจะขอดูเนื้อหาในแถลงการณ์ก่อน
สำหรับเจ้าหน้าที่หญิงของ ศอ.บต. เข้าประชุมเกือบครบทุกคน ยกเว้นคนที่มีชื่อเป็น "พยาน" ตามเอกสารการสอบสวนข้อเท็จจริงเบื้องต้นหลังมีการร้องเรียน โดยเจ้าหน้าที่หญิงคนนี้ไม่ได้เข้าประชุม และไม่มีการยืนยันว่าติดภารกิจนอกสำนักงาน หรือแจ้งลากิจ ลาป่วย
ข่าวฉาวที่ออกมาสร้างกระแสตื่นตัวอย่างมากในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยมีการวิจารณ์กันแทบทุกร้านน้ำชา ซึ่งเป็นแหล่งพบปะผู้คนทุกศาสนาในพื้นที่ นอกจากั้นตามโซเชียลมีเดียก็มีการแสดงความเห็นอย่างกว้างขวาง โดยเสียงส่วนใหญ่เรียกร้องให้ ศอ.บต.ตรวจสอบเรื่องนี้อย่างจริงจัง
คุณอับดุลอาซิส ตาเดร์อิน ที่ปรึกษาสมาคมยุวมุสลิมแห่งประเทศไทย และนักประชาสังคมชายแดนใต้ บอกกับทีมล่าความจริงว่า การร้องเรียนมีข้อมูลชัดเจน มีการระบุว่าเกิดเหตุที่ไหน อย่างไร ไม่ได้เป็นบัตรสนเท่ห์ตามที่มีผู้กล่าวอ้างว่าเป็นการกลั่นแกล้งข้าราชการระดับสูง เรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญ จึงควรตั้งคณะกรรมการสอบสวนอย่างจริงจัง และให้มีตัวแทนภาคประชาสังคมร่วมเป็นกรรมการด้วย
ขณะที่องค์กรภาคประชาสังคมที่ทำงานเกี่ยวกับผู้หญิงในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ ได้เตรียมออกแถลงการณ์ในเรื่องนี้ เรียกร้องให้ ศอ.บต.สอบสวนข้อเท็จจริงอย่างโปร่งใส ไม่ใช่ปล่อยให้เรื่องเงียบหายไปเฉยๆ
สำหรับข้ออ้างของผู้บริหาร ศอ.บต. ที่บอกว่าเรื่องร้องเรียนนี้เป็นเพียง "บัตรสนเท่ห์" จากผู้ร้องที่ไม่มีตัวตนนั้น
"ล่าความจริง" ได้ข้อมูลเพิ่มเติมมาว่า หนังสือร้องเรียนนี้ถูกส่งถึงรัฐบาล และสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี โดย คุณฐะปาณีย์ อาจารวงศ์ (ถะ-ปา-นี-อา-จา-ระ-วง) รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ได้เสนอเรื่องให้นายกรัฐมนตรีตั้งคณะกรรมการสอบสวน โดยมี คุณสมเกียรติ ศรีประเสริฐ รองเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ หรือ สมช.เป็นประธาน ซึ่งต่อมา รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ ซึ่งดูแลหน่วยงานในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ ได้สั่งการด้วยวาจาให้มีการตรวจสอบเรื่องนี้โดยเร็ว
มีรายงานด้วยว่า จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่าข้อกล่าวหามีมูล และมีพยานบุคคลยืนยัน จึงมีการตั้งคณะกรรมการสอบสวนตามขั้นตอนต่อเนื่องมา ฉะนั้นเรื่องนี้จึงไม่ใช่บัตรสนเท่ห์ที่กล่าวหาลอยๆ หรืออ้างว่าเป็น "ผี" ไม่มีตัวตนมากล่าวหาตามที่บางฝ่ายระบุ