พายุฮาร์วีย์สร้างสถิติทำให้มีฝนตกปริมาณสูงสุดเป็นประวัติการณ์ถึง 51.88 นิ้วในช่องแคบซีดาร์ บายู และบริษัทวิจัย เอนกิ ที่ประเมินความเสียหายภัยพิบัติ คาดว่าพายุฮาร์วีย์จะสร้างความเสียหายทางทรัพย์สินและเศรษฐกิจสูงถึง 42,000 ล้านดอลลาร์ และอาจเป็นพายุที่สร้างความเสียหายติด 1 ใน 5 อันดับสูงสุดของสหรัฐฯ
ด้านนายกเทศมนตรีเมืองฮุสตัน รัฐเท็กซัสต้องประกาศใช้เคอร์ฟิว ห้ามคนออกนอกบ้านตั้งแต่ 24.00 น.- 5.00 น. หลังมีปัญหาปล้นสะดมในพื้นที่ประสบภัยน้ำท่วม และสำนักงานตำรวจในเมืองฮุสตัน ระบุว่า จะไม่อดทนต่อการฉวยโอกาสก่ออาชญากรรมใดๆ ในช่วงภัยพิบัติ และจับกุมผู้กระทำผิดฐานปล้นสะดมภ์แล้ว 14 คน นับตั้งแต่วันอาทิตย์ คนเหล่านี้จะต้องเผชิญโทษรุนแรงตามกฎหมายของรัฐ ซึ่งโทษจำคุกของการบุกรุกเคหะสถานมีตั้งแต่ 2-20 ปี แต่ถ้าเป็นการฉวยโอกาสในช่วงที่เกิดภัยพิบัติจะเพิ่มเป็นจำคุก 5 ปี ถึงตลอดชีวิต
แต่ไม่ใช่แค่มิจฉาชีพที่ฉวยโอกาสช่วงภัยพิบัติ ราคาที่พักตามโรงแรมพุ่งตามไปด้วย โรงแรมบางแห่งปรับราคาขึ้นเกือบ 3 เท่า จากคืนละ 120-149 ดอลล่าร์ เป็น 321 ดอลล่าร์ นอกจากนี้ยังมีเสียงร้องเรียนเรื่องสินค้าราคาแพงเกินเหตุ เช่น แก๊สแกลลอนละ 10 ดอลลาร์ และน้ำดื่มบรรจุขวดหนึ่งแพ็คราคา 99 ดอลลาร์ ซึ่งอัยการรัฐเท็กซัส ระบุว่า มีบทลงโทษสำหรับผู้ฉวยโอกาสขึ้นราคาสินค้าในยามวิกฤตด้วย
ขณะที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์เยี่ยมพื้นที่ประสบภัยน้ำท่วมในเมืองคอร์ปุส คริสตี และเมืองออสตินในรัฐเท็กซัสเมื่อวาน โดยพายุฮาร์วีย์เป็นภัยพิบัติธรรมชาติครั้งใหญ่ครั้งแรกที่เขาต้องรับมือหลังรับตำแหน่งเมื่อต้นปี และเขาแสดงความชื่นชมเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นและเจ้าหน้าที่รัฐบาลกลางในการรับมือภัยพิบัติ