ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา ชาวบ้านในพื้นที่วานรนิวาส ยื่นร้องเรียนคัดค้านการสำราวจและทำเหมืองโปแตช ในหลายหน่วยงานราชการ นอกจากจะไม่ได้รับการตอบรับแล้ว ยังมีคดีคิดตัวมาอีกหลายคดีจากที่ เอกชนฟ้องหมิ่นประมาท เมื่อเป็นอย่างนี้แล้วก็ยังที่ทุกฝ่ายจะนั่งลงเพื่อพูดคุยกันถึงความคุ้มค่าด้วยเหตุผล
การแกล้งฟ้องเพื่อให้ชาวบ้านหยุดต่อต้าน
ฉวีวรรณ จอดนอก เป็นหนึ่งในชาวบ้านที่คัดค้านเหมืองโปแตช ในพื้นที่วานรนิวาส เธอพยายามพาทีมข่าวเข้าไปดูหลุ่มเจาะสำรวจ เท่าที่จะพาเข้าไปได้ เพราะกลัวถูกฟ้องว่าบุกรุกที่ส่วนบุคคล
ความหวาดกลัวว่าจะทำผิดกฎหมายแบบนี้เริ่มฝั่งรากลึกในใจของชาวบ้าน เพราะตลอด 3 ปีที่ผ่านมา บริษัทเหมืองแร่ ฟ้องคดีหมิ่นประมาท ชุมนุมในที่สาธารณะ และผิด พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ หลายสิบคดีที่รอคำพิพากษา มี 1 คดีที่ยกฟ้อง และอีก 1 คดีที่ไกล่เกลี่ยสำเร็จ ...
นอกจากนี้แล้ว การเคลื่อนไหวของชาวบ้าน ยังถูกติดตามจากเจ้าหน้าที่อย่างใกล้ชิด
นักสิทธิมนุษยชน เรียกการถูกฟ้องเหล่านี้ว่าเป็นการแกล้งฟ้อง คือการฟ้องให้เป็นคดี เพื่อให้ชาวบ้านหยุดการเคลื่อนไหว !
เจาะกฎหมายแร่ตัวใหม่ เปิดทางประชามติหยุดความขัดแย้ง
เมื่อพูดถึงมิติด้านกฎหมายแล้ว พรบ.แร่ ฉบับใหม่ที่จะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 29 สิงหาคมนี้ กรมอุตสาหกรรมพื้นฐาน และการเหมืองแร่ยอมรับว่า เป็นการลดขั้นตอนการขออนุญาตทำเหมืองลงเพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้ประกอบการ แต่ในขณะเดียวบทลงโทษ และมาตรการในการดูแลสิ่งแวดล้อมเพิ่มมากขึ้น
ในกฎหมายใหม่เขียนแบ่งประเภทเหมืองไว้ 3 ประเภท คือ 1 เนื้อที่ไม่เกิน 100 ไร่ เจ้าพนักงานอุตสาหกรรมแร่ เป็นผู้อนุญาตโดยความเห็นชอบจองคณะกรรมการแร่จังหวัดประเภทที่ 2 เนื้อที่ ไม่เกิน 625 ไร่ และประเภท ที่ 3 เนื้อที่มากกว่า 625 และเป็นการทำเหมืองใต้ดิน อธิบดีกรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ เป็นผู้อนุญาต โดยความเห็นชอบของคณะกรรมการแร่แห่งชาติ
กฎหมายใหม่ เขียนไว้ด้วยว่าหากเกิดความขัดแย้งในผลการรับฟังความเห็นในรายงานผลกระทบทางสิ่งแวดล้อม ให้ทำประชามติ ชาวบ้านที่มีส่วนได้เสียในพื้นที่ มติเสียงส่วนใหญ่ ถือเป็นอันสิ้นสุด ...