เนชั่นทีวี

ข่าว

สัปดาห์หน้ารู้เรื่อง ข้าราชการลวนลามลูกจ้างผิดหรือไม่

18 ส.ค. 2560 |

สัปดาห์หน้ารู้เรื่อง ข้าราชการลวนลามลูกจ้างผิดหรือไม่

ปลัดสธ.เผยข้าราชการลวนลามลูกจ้างเข้าชี้แจงแล้ว คาดสรุปผลสอบในสัปดาห์หน้า ใครผิดลงโทษแน่นอน

         ความคืบหน้ากรณีข้าราชการกระทรวงสาธารณสุข(สธ.) ระดับหัวหน้างานลวนลามลูกจ้างสาว 4 คน ซึ่งเป็นผู้ใต้บังคับบัญชา ตั้งแต่ปี 2557 จนถึงปัจจุบัน และขณะนี้อยู่ระหว่างการสอบสวนข้อเท็จจริงของคณะกรรมการที่สธ.ตั้งขึ้น

      ล่าสุด เมื่อวันที่ 18 สิงหาคม 2560 ที่กระทรวงสาธารณสุข นายจะเด็จ เชาวน์วิไล ผอ.มูลนิธิหญิงชายก้าวไกล พร้อมด้วย แผนงานสุขภาวะผู้หญิงและความเป็นธรรมทางเพศ สมาคมเพศวิถีศึกษา มูลนิธิสร้างความเข้าใจเรื่องสุขภาพผู้หญิง และเครือข่ายชุมชนที่ป้องกันปัญหาความรุนแรงต่อผู้หญิง กว่า 30 คน เข้ายื่นจดหมายเปิดผนึกถึงศ.คลินิก เกียรติคุณ นพ.ปิยะสกล สกลสัตยาทร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข(รมว.สธ.) ผ่านทางนพ.โสภณ  เมฆธน ปลัดสธ. โดยเรียกร้องให้สธ.มีมาตรการแก้ปัญหาการคุกคามทางเพศในที่ทำงาน 

       นพ.โสภณ กล่าวว่า  อย่ากังวลกระทรวงสาธารณสุขดำเนินการเรื่องนี้อย่างเป็นระบบ ใครผิดก็ว่าไปตามผิด นโยบายของรัฐบาลเรื่องค้ามนุษย์ เรื่องกระทำความรุนแรงเป็นเรื่องไม่ถูกต้องอยู่แล้ว สธ.มีนโยบายใหญ่ เรื่องการเป็นหน่วยงานคุณธรรม  ขณะนี้ทราบว่าคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงกำลังทำการสอบข้อเท็จจริงกับข้าราชการที่ถูกกล่าวหาอยู่ โดยจะมีการสรุปผลการสอบสวนข้อเท็จจริงภายในสัปดาห์หน้า ว่ามีมูลหรือไม่และจะต้องตั้งคณะกรรมการสอบวินัยร้ายแรงหรือไม่ร้ายแรง  

      นพ.โสภณ กล่าวอีกว่า การจะตั้งคณะกรรมการสอบวินัยร้ายแรงหรือไม่ต้องดูที่ข้อสรุปของคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงและคำให้การของผู้เสียหาย ซึ่งการจะผิดวินัยร้ายแรงต้องพิจารณาว่าทำแบบนี้มา 3 ปีจริงหรือไม่ ทำอะไรบ้าง มีการข่มขู่ คุกคามหรือไม่ เท่าที่ทราบในช่วงหลังๆที่มีการกระทำที่เยอะมากขึ้น จนลูกจ้างทนไม่ไหวต้องออกมาร้องกับหน้าห้องของตน ตนจึงได้มีคำสั่งย้ายไปแล้วพร้อมตั้งกรรมการสอบ นอกจากนี้ ก็จะขยายผลสอบไปยังบุคคลที่ลูกจ้างพาดพิงถึงด้วย จึงอยากบอกลูกจ้างว่าไม่ต้องกลัว ให้พูดออกมาเลย

        ต่อข้อถามมีกระแสข่าวว่าข้าราชการที่ถูกกล่าวหาอาจจะลาออกจากราชการ  จะส่งผลต่อการสอบวินัยหรือไม่ นพ.โสภณ กล่าวว่า  แม้ลาออกแต่การสอบวินัยเองก็มีผลถึง 6 เดือน ส่วนเรื่องอาญาเป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจ แยกกันอยู่แล้ว

            “ขอให้มั่นใจในระบบตรวจสอบของสธ. ซึ่งจะดำเนินการอย่างโปร่งใส ตรงไปตรงมา  ใครผิดก็ลงโทษ ส่วนผู้เสียหายหากต้องการให้สธ.ช่วยเหลือเรื่องคดีก็ยินดี ซึ่งส่วนตัวก็ได้เรียกน้องผู้เสียหายมาพูดคุยให้กำลังใจและบอกแล้วว่าจะดูแลเต็มที่ ไม่ต้องกังวล ทุกอย่างให้พูดตามความเป็นจริง กระทรวงไม่เข้าข้างคนผิดแน่นอน”นพ.โสภณกล่าว

​            นายจะเด็จ เชาวน์วิไล ผู้อำนวยการมูลนิธิหญิงชายก้าวไกล กล่าวว่า  เครือข่ายมีข้อเสนอต่อกลไกการแก้ไขปัญหาการคุกคามทางเพศ ดังนี้ 1. คณะกรรมการสอบสวนวินัย  ทำความจริงให้ปรากฏ โดยคณะกรรมการสอบวินัยต้องไม่เป็นหน่วยงานที่ผู้กระทำการคุกคามทางเพศอยู่ในสังกัด และควรมีบุคคลภายนอก องค์กรหรือผู้เชี่ยวชาญในเรื่องนี้เข้ามามีส่วนร่วมด้วย รวมทั้งให้มีการลงโทษวินัยขั้นร้ายแรงกับการกระทำผิดของหัวหน้าหน่วยงาน ที่คุกคามทางเพศพนักงานผู้หญิง โดยให้ออกจากราชการไว้ก่อนระหว่างการสอบสวน 

          2.สธ.ต้องมีมาตรการ ระบบการติดตามการทำงาน การอบรม และพัฒนาบุคลากรของสธ. เพื่อให้บุคลากรมีทัศนคติที่ดี เคารพในสิทธิเนื้อตัวร่างกายผู้อื่น ขอให้มีนโยบายในการแก้ไขและป้องกันการคุกคามทางเพศ หากเกิดปัญหาการคุกคามทางเพศขึ้นไม่ว่ากรณีใดๆ ให้มีการลงโทษที่เด็ดขาด 3. ควรมีการสร้างพื้นที่ ช่องทาง หรือศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์เกี่ยวกับการคุกคามทางเพศ และ 4.ขอให้มีกระบวนการเยียวยาฟื้นฟูผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการถูกคุกคามทางเพศ ตลอดจนมีการป้องกันแก้ไขการถูกแทรกแซงหรือคุกคาม

ข่าวล่าสุด